ในแสงแดดมีรังสีอยู่หลายชนิดนะครับ ที่รู้จักกันดีก็คือ อุลตราไวโอเลต (UV) ซึ่งรังสีนี้จะถูกดูดซับโดยชั้นโอโซน มีแค่ UVAและ UVB ที่ลงมาถึงพื้นโลก ซึ่งรังสีทั้ง 2 ชนิดนี้มีผลต่อผิวหนังโดยเฉพาะ UVA มีผลทำให้เกิด กระ ฝ้า เหี่ยว แก่ก่อนวัย UVB มีผลทำให้เกิดการ แดง แสบ ไหม้ ของผิวหนัง และรังสีทั้ง 2 ชนิดนี้ยังทำให้เกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งจะทำลายโปรตีนพันธุกรรมทำให้เกิดเนื้องอกผิวหนังได้ครับ แต่ไม่ต้องตกใจนะครับเพราะว่า... วันนี้ผมมีวิธีเลือกซื้อครีมกันแดดมาฝากกันครับ



  1. SPF (Sun Protective Factor) ซึ่งเป็นตัวบอกว่า ป้องกัน UVB ได้กี่เท่าส่วน UVA ยังไม่มีค่ามาตรฐาน ปัจจุบันนิยมใช้ PA และเครื่องหมาย + ปกติคนไทยมีผิวคล้ำซึ่งเม็ดสีสามารถป้องกัน UVB ได้บ้างแล้ว ดังนั้น SPF มากกว่า 15 และ PA++ ขึ้นไป ก็เพียงพอ

  2. ดูที่กิจกรรม ถ้าออกกำลังกลางแจ้ง มีเหงื่อ ว่ายน้ำ ทำงานกลางแดด ต้องใช้ SPF ที่สูงขึ้นและเลือกประเภทที่กันน้ำได้ (Water Proof หรือ Water Resistance)

  3. ปริมาณ ควรใช้ปริมานที่ไม่น้อยเกินไป เพราะสารเคมีอาจทำปฏิกิริยากันทำให้ลดคุณภาพลงไป

  4. จำนวนครั้งที่ทาต่อวัน ก็สำคัญ ถ้าอยู่ในออฟฟิศ ห้องแอร์ วันละครั้งก็เพียงพอ แต่ถ้าต้องทำงานกลางแดด โดนลม อาจจะทาเติม ถ้าว่ายน้ำต้องทาทุก 2-3 ชั่วโมง

  5. ทาแล้วก็ต้องเลี่ยงแดดด้วย ใส่แว่น ใส่หมวก เนื่องจากครีมกันแดดไม่ได้กันได้ 100 %

  6. ยี่ห้อ ราคา ไม่สำคัญ ขอให้มีคุณสมบัติครบ ไม่มีปฏิกิริยาต่อผิวหนัง เช่น คัน ผื่น

  7. อาหาร อย่าลืมทานอาหารที่มีความสามารถ กำจัดอนุมูลอิสระ เช่น วิตามิน เกลือแร่ ในผักทุกชนิด และผลไม้ด้วย


ถ้าคุณ..รู้จักเลือกใช้ครีมกันแดดให้เหมาะสมกับกิจกรรมชีวิตประจำวันของคุณแล้ว ... คุณก็จะสามารถปกป้องผิวสวยของคุณ..จากแสงแดดได้สบายเลยครับ



นพ.ธัญธรรศ โสเจยยะ
อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนัง รพ.วิภาวดี

         ผู้ชายมักให้ความสำคัญกับเรียวขาของหญิงสาว มาเป็นอันดับต้นๆ เพราะเขาถือว่าเป็นเสน่ห์เตะตาแรกพบประสบเห็นไม่น้อยไปกว่ารูปร่าง และหน้าตาของผู้หญิงคนนั้น
          โดยเฉพาะยุคนี้มีแฟชั่นนุ่งสั้นให้สะดุดตา คุณสาวๆ ยิ่งต้องเน้นการดูแลความงามของเรียวขาตัวเองเป็นการใหญ่แล้วล่ะค่ะ เพราะว่าผู้หญิงที่มีเรียวขางามในบางครั้งอาจดึงดูดใจชายหนุ่มได้ไม่แพ้สรีระส่วนอื่นๆ ของร่างกาย 

          ยิ่งถ้าคุณมีส่วนอื่นบนเรือนร่างและใบหน้าสวยด้วยแล้ว ถ้าเรียวขางดงามด้วย คุณก็จะกลายเป็นผู้หญิงที่มีความงามครบเครื่องไปในทันที
          มีวิธีการดูแลเรียวขาให้สวยและได้รูปเหมือนกันค่ะ โดยเฉพาะการขจัดปัญหาจากการมีรอยแผลเป็น ขนหน้าแข็ง ปัญหาผิวแห้งไม่สดใสและมีสุขภาพดี ตลอดจนการมีหัวเข่าดำดูสกปรก ฯลฯ ทุกอย่างสามารถแก้ไขได้ด้วยเทคนิคและเคล็ดลับไม่ยากจนเกินไป ดังนี้
           - ปัญหาของรอยแผลเป็น
          การทำศัลยกรรมด้วยเลเซอร์ หรือการทาครีมทายาเฉพาะที่ ซึ่งสามารถกลบเกลื่อนรอยแผลเป็นให้หายขาดหรือหายลงไป ก็เป็นวิธีโดยทั่วไปที่เรามักทำกัน แต่เคล็ดลับที่ง่ายที่สุดก็คือ การเลือกใส่ถุงน่องสีเดียวกับผิวเนื้อของเรา ก็จะช่วยให้เรียวขาสวยปราศจากรอยแผลเป็นได้เหมือนกัน
           - ปัญหาของขนหน้าแข้ง
          ถ้าคุณประสบกับปัญหาดังกล่าว แน่นอนการโกนหรือการแวกซ์ขนหน้าแข้ง อาจเป็นวิธีที่เป็นทางออกของปัญหาได้ เพียงแต่การเลือกใบมีดโกนหรือที่โกนนั้น ควรเป็นสินค้าที่ผลิตมาเพื่อผู้หญิงเราโดยเฉพาะ อย่านำมีดโกนสำหรับใช้โกนหนวดของคุณผู้ชายมาโกนขนหน้าแข้งของคุณดีกว่า เพราะอาจจะไม่ให้ผลดีแก่เรียวขาของคุณเท่าที่ควร ส่วนการแวกซ์ขนหน้าแข้งก็เช่นกัน ควรเลือกชนิดที่เหมาะกับผู้หญิงเราดีกว่า
           - ปัญหาของผิวพรรณแห้งไม่สดใส
          หมั่นทาครีมบำรุงผิวที่เรียวขาทุกวัน หลังอาบน้ำเป็นประจำสม่ำเสมอ นอกจากนั้นก็ควรถูขี้ไคล ขัดผิว ให้ดูสะอาดสดใสอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง จะช่วยให้ผิวที่เรียวขาของคุณหมดปัญหาของความไม่สดใส และไร้สุขภาพไปได้ นอกจากนั้นควรหมั่นดื่มน้ำสะอาดให้มากจำนวนแก้ รับประทานผักผลไม้ทุกวัน ถ้าไม่สูบบุหรี่หรือดื่มเหล้า ก็สามารถช่วยให้ผิวพรรณของคุณไม่แห้งหรือไม่มีสุขภาพที่ดีได้ค่ะ
           - ปัญหาหัวเข่าดำสกปรก
          ควรให้ความสำคัญกับการไม่คุกเข่าบนพื้นบ่อย จนอาจจะเป็นสาเหตุของการมีหัวเข่าดำด้าน นอกจากนั้นการขัดผิวที่หัวเข่าอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ก็จะช่วยให้เข่าของคุณหมดปัญหาเข่าดำด้านได้ อย่าใช้โลชั่นทาผิวที่มีส่วนผสมของกรด Alpha Hydroxy เพราะอาจสร้างปัญหาผิวแพ้ได้ง่าย
           - ปัญหาเส้นเลือดขอด
          การใส่ถุงน่องอาจช่วยลดปัญหารอยเส้นเลือดขอดของคุณลงได้ เพราะเส้นเลือดขอดเป็นปัญหาที่เกิดจากกรรมพันธุ์ หรือจากยีน และนั่งไขว้ห้างมากเกินไป การรักษาเส้นเลือดขอดให้หายขาดนั้น อาจทำได้โดยแพทย์ผู้ชำนาญ แต่วิธีแก้ไขได้ง่ายที่สุดก็คือ การใส่ถุงน่องในเวลาที่นุ่งกระโปรงสั้น ก็จะช่วยให้เรียวขาคุณดูดี และมีเสน่ห์ได้เหมือนเดิม
           - ปัญหาน่องโต ขาใหญ่
          ควรเน้นการออกกำลังกายเฉพาะที่ เช่น การไป Fitness การปั่นจักรยานอากาศ รวมทั้งการเดินออกกำลังกาย อาจช่วยลดปัญหาของการมีน่องโต ขาใหญ่ลงได้บ้างค่ะ แต่ทางที่ดีที่สุดก็คือ การ Exercise โดยมีผู้เชี่ยวชาญเป็นคนแนะนำ
จากเคล็ดลับดังกล่าว คุณก็สามารถมีเรียวขาที่งดงามตามใจนึกแล้วนะคะ ต่อไปนี้ก็ต้องดูแลรักษาความสวยของเรียวขากันอย่างสม่ำเสมอด้วย 
 

 สูตร 1
ผิวกายที่ว่าหมองและหยาบกระด้างเป็นกระดาษทราย จัดการขัดให้ใสนุ่มด้วยมะขามเปียก โดยฉีกเอามะขามเปียกเหนียวๆมาประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ แกะเม็ดและใยออกจนเหลือแต่เนื้อล้วนๆชโลมผิวด้วยน้ำแล้วใช้เนื้อมะขามเปียกขัดให้ทั่วตัวเลยค่ะ ทิ้งไว้ 2-3 นาทีแล้วล้างออก ผิวจะเนียนใสดังใจ

สูตร 2
คนที่มีผิวกายแห้งมากๆลองใช้วิธีนี้ดูนะคะ บดกล้วยที่สุกงอมผสมกับเบบี้ออยล์ ถ้ามีงาขาวก็ให้ผสมลงไปด้วยเล็กน้อย นำมาพอกตัว ตรงไหนแห้งมากก็พอกทิ้งไว้เลยประมาณ 10 นาที จากนั้นค่อยๆใช้มือถูวนตรงบริเวณที่พอกแล้วค่อยล้างออก จะช่วยขัดผิวที่แห้งลอกออกไปพร้อมกับบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น

สูตร 3
วิธีแก้ไขขอบตาคล้ำๆ นอกจากจะใช้แตงกวาแล้ว ยังสามารถใช้มันฝรั่งฝานบางๆแล้ววางบนเปลือกตาทั้งสองข้าง ทิ้งไว้ 10-15 นาที รอบดวงตาจะชุ่มชื้นขึ้น ลดรอยหมองคล้ำได้

สูตร 4
ไม่รู้ว่าที่บ้านยังมี ดินสอพอง กันอยุ่บ้างหรือเปล่า แต่ถ้ามีบดให้ละเอียดเลยนะคะแล้วหยิบนมสดเย็นๆมาผสมให้เข้ากันจนได้เนื้อแป้งเหนียวๆ สำหรับคนผิวแห้งจะเติมน้ำผึ้งอีกหน่อยก็ได้ เอามาพอกหน้าทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วจึงล้างออกให้สะอาด ดินสอพองจะช่วยบรรเทาผดผื่น กระชับรูขุมขนทำให้หน้าเนียน ส่วนนมสดจะช่วยให้ผิวนุ่ม น้ำผึ้งช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว

สูตร 5
บางคนเชื่อว่ากินมะเขือเทศมากๆแก้มจะเปล่งปลั่งอมชมพูใส แต่ถึงแม้ไม่ได้กินเข้าไป แค่เอามาแปะๆไว้ที่ผิวหน้าก็ช่วยให้สวยได้แล้วค่ะ ฝานมะเขือเทศเป็นแว่นบางๆ แปะลงทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จึงล้างออกหรือจะคั้นเอาแต่น้ำมะเขือเทศสดมาทาผิวหน้าทิ้งไว้ แล้วล้างออกก็ได้นะคะ

สูตร 6
อยากผิวหน้านุ่มใสลองเอาน้ำผึ้งผสมไข่ขาวทาทั่วใบหน้า เว้นรอบดวงตา ทิ้งไว้จนแห้งแล้วจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น

สูตร 7
เอามะนาวผสมกับดินสอพอง ใช้มือบี้ให้เข้ากันจนเป็นเนื้อแป้งเหนียวๆเสร็จแล้วทาลงบนใบหน้า เว้นเฉพาะรอบดวงตา ทิ้งไว้จนเนื้อแป้งแห้งสนิทแล้วค่อยล้างออก ทำเป็นประจำจะช่วยลดความมันบนใบหน้า ทำให้ผิวใสขึ้น

สูตร 8
แตงกวาเป็นผักที่ให้ความเย็นและความชุ่มชื่น เหมาะมากสำหรับผิวที่เผชิญแดดจนระอุและอ่อนล้า นำแตงกวาสดจากตู้เย็นมาล้างให้สะอาด ปอกเปลือกออกแล้วบดละเอียด พอกผิวหน้าไว้ประมาณ 15-20 นาที จึงล้างออก จะช่วยปลอบประโลมให้ผิวผ่อนคลายและเย็นขึ้น

สูตร 9
คนผิวหน้ามันลองใช้สูตรนี้ บดมันฝรั่งดิบให้ละเอียดผสมน้ำอุ่นเล็กน้อย ก่อนนำมาทาลงบนใบหน้าให้ทาผิวหน้าด้วยเบบี้ออยล์บางๆก่อน มาส์กทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น เท่านี้ผิวก็กระชับเต่งตึงและเรียบเนียน

สูตร 10
บำรุงเส้นผมให้ดกดำนิ่มสลวยด้วยมะกรูดกันเถอะค่ะ เพียงแค่ผ่ามะกรูดเป็นสองซึกแล้วคั้นเอาแต่น้ำ (กรองเม็ดและกากออก) หลังจากสระผมจนสะอาด นำน้ำมะกรูดมานวดเส้นผมและหนังศรีษะ หมักทิ้งไว้ 5-10 นาที แล้วจึงล้างออก สำหรับคนที่หนังศรีษะมันมากๆ ไม่จำเป็นต้องใช้ครีมนวดผมตาม จะช่วยลดอาการคันศรีษะได้ด้วย

สูตร 11
เจอส้มเขียวหวานเย็นๆแช่อยู่ อย่ารอช้า นำมาปอกเปลือก แกะเป็นกลีบๆ ลอกใยและแคะเมล็ดออก แปะลงบนใบหน้าทิ้งไว้สัก 15-20 นาที จะรู้สึกสดชื่นขึ้นทันที ถ้าทำบ่อยๆสัปดาห์ละครั้ง ติดกันประมาณ 3 เดือน ผิวจะดูสดใสเปล่งปลั่งขึ้น

สูตร 12
มะขามเปียกก็หยิบมาบำรุงหน้าได้ แต่ต้องระมัดระวังหน่อย โดยเฉพาะคนที่แพ้สาร AHA นี่ไม่ควรใช้ค่ะ วิธีการคือเอามะขามเปียกมาแช่น้ำ แล้วคั้นเอาแต่น้ำมาผสมกับโยเกิร์ตรสธรรมดา พอกหน้าทิ้งไว้ 5-10 นาที ระหว่างพอกถ้ารู้สึกคันมากจนแสบให้รีบล้างออก สูตรนี้สามารถผลัดเซลล์ผิวเก่าให้ผิวหน้าใสขึ้น ถ้าทำเป็นประจำจะช่วยลดริ้วรอยตื้นๆได้อีกด้วย

สูตร 13
แอปเปิ้ลบด ไข่ไก่และนมสด เอามาผสมรวมกันพอกหน้าไว้ 15 นาที ล้างออกให้สะอาด นอกจากจะเป็นมาส์กที่มีกลิ่นหอมมากๆแล้วผิวหน้าจะนุ่มขึ้นทันทีเลยล่ะ

สูตร 14
หยิบน้ำเย็นออกมาหนึ่งขวด ใช้ล้างหน้าเป็นประจำ เช้า-เย็น จะช่วยให้ผิวตื่นตัว รูขุมขนกระชับขึ้น แถมยังช่วยประโลมผิวที่อ่อนล้าจากการสัมผัสมลภาวะและความเครียดได้อีกด้วย

สูตร 15
ผิวหน้าแพ้เป็นผื่นคันอันเนื่องมาจากใช้เครื่องสำอางไม่เหมาะกับผิว ลองใช้ไข่ขาวเนื้อหยุ่นๆพอกเฉพาะบริเวณที่แสบคัน ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีแล้วล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำเปล่า จะช่วยบรรเทาอาการแสบคันได้บ้าง แต่หลังจากนั้นควรไปปรึกษาแพทย์ผิวหนัง

สูตร 16
พืชที่มีประโยชน์อีกอย่างคือ ว่านหางจระเข้ เพราะวุ้นใสๆที่ปอกเปลือกแล้ว ใช้รักษาแผลสดได้ดีมากๆแถมยังรับประทานได้ด้วย นอกจากนี้วุ้นใสยังช่วยบำรุงให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง รักษาสิวอักเสบได้ เพียงแค่เอาเมือกเหนียวใสจากวุ้นมาทาผิวหน้า ทิ้งไว้จนแห้งแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ผิวพรรณจะชุ่มชื่นสดใส

สูตร 17
ฟื้นฟูเส้นผมจากความแห้งกรอบด้วยน้ำมันมะกอก หยดน้ำมันมะกอกลงบนฝ่ามือแล้วลูบไล้บริเวณปลายผมขณะที่เปียก จากนั้นใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นจัดโพกศรีษะทิ้งไว้ 15 นาที สระออกด้วยแชมพูอย่างอ่อน เส้นผมจะนุ่มสลวยและเงางาม

 

ทุกคนคงทาครีมบำรุงผิวกันทุกคน แต่ละคนมีวิธีแตกแต่งกัน มารู้จักขั้นตอนการทาครีมบำรุงผิวว่าทาอย่างไรผิวจะสวย

1. ทำความสะอาดผิวหน้าให้หมดจด แล้วเลือกปริมาณครีมที่ต้องใช้ให้พอเหมาะตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม เพราะถ้าน้อยเกินไป ก็จะไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าที่ควร หรือถ้ามากเกินไป ก็จะทำให้ผิวหน้ามันเกินไป และก็เปลืองโดยใช่เหตุ ซึ่งส่วนใหญ่จะประมาณ 1 ข้อมือหรือ 1 ลูกเชอรี่


2. เริ่มแต้มครีมที่บริเวณ 5 จุด ของใบหน้า คือ หน้าผาก จมูก แก้มทั้งสองข้าง และคาง


3. ใช้นิ้วกลางและนิ้วนาง ในการเกลี่ยบริเวณที่กว้างที่สุดก่อน เช่น โหนกแก้ม โดยเริ่มจากส่วนกลางไปยังส่วนข้างๆ โดยทางด้านซ้ายออกซ้าย และทางด้านขวาออกขวา แล้วตามด้วยแนวสันจมูก ใต้โพรงจมูก คาง และหน้าผาก โดยเว้นบริเวณรอบดวงตาไว้ เพราะอาจจะต้องใช้ครีมชนิดเฉพาะรอบดวงตาทาแทน


4. การลงน้ำหนักนิ้ว ควรจะเบาที่สุด เพราะผิวหน้าเป็นผิวที่บอบบาง ควรได้รับการทะนุทะนอม ถ้าลงน้ำหนักแรงเกินไป อาจจะทำให้เกิดรอยย่นในภายหลังได้


5. การทาครีมรอบดวงตา ควรใช้ปริมาณเนื้อครีมประมาณ 1 เมล็ดถั่วเขียว แล้วใช้นิ้วนางเพียงนิ้วเดียวในการทา เพราะจะน้ำหนักกดเบาที่สุด แล้วทาครีมไล่ตามแนวโครงกระดูกเบ้าตา อาจจะเริ่มที่หัวตาหรือหางตาก่อนก็ได้ แล้ววนครีมรอบๆ ดวงตาจะวนเข้าหรือวนออกก็ได้ตามถนัด แต่ต้องวนไปในทิศทางเดียวกันทั้งสองข้าง


6. การทาครีมบริเวณลำคอ ควรใช้ปริมาณเนื้อครีมเท่ากับที่ใบหน้าประมาณ 1 ข้อมือ โดยเริ่มจากบิรเวณที่กว้างที่สุดของลำคอก่อนคือ บริเวณฐานลำคอแล้วใช้ปลายนิ้วทั้งหมดค่อยๆ ลูบไล้ขึ้น ไม่ควรทาลงนะครับ เพราะจะทำให้ผิวบริเวณลำคอหย่อนยานไปตามแนวโน้มถ่วงของโลก ทำให้เกิดรอยย่นภายหลังได้


7. การทาครีมบริเวณหน้าอก อาจจะใช้ครีมที่เหลือจากลำคอ ทาลูบไล้ในช่วงอกต่อไปได้ โดยการใช้ปลายนิ้วลูบไล้เพียงเบาๆ และวนให้ทั่วแผ่นอก เพื่อการซึมซับของเนื้อครีมสู่ผิว แล้วค่อยไล่ทาไปที่หน้าท้องและส่วนหลัง


8. การทาครีมบริเวณแขน จะใช้ครีมปริมาณมาก ประมาณ 2-3 ข้อมือ โดยเริ่มต้นที่ต้นแขนด้านท้องแขนก่อน แล้วทาวนขึ้นหลังแขน โดยการใช้ปลายนิ้วลูบไล้เพียงเบาๆ เพื่อการซึมซับของเนื้อครีมสู่ผิว


9. การทาครีมบริเวณขาและเท้า จะใช้ครีมปริมาณมากเช่นกัน ประมาณ 2-3 ข้อมือ โดยเริ่มต้นที่ต้นขาก่อน แล้วทาวนจากด้านต้นขาไปปลายขา โดยการใช้ปลายนิ้วลูบไล้เพียงเบาๆ เพื่อการซึมซับของเนื้อครีมสู่ผิว โดยควรจะเน้นบริเวณหน้าแข้งสองข้างให้มาก เพราะบริเวณนี้จะแห้งได้ง่าย ส่วนบริเวณเท้าควรทาทั้งสองด้าน คือ หลังเท้าและฝ่าเท้า พร้อมทำการนวดไปทั่วอุ้งเท้า เพื่อผ่อนคลายและเพิ่มการไหลเวียนโลหิต


5 เคล็ดลับรักษาผิวสาว
การปล่อยปละละเลยให้ผิวชำรุดทรุดโทรมจนดูร่วงโรยก่อนวัย แม้เครื่องสำอางชั้นดีแค่ไหนก็ยากที่จะเรียกความสดใสกลับคืนมาได้
นอกเสียจะช่วยไม่ให้คุณมีริ้วรอยมากไปกว่านี้ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณส่วนใหญ่ แนะนำว่าการดูแลผิว ต้องใส่ใจกันตั้งแต่วัยสาวๆนี่แหล่ะค่ะยิ่งเริ่มเร็วเมื่อไหร่ ก็จะยิ่งยืดความเสื่อมของเซลล์ไปได้มากขึ้น ลองมาดูเทคนิค 5 ข้อ เพื่อ
ช่วยรักษาผิวสาวให้ดูสดใสไปนานๆค่ะ

1. ทาครีมกันแดด
่ผู้รู้เขาบอกว่า 80 % ของการเสื่อมของผิวหนังเกิดจากแสงแดด รังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดด เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิด
ริ้วรอย เหี่ยวย่น เนื่องจากจะทำลายเส้นใยคอลลาเจน และอีลาสติคทำให้ผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่นได้ แต่อยู่เมืองไทยจะเลี่ยงไม่ให้โดนแดดกันเลย ก็เห็นจะยาก จึงควรทาครีมปกป้องใบหน้าและลำคอเป็นประจำทุกวัน ครีมกันแดดที่ใช้ควรมีค่า SPF 15 ขึ้นไปส่วนการขับรถในที่แดดจ้า โดยไม่สวมแว่นกันแดด ทำให้คุณต้องหยีตากันคลอดเวลา ก็ทำให้รอยตีนกามาเยือนได้ง่าย ๆ รวมทั้งการเผลอทำหน้านิ่วคิ้วยุ่งๆอยู่บ่อยๆ ก็เป็นที่มาของริ้วรอยทั้งสิ้น

2. ท่านอนทำให้เกิดริ้วรอย
ผู้เชียวชาญด้านผิวพรรณ บอกว่า ในช่วง 6-8 ชั่วโมง ของการนอนในแต่ละวัน มีผลทำให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าได้ โดยเฉพาะคนที่ชอบ
นอนซุกหน้ากับหมอนจะทำให้ใบหน้าด้านที่ตะแคงเข้าหาหมอน เกิดริ้วรอยมากกกว่าอีกด้าน ยิ่งพวกที่ชอบเอามือก่ายหน้าผาก ก็ยิ่งทำให้
เกิดริ้วรอยมากขึ้น ซึ่งอาจหลีกเลี่ยงได้โดยเปลี่ยนมานอนหงายแทนหรือเลือกใช้หมอนที่อ่อนนุ่ม และใช้ปลอกหมอนเนื้อผ้าลื่นๆ อย่างผ้า
ซาติน จะสามารถแก้ปัญหาในจุดนี้ได้

3. กินอาหารดีๆ
อาหารที่ดี มีประโยชน์ และครบหมวดหมู่ จะช่วยให้ผิวพรรณสดใสได้ โดยเฉพาะวิตามินเอ ซีและอี ซึ่งมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยชะลอ
การเสื่อมของเซลล์ผิว และอย่าลืมดื่มน้ำมากๆ วันละ 6-8 แก้ว ส่วนบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกฮอล์เป็นตัวการสำคัญที่บ่อนทำลายผิวหนัง
ให้เสื่อมก่อนวัยอันควร

4. อดนอน ริ้วรอยมาเยือน
การพักผ่อนไม่เพียงพอ นอกจากทำให้สุขภาพทรุดโทรมแล้ว ใบหน้าก็ดูหมองคล้ำ อิดโรย และถ้าคุณอดนอนบ่อย ๆจะทำให้ริ้วรอยมาเยือน
ก่อนวัย

5. รู้จักผ่อนคลาย
ความเครียดที่ไม่มีโอกาสผ่อนคลาย เปิดโอกาสให้สิวจู่โจมได้ง่ายๆถ้าไม่อยากให้เกิดสิว ซึ่งพลอยทำให้ใบหน้าไม่สดใส ควรหาวิธีผ่อนคลายความเครียด การทำจิตใจให้สงบโดยการทำสมาธิ การฟังเพลงสบายๆ ชื่นชมกับธรรมชาติรอบตัว ให้เวลากับสุนัขของคุณ ก็ช่วยคลายเครียดได้