ข้อมูลส่วนตัว
 
 
คำแนะนำตัว :

เป็นคนไม่หวาน แค่ธรรมดาคนหนึ่งที่ต้องอยู่อย่างเหงาๆ ไปวันๆ

  หมวดของ BLog
 * ทุกกลุ่ม
 Home

  Link
 cherryka
 cherryka
 เด็กที่มีภาวะออทิสติก

คติสอนใจ..จากไม้ขีดไฟ เพียงอันเดียว<-->น้ำข้าว
คติสอนใจ..จากไม้ขีดไฟ เพียงอันเดียว

 คติสอนใจ..จากไม้ขีดไฟ เพียงอันเดียว

ชีวิตคนเราอาจเปรียบได้กับไม้ขีดไฟ

ก้านไม้ขีด..ก็เหมือนกันเวลาชีวิตของเรา

เวลาชีวิตของเรา..หากมองจริงๆ ก็แสนจะสั้นเหลือเกิน เมื่อเรามีบางสิ่งบางอย่างทำ

บางคน..อาจมองว่าชีวิตของเรา ทำไมมันช่างแสนจะยาวนานนัก

เพราะนั่น..คือการที่เรายังไม่ได้จุดไม้ขีดไฟ

เมื่อเกิดการเสียดสีกับกล่องไม้ขีด ไฟก็จะลุกโชน

ในช่วงเวลาที่เราเริ่มจุดไม้ขีดนั้น

ไม้ขีดบางอัน ก็อาจจะลุกติดในทันที แต่บางอัน ก็ต้องใช้เวลานานกว่าจะติด

ไฟ..ก็เปรียบเสมือนงาน หรือจุดมุ่งหมายของเรา

บางคน...กว่าจะค้นหาเป้าหมายของตัวเองเจอ ก็ช่างนานแสนนาน

และเมื่อจะเริ่มทำเป้าหมายที่วางไว้ให้สำเร็จ..หัวไม้ขีดก็เก่าเสียแล้ว

จะจุดไม้ขีดก็ต้องยากเป็นธรรมดา

เมื่อไฟลุกติด..เมื่อเราเริ่มทำความฝันให้เป็นความจริง

ไฟก็จะมอดก้านไม้ขีด..เวลาแห่งชีวิต เวลาแห่งอิสระก็เริ่มจะสั้นลงๆ

ขณะที่ไฟลามไปยังก้านไม้ขีด

บางอันอาจจะช้า บางอันอาจจะเร็ว ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งต่างๆ

ตอนที่ไฟลุกอยู่...อาจจะมีลมแรงพัดผ่านเข้ามา อาจจะมีฝนตก ไฟก็อาจจะดับได้

เมื่อลุกมาถึงกลางก้านไม้ขีดแล้ว ก็เป็นไปไม่ได้ที่ไฟจะกลับมาลุกโชนอีกครั้งได้ง่ายๆ

ก็จำเป็นต้องพึ่งไม้ขีดอีกอัน พึ่งเพื่อนรักของเรา มาประคองไฟให้ลุกใหม่ได้อีกครั้ง

เมื่อจุดหมายของเราใกล้จะประสบความสำเร็จ ก้านไม้ขีดที่เหลือก็มีอยู่น้อยเต็มทีแล้ว

แต่เมื่อใดที่ไฟสุดท้ายของไม้ขีดดับมอดลง เมื่อวาระสุดท้ายของคนเรามาถึง

ก็จำเป็นที่จะต้องจากไป

แต่ประโยชน์ที่เราสร้างไว้ จุดหมายที่ประสบความสำเร็จ ไฟที่สร้างความสว่างไสวเอาไว้

แม้จะเป็นแค่เพียงไฟดวงเล็กๆ แต่ก็ได้สร้างประโยชน์เอาไว้ให้แก่คนรอบข้าง

และบางที

ก้านไม้ขีดไฟอันนี้…ก็อาจนำไปเพื่อจุดกองไฟกองโต

เพื่อความสว่างไสวและอบอุ่นของคนมากมาย..ตลอดคืน

ในทางกลับกัน..บางคนอาจกล่าวว่า

ถ้าเราไม่จุดไฟ..เราก็มีก้านไม้ขีดที่เหลืออีกมากมายเหลือเฟือ

แต่ถ้าหากเราปล่อยก้านไม้ขีดเอาไว้อย่างนั้น

นานวันเข้า..นานวันเข้า

ก้านไม้ขีดก็จะจุดติดยาก หรืออาจจะจุดไม่ติด

พอถึงวันนั้น..

คนที่จะใช้ไม้ขีดก็คงจะทำอะไรไปไม่ได้...นอกจากจะต้องทิ้งไม้ขีดไฟก้านนั้นทิ้งไป...


Comment

ชื่อ

comment ที่ 16
เข้าใจเปรียบเทียบเนอะ
  จากคุณ Che_Wan   วันที่ 2008-02-02 14:39:41

comment ที่ 9
คงเหมือนไม้ขีดไฟที่หลงรักดอกทานตะวัน
สุดท้ายมันก็ต้องกานเพียงแค่ให้ดอกทานตะวันหันมองแสงอันน้อยนิดของมันบ้าง แม้จะเปนแสงที่ถูกจุดขึ้นเพื่อดับลงตลอดไปก็ตาม
  จากคุณ เสียวคุง   วันที่ 2008-01-31 21:23:15

comment ที่ 8
เปรียบเราเป็นเหมือนไม้ขีดไฟ เวลาจุดก็สว่าง ดังนั้นคนเราก็ต้องมีขาขึ้นขาลงกันบ้าง สู้ สู้ นะ ถอยสักก้าว เพื่อก้าวต่อไปอย่างมั่นคง
  จากคุณ น้องหนู   วันที่ 2008-01-31 16:11:18

comment ที่ 7
เราต้องเป็นไม้ขีดไฟที่ลุกโชดช่วง เราจะต้องนำไม้ขึดไฟที่เรามีไปจุดไฟให้มากที่สุดก่อนที่ไฟของเราจะดับลงในอีกไม่ช้า
  จากคุณ อออ   วันที่ 2008-01-31 15:03:44

comment ที่ 6
ดีมาก ๆ เลย อ่านแล้วมันรู้สึกยังไงบอกไม่ถูก
  จากคุณ อออ   วันที่ 2008-01-31 15:02:45

comment ที่ 5
เขียนได้ดี
  จากคุณ uri   วันที่ 2008-01-31 14:25:47

comment ที่ 4
ก็จริง
  จากคุณ 1   วันที่ 2008-01-31 13:53:48

comment ที่ 3
แทบจาม่ายมีคนเข้ามาอ่านเล่ยช่ายใม้เนี่ย
  จากคุณ อิน   วันที่ 2008-01-30 19:03:40

comment ที่ 2
โอ้ยยาวจังโว้ย
  จากคุณ พิมพ์   วันที่ 2008-01-30 19:01:25

comment ที่ 1
ไม่บอกไม่รู้นะเนี๊ยะ
  จากคุณ ข้าว   วันที่ 2008-01-24 23:00:47

1