ข้อมูลส่วนตัว
 
 
คำแนะนำตัว :

เป็นคนไม่หวาน แค่ธรรมดาคนหนึ่งที่ต้องอยู่อย่างเหงาๆ ไปวันๆ

  หมวดของ BLog
 * ทุกกลุ่ม
 Home

  Link
 cherryka
 cherryka
 เด็กที่มีภาวะออทิสติก

หลายคนตั้งคำถามว่าจะรู้ได้อย่างไรล่ะว่าเขามีกิ๊ก  ร้อยทั้งร้อยมักตอบว่าสัญชาติญาณบอกได้ 
แต่เอาเถอะลองมาดูสัญญาณที่เป็นรูปธรรมกันหน่อย
แย่งรับโทรศัพท์บ้าน  สังคมดิจิตอลทุกวันนี้  จะเห็นได้ว่าโทรศัพท์ถูกจัดให้อยู่ในฐานะอุปกรณ์หลักของทุกปัญหาเลยล่ะ  ไม่เว้นแม้แต่ปัญหาความรัก  สมัยก่อนไม่มีโทรศัพท์มือถือ  และคู่รักบางคู่อยู่ในที่ทำงานเดียวกันมีโต๊ะทำงานใกล้  ๆ กัน  และใช้โทรศัพท์ติดต่องานเครื่องเดียวกัน  รวมถึงคู่ที่แต่งงานอยู่ด้วยกันแล้วเห็นได้ชัดเจนเลยว่าเมื่อไหร่ที่เสียงกริ่งโทรศัพท์ดังขึ้นเขามักแย่งรับโทรศัพท์ทุกครั้งไป  มีน้ำใจอย่างน่าประหลาดใจ

 หวงโทรศัพท์มือถือ  แต่ยุคนี้ทุกคนต่างก็มีโทรศัพท์มือถือ  คงเดาได้นะว่าอาการหวงโทรศัพท์มือถือนั้นเป็นอย่างไร  สำหรับชายหนุ่มนักรักโทรศัพท์มือถือจะอยู่ใกล้ตัวตลอดไม่เว้นแม้แต่เวลาเข้าห้องน้ำ  แถมเวลารับสายสีหน้าเขาจะเปลี่ยนไป  น้ำเสียงก็เปลี่ยนตาม  บางทีพูดเบามากพอเราแกล้งไปยืนใกล้ ๆ กะแอบฟังสักหน่อย  ปรากฏว่าเขากลับคุยแบบไม่มีสรรพนามซะอีก  ไม่เอ่ยชื่อ  ไม่มีหางเสียง  เดาไม่ได้เลยว่าใครอยู่ปลายสาย

ไม่ค่อยมีเวลา  หมู่นี้ไม่รู้เป็นอย่างไร  เศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาลง  แต่งานยุ่งเหลือเกิน  เดี๋ยวประชุม  เดี๋ยวกินข้าวกับลูกค้า  เดี๋ยวเร่งผลิตสินค้า  เลยต้องอยู่โยงเฝ้าโรงงาน . . ไม่ค่อยมีเวลาให้เรานี่รวมถึงผิดนัดบ่อย ๆ ด้วยนะ

 เงินไม่พอใช้  มีผู้หญิงหลายคนช่องทางการไหลของเงินก็ย่อมมีหลายช่องเป็นธรรมดา  ถ้ายังเป็นแค่คู่รักคู่ควงอาจเห็นไม่ชัด  นอกจากรู้สึกสงสัยว่าทำไมหมู่นี้เขาไม่ค่อยแฟร์  แต่ถ้าแต่งงานกันแล้วล่ะก็สามารถหาหลักฐานใบเสร็จมาประกอบการสืบสวนได้เลย  เช่น สลิปบัตรเครดิต  หรือบิลอื่น ๆ ที่ส่งมาเก็บตังค์ที่บ้านนั่นแหละ

หล่อขึ้น  จากที่เคยเสื้อตัวกางเกงตัว  บางทีออกเดทกับเราไม่อาบน้ำอีกต่างหาก  หมู่นี้กลับมาแปลก  เริ่มพิถีพิถันกับการแต่งกายมากขึ้น  บางเวลานึกครึ้มยังไงไม่รู้  ใช้น้ำหอมด้วย น้ำหอมผู้ชายนี่เป็นเรื่องได้นะ  เพราะหากเขาไม่ซื้อเองเผลอ ๆ กิ๊กซื้อให้  นั่นแปลว่าเขาสนิทกันแล้วจ๊ะ

 หงุดหงิดผิดปกติ  เวลาคนรักนอกใจ  นอกจากการเปลี่ยนแปลงของเวลาและพฤติกรรมส่วนตัวของเขาแล้ว  อารมณ์ของเขาก็เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งอารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียว  ขวางหู  ขวางตา เรียกได้ว่าทำอะไรก็ผิดหมด

 น่ารักผิดปกติ  ในทางกลับกัน  เมื่อเขารู้สึกผิดกับรักนอกใจ  เขากลับดีกับเรา  อย่างโอเวอร์หาสาเหตุไม่ได้  แต่ขอเตือนก่อนนะถ้าเขาดีมาก  เราก็ต้องเป็นนางเอก  เก็บงำความสงสัยเอาไว้  อย่าปล่อยนางร้ายออกมาทีเดียวเชียว

อ้างเพื่อนที่เรารู้จัก  วันหยุดนี้ต้องไปต่างจังหวัด  ขัดไม่ได้จริง ๆ ไปเป็นกลุ่มนะผู้ชายหมดเลย  แต่ถ้ามีผู้หญิงไปด้วยก็มักอ้างชื่อเพื่อนผู้หญิงที่เรารู้จัก  แก่ อ้วน  ไม่สวย  แต่งงานแล้วไม่มีอะไรน่ากังวลเลยหายไปแค่สองคืนเอง!. .

ทำอย่างไรให้เขากลับมา  คำตอบง่ายมาก  ทำใจค่ะ  ทำใจก่อนเลย . . อย่าตั้งคำถาม  อย่าคาดคั้น  อย่ากระแนะกระแหนประชดประชันแบบโยนก้อนหินถามทาง  อย่าหาเรื่องทะเลาะกัน

          แล้วมีทางอื่นอีกไหม  ถ้าตอบว่าไม่มี  ป้องกันไม่ได้  แก้ไขไม่ได้  ก็ออกจะเป็นคำตอบที่โหดร้ายเกินไป  แต่ความจริงแล้วมันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ไม่มีคู่ความสัมพันธ์คู่ไหนในโลกใบนี้ที่ห้ามคนรักนอกใจได้ . . สิ่งที่ดีที่สุดที่ทำได้ก็คือ  สร้างสิ่งแวดล้อมที่เกื้อหนุนต่อความสัมพันธ์ให้ดีที่สุด  ทำตัวเอง  ทำบ้าน  ทำบรรยากาศให้เขารู้สึกว่าเราเป็นผู้หญิงที่ดีที่สุด  อยู่ใกล้ ๆ เราแล้วมีความสุขกายสบายใจที่สุด

          เมื่อใช้เครื่องมือดักจับสัญญาณทุกชนิดจนมั่นใจแล้วว่าเขากำลังหักหลังเราอยู่แน่ ๆ สิ่งแรกเลยก็คือการย้อนกลับมาสำรวจคุณค่าของตัวเอง  มีสิ่งใดบ้างที่เราต้องพัฒนา  แต่จงพัฒนาอย่างเป็นตัวของตัวเอง  ไม่ต้องเลียนแบบวิ่งตามกิ๊กใหม่ . .  แล้วถ้าเขาไม่กลับมา  จงล้างเขาออกไปจากใจให้เกลี้ยง เพราะนั่นเป็นสูตรลับของการแสวงหารักใหม่ ซึ่งหากขยะยังอยู่เต็มไปหมด ย่อมจะไม่มีพื้นที่เหลือให้คนดีคนใหม่เข้ามาจริงไหม?


 

คุณว่าไหมว่าผู้ชายเจ้าชู้มักจะเป็นแบบนี้......

ผู้ชายเจ้าชู้มักจะพูดว่า  "ผมไม่เจ้าชู้หรอก"

แล้วแก้ตัวว่า "ผมแค่อัธยาศัยดีเพื่อนเยอะ" 

แบบผมเนี่ยเรียกว่าเจ้าชู้เหรอ

ผมเพียงแค่ใส่ใจเพื่อนทุกคน

ผมเพียงแค่ให้ความสำคัญกับทุกคน

 ที่ผมโทรหาเค้าบ่อยๆ เพียงเพราะรู้สึกดีที่ได้คุยกับเค้า

ผมไม่เคยบอกว่าเค้าเป็นแฟนผม หรือว่าคนพิเศษ

ถ้าเค้าคิดไปเองว่าผมชอบเค้ามันก็เป็นสิทธิ์ของเค้า

และถ้าเค้าอกหักเพราะคิดเข้าข้างตัวเองมันก็คงเป็นสิทธิ์ของเค้า

เพราะผมให้เค้าได้แค่คำว่า "เราเป็นเพื่อนกัน"  

และต้องสังเกตให้ดีว่าคนเจ้าชู้จะรักสนุกและเข้าสังคมเก่ง

คนเจ้าชู้มักจะมีโลกส่วนตัว ที่เราไม่สามารถเข้าไปสัมผัสได้

ส่วนมากคนเจ้าชู้มักจะอยู่เป็นโสดเพราะรู้สึกว่าตัวเองยังสนุกกับเพื่อน

และชอบที่จะบริหารเสน่ห์ของตัวเองต่อไป

และอย่าคิดว่าผู้ชายหน้าตาธรรมดาจะไม่เจ้าชู้

บางทีอาจหนักกว่าผู้ชายหน้าตาดีๆ อีก เพื่อที่ให้ใครหลายคนรู้ว่า

เค้ามีคนมาสนใจเยอะ มันอาจเป็นความภูมิใจส่วนตัว ของเค้า

แล้วคุณละ เป็นคนเจ้าชู้รึเปล่า.........????


เพศที่สาม หรือ รักร่วมเพศ  หมายถึง บุคคลที่มีความต้องการทางเพศกับบุคคลที่เป็นเพศเดียวกับตน ต่อให้กำลังมีกิจกรรมทางเพศกับบุคคลต่างเพศอยู่ก็ตามที แต่อดมีจิตคิดประหวัดถึงบุคคลเพศเดียวกันไม่ได้ โดยกลุ่มนี้ไม่ได้มีความประสงค์ที่จะตัด ต่อ เฉาะ เฉือน ให้เป็นเพศตรงข้าม  เขาจะพอใจในเพศที่ตนเองเป็นอยู่ เพียงแต่ต้องการมีเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกันเท่านั้นเอง ทั้งนี้กลุ่มรักร่วมเพศเกิดขึ้นได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ความหมายนี้จึงรวมเกย์และเลสเบี้ยนด้วย

          สำหรับพวกที่มีกิจกรรมทางเพศกับเพศเดียวกันแบบชั่วคราว เช่น ตอนวัยรุ่นคุณอาจเคยร่วมวงสำเร็จความใคร่กับเพื่อนๆ โดยอาจผลัดกันจับ (และคุณไม่ได้ติดอกติดใจอาลัยอาวรณ์กับพฤติกรรมดังกล่าว) จัดว่าไม่เป็นกลุ่มเพศที่สาม

          Hermarphrodite : กลุ่มนี้หมายถึง กะเทยแท้ๆ ประเภทที่มีระบบสืบพันธุ์ทั้งสองเพศในคนเดียวกัน เช่น อาจมีอวัยวะเพศภายนอกเป็นลักษณะเพศหญิง แต่แอบมีอัณฑะอยู่ในตัวด้วย เป็นของแถมที่ไม่ต้องการ

          Transexualism : หรือ ที่เรารู้จักในนามกะเทย  มีความรู้สึกไม่พอใจในเพศที่ตนเองเป็นอยู่ ต้องการเปลี่ยนแปลงเป็นเพศตรงข้าม ยอมรับตนเองในฐานะที่เป็นเพศตรงข้าม

          Transvestism : ประเภทนี้เราพบในภาพยนตร์หลายเรื่อง เป็นกลุ่มที่มีความต้องการทางเพศ หรือมีความสุขเมื่อได้สวมใส่เสื้อผ้าของเพศตรงข้าม แต่ยังพอใจในการมีเพศสัมพันธ์กับเพศตรงข้าม ไม่มีความคิดที่จะมีเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกันเลย เช่น ผู้ชายบางคนที่ชอบแต่งตัวชุดสตรีแล้วช่วยกระตุ้นให้มีความรู้สึกทางเพศที่คึกคักขึ้น โดยยังอยากมีกิจกรรมทางเพศกับผู้หญิงเท่านั้น

          สำหรับปัจจัยที่ทำให้เป็น เกย์ กะเทย ทอม ดี้ นั้น มีหลากหลายทฤษฎีและแนวความคิด ทั้งเรื่องของระบบสมอง ยีน พันธุกรรม การเลี้ยงดู การหล่อหลอมทางสังคม การเรียนรู้จากสังคม แต่ยังไม่มีทฤษฎีใดที่ยืนยันได้เต็มที่  คาดว่าเป็นจากหลากหลายองค์ประกอบ (รวมทั้งบางคนบอกว่าเป็นสันดาน หรือเป็นกรรมแต่ปางก่อนด้วย)

          แต่ตามแนวความคิดทางจิตเวชศาสตร์ปัจจุบันถือว่า หากมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ สนใจเพศเดียวกัน โดยที่อายุผู้ที่มีพฤติกรรมนั้นยังไม่ถึง 18 ปี จัดเป็นภาวะผิดปกติทางจิตที่ควรได้รับการแก้ไข (Gender Identity Disorder) แต่ถ้าอายุเกิน 18 ปีไม่จัดว่าเป็นภาวะผิดปกติทางเพศ แต่จัดเป็นกลุ่มบุคคลปกติ (Normal Variation) ที่มีความแตกต่างทางรสนิยม(ทางเพศ)

          อย่างไรก็ตาม ผู้เป็นเพศที่สามและเดินมาพบเรานั้นมีจำนวนมาก แต่มีบทสรุปจากการปรับตัวที่แตกต่างกัน มีทั้งผู้ที่ยอมรับในตนเองได้(Ego syntonic) มีความสุขกับชีวิตและบทบาทที่เหมาะสม ได้รับการยอมรับ ยกย่องให้เกียรติจากผู้อื่น มีทั้งผู้ที่ยอมรับตนเองไม่ได้ (Ego dystonic) เสื่อมความศรัทธา กระทั่งสูญสลายความรักที่มีต่อตนเอง ในที่สุดลงเองด้วยการป่วยเป็นโรคทางจิตเวชต่างๆ เช่น ซึมเศร้า ก้าวร้าว ทำร้ายตนเอง

          หากเป็นคุณ ไม่ว่าจะในฐานะของผู้ที่เป็นเพศที่สามหรือผู้ใกล้ชิด คุณอยากให้บทสรุปจบลงตรงไหนเอ่ย?

***แหล่งอ้างอิง www.kapook.com