1. เวลาผู้หญิงเข้าห้องน้ำ จะเปิดซิปกระโปรงหรือถลกเอา?
ตอบ : แล้วแต่สะดวก แต่ส่วนมากถลกเอา
2. ผู้หญิงสวมกระโปรงยาวเป็นคนเรียบร้อยใช่ไหม?
ตอบ : ไม่เสมอไป อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันนี้ และในอนาคต มันไม่ใช่แฟชั่นอย่างแน่นอน (แต่ในอดีตนั้นอาจเป็นแฟชั่น) หล่อนอาจจะแค่ไม่ชอบแต่งตัวโป๊ก็ได้
3. มีเสื้อผ้าเต็มตู้ จนไม่มีช่องว่างให้แมลงสาบหายใจ แต่ทำไมยังบอกว่าไม่มีอะไรจะใส่?
ตอบ : ก็หาที่ถูกใจกับอารมณ์วันนี้ยังไม่ได้ หรืออาจจะเรียกให้ดูดีหน่อย อาจจะบอกว่า เพื่อความเหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละวัน หรือว่าแฟชั่นช่วงนั้นๆ
4. ทำไมผู้หญิงต้องมุ่งมั่นเอากับการทำให้ผมตรงเรียบ แบบเอาเป็นเอาตายด้วย?
ตอบ : แล้วจะให้มันยุ่งทำไมละ
5. สวมร้องเท้าส้นสูงแหลมๆทำไมถึงทรงตัวได้?
ตอบ : เป็นพรสวรรค์ตั้งแต่ชาติก่อน
6. ไอ้เจ้ามาสคาร่านะ มันจะทำให้คุณดูดีขึ้นเหรอ?
ตอบ : โคตรๆ ถ้ายาวทิ่มตาผู้ชายได้ จะแฮปปี้สุดๆ
7. น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น เป็นโศกนาฏกรรมชีวิตเลยหรือ?
ตอบ : ไม่ใช่แค่น้ำหนัก แต่รวมถึงเอว ตะโพก พุง ต้นแขน ต้นขา และรอบคอ
8. ต้องการอะไร ทำไมไม่พูดตรงๆ และทำไมต้องคิดว่าผู้ชายต้องเป็นผู้หยั่งรู้ดินฟ้าด้วย
ตอบ : อ้าว ไม่รู้นี่ว่าผู้ชายไม่ฉลาด
9. เวลาคนอุ้มท้อง นอนหงายหรือนอนตะแคง?
ตอบ : ทั้งสองอย่าง แล้วแต่ความเมื่อย
10. ทำไมต้องเติมแป้งที่ใบหน้าอยู่ตลอดเวลา
ตอบ : อยากสวย
11. เป็นโสดทำไม?
ตอบ : ที่หาได้ก็ไม่ดี ที่ดีๆ ก็หาไม่ได้
12. ผู้หญิงตายด้าน มีหรือเปล่า?
ตอบ : ผู้หญิงที่ตายด้านก็เพราะคำตอบข้อ 11 นั่นแหละ
13. ทำไมต้องมีรองเท้าหลายสิบคู่ด้วย มันต่างกันยังไง?
ตอบ : ทำไมผู้ชายถึงชอบมีเมียทีละหลายคน มันต่างกันยังไง
14. ทำไมฝีมือการขับรถของผู้หญิงไม่เป็นสับปะรดเอาซะเลย?
ตอบ : ก็เพิ่งรู้ตอนคุณถาม แต่ผู้หญิงก็ไม่ได้เมาแล้วขับนะเอ้อ
15. ทำไมผู้หญิงชอบกินผลไม้ดอง?
ตอบ : แล้วทำไมผู้ชายชอบดื่มเหล้า สูบหรี่
16. เวลาคุณเสยผม แปลว่าเชิญชวนใช่ไหม?
ตอบ : ไม่ว่ากันถ้าจะคิดอย่างนั้น ขนาดผู้หญิงด่าคุณ ยังหาว่า ผู้หญิงชอบ
17. ไอ้กระเป๋าสะพายราคาเป็นหมื่นๆ นั้น มันวิเศษยังไง?
ตอบ : แล้วสุราราคาแพงๆ ทำไมคุณบอกว่าอร่อยกว่าราคาถูก ทั้งๆ ที่ดื่มแล้วก็เมาเหมือนกัน
18. กลัวลิปสติกเลอะเวลากินข้าว แล้วทำไมต้องทาก่อนออกไปกินข้าวด้วย?
ตอบ : คำตอบเดียวกันกับ คุณรู้ว่าเที่ยวผู้หญิง นอกใจเมีย เสี่ยงต่อการเป็นเอดส์ แล้วทำทำไม
19. ส้มตำเป็นยาอายุวัฒนะเหรอ?
ตอบ : ก็อยากผอม สวย และเอาใจผู้ชายอย่างคุณไง
20. ผู้หญิงสวมกระโปรงสั้น เพราะอยากอวดให้ผู้ชายเห็นเรียวขาหรือเปล่า?
ตอบ : ใช่ ไม่ได้แค่อวดกับผู้ชายนะกับผู้หญิง ถ้าฉันขาสวย ฉันก็อยากอวดพวกหล่อนด้วยเหมือนกัน
(ปล. แต่ในบางสังคม เช่น บางคณะ ของบางมหาวิทยาลัย น้องปีหนึ่งจะถูก (พี่) บังคับให้ใส่กระโปรงสั้นๆ ดังนั้น โปรดอย่าเหมารวมทั้งหมดว่าใส่เพราะอยากโชว์)
21. ในการปฏิบัติกิจพิเศษ ผู้หญิงสามารถรับได้สูงสุดกี่หนในคราวเดียว?
ตอบ : ผู้ชายทำได้กี่หนก็รับได้เท่านั้นแหละ ว่าแต่ทำได้หรือเปล่าเหอะ
22. เสื้อชั้นใน ตะขอหน้ากับตะขอหลัง มันต่างกันตรงไหน?
ตอบ : ตะขอหน้าสำหรับผู้ชายมือใหม่ ตะขอหลังสำหรับขั้นเทพ คุณละ ขั้นไหน
23. เวลามีรอบเดือน เจ็บปวดหรือเปล่า?
ตอบ : เจ็บปวด ไม่ทุกคนและก็ไม่ทุกครั้ง
24. คุณซักกางเกงในกันบ่อยแค่ไหน?
ตอบ : บ่อยเท่าที่จะทำได้ นุ่งซ้ำไม่ลงเหมือนคุณหรอก
25. ผู้ชายเก่งกับผู้ชายรวย อย่างไหนมีน้ำหนักกว่ากัน
ตอบ : ถ้าทั้งเก่ง ทั้งรวย น้ำหนักจะดีมากๆ
26. ทำไมคุณเดินช้อปปิ้งโดยที่ไม่เหมื่อย ไม่เหนื่อย ไม่เบื่อกันเลย
ตอบ : เวลาที่คุณดื่มสังสรรค์กับเพื่อนคุณถึงสว่าง คุณไม่อยากเลิก ไม่เหนื่อย ไม่เบื่อ ไม่กลัวเมียเวลาเข้าบ้านบ้างหรือ
27. เพชรมันสวยยังไง ทำไมใฝ่ฝันจะเป็นเจ้าของกันหนักหนา
ตอบ : ก็มันสวยกว่าก้อนหินนี่
28. คุณนอนหลับท่าไหนกันบ้าง
ตอบ : ทุกท่าที่ทำให้หลับสบาย
29. จุดยุทธศาสตร์ของผู้หญิงน่ะ จริงๆแล้วมีตรงไหนบ้าง
ตอบ : ถามแฟนคุณจะดีที่สุด
30. คุณเคยช่วยตัวเองใช่ไหม
ตอบ : ผู้หญิงไม่ค่อยเงี่ยนเหมือนคนมีกระจู๋หรอก ดังนั้น บางคนอาจจะไม่เคยช่วยตัวเองเลยก็ได้
31. ผู้หญิงบางคนทำอาหารไม่เป็นเลยจริงๆ หรือว่าแกล้งทำ
ตอบ : ทำน่ะ มันทำได้ แต่จะขาดรสอร่อย
32. ทำไมผู้หญิงวิตกจริตกันเอามากๆ
ตอบ : คุณเรียกว่าวิตกจริต แต่ผู้หญิงเรียกว่า กลัว
33. ทำไมผู้หญิงถึงได้ตั้งใจและเรียนเก่งกันนัก
ตอบ : ก็เพราะผู้หญิงขับรถไม่เป็นสับปะรดไง
34. ยามเข้านอน คุณสวมชุดชั้นในกันหรือเปล่า
ตอบ : แล้วแต่คน ถ้าเขาคิดว่าเวลานอนเขาปลอดภัย เขาก็จะไม่ใส่
35. ทำไมต้องรวบผมครึ่งเดียว
ตอบ : รวบอะไรเหรอคะ ดิฉันไม่ทราบจริงๆ ค่ะ
36. ตอนสวมชุดเกาะอก เปิดไหล่ใส่เสื้อชั้นในกันหรือเปล่า
ตอบ : ใส่บ้าง ไม่ใส่บ้างแล้วแต่ชุด
37. ตอนสวมชุดว่ายน้ำ คุณสวมกางเกงในด้วยหรือเปล่า
ตอบ : คำตอบเดียวกับข้อ 36
38. เคยจินตนาการแบบอีโรติกกับผู้ชายที่กำลังอยู่ตรงหน้าบ้างไหม
ตอบ : ไม่เคยเพราะแค่เจอหน้าก็อารมณ์หดหมดแล้ว
39. ชุดโชว์ร่องอกน่ะ อยากให้ผู้ชายดูใช่ไหม
ตอบ : ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก หล่อนแค่อยากให้ตนเองดูดีเวลาไปออกงานเท่านั้น
40. ทำไม ต้องอคติกับแม่สามีด้วย (กำลังจะคิดให้มี "วันแม่ยาย")
ตอบ : อาจจะเพราะรักผู้ชายคนเดียวกันก็ได้มั้ง
41. เอ่อ ! ..คุณชอบท่าไหนมากที่สุด
ตอบ : ทำไมคุณไม่ถามว่าเกลียดท่าไหนที่สุด จะตอบง่ายกว่า
42. คุณจะเปลี่ยนมาเป็นศาสนาเดียวกับผมได้ไหม
ตอบ : ได้ แต่คุณลองให้เหตุผลดีๆ มาซัก 3 ข้อ
43. ถ้ามาอยู่บ้านผู้ชายแล้ว ผู้หญิงเขาจะช่วยค่าใช้จ่ายในบ้านไหม
ตอบ : แล้วทำไมผู้หญิงต้องไปอยู่บ้านคุณด้วย
44. ทำไมผู้หญิงต้องเอาเป็นเอาตายกับวันครบรอบสารพัดวันด้วย
ตอบ : ที่จริง ผู้หญิงทุกคน อยากจะรู้ว่าผู้ชายที่รัก จะรักและสนใจอะไรเกี่ยวกับตัวเธอบ้างไหม
45. ผู้หญิงเคยสวมกางเกงในกลับด้านกันบ้างไหม
ตอบ : เคย (แต่บางคนก็ไม่เคย)
46. กางเกงเป้าต่ำน่ะ ใส่สบายดีจริงๆหรือเปล่า
ตอบ : ก็สบายต่อสายตาผู้ชายไง
47. ทำไมต้องให้ผู้ชายเป็นฝ่ายเลี้ยงทุกครั้งที่ออกเดท
ตอบ : ไม่ได้ตั้งใจ
48. คุณเคยดูหนังโป๊กันใช่ไหม
ตอบ : ใช่ แต่ไม่ชอบดู มันน่าขยะแขยงยังไงก็ไม่รู้ ทว่ามีคลิปดังๆเช่นแอนนา หรือน้องแนท รับรองแจกจ่ายกันดูหมดทั้งกลุ่มแน่ๆ
49. ระหว่างเครื่องสำอางกับอาหาร คุณให้อะไรเป็นที่หนึ่ง
ตอบ : อาหาร แต่บางคนก็เครื่องสำอาง
50. เคยแอบมองเป้าผู้ชายกันบ้างหรือเปล่า
ตอบ : ไม่มองแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าคุณไม่ได้รูดซิป
51. ทำไมต้องหวง เวลาที่คุณผู้ชายไปสังสรรค์กับเพื่อนผู้ชายด้วยกัน
ตอบ : ก็เพราะว่าไม่ได้ไปด้วยไง จริงๆ แล้วอยากไปด้วย
52. ทำไมชอบคิดจับผิดว่าคนนั้นคนนี้เป็นเกย์
ตอบ : เพราะพวกเขาชอบเรียกพวกเราว่า ชะนี
53. คุณแอบชอบเพื่อนของแฟนบ้างไหม
ตอบ : จะชอบเข้าไปได้ยังไง ก็มันเหี้ยมากขนาดนั้น
54. ทำไมเป็นนักสำรวจมือทองกันจัง ซ่อนอะไรไว้ตรงไหนหาเจอหมด
ตอบ : พรสวรรค์อีกนั่นแหละ
55. ผ่าท้องคลอด หมอผ่าตรงไหน
ตอบ : ใต้สะดือ
56. สวมถุงน่องข้างนอกหรือข้างในกางเกงใน
ตอบ : ข้างนอก (ไม่ใช่ซูเปอร์แมนนะ)
57. ครีมทาหน้าขาวน่ะ ขาวจริงๆ หรือเปล่า
ตอบ : ถามพอนด์'ส ดูสิคะ
58. ผู้หญิงอายุมากๆยังมีความรู้สึกทางเพศไหม
ตอบ : ถามญาติผู้ใหญ่คุณดูดีกว่าไหม แต่ฉันว่าคงหมดอารมณ์ไปนานหลายสิบปีแล้วล่ะ
59. ทำไมชอบทำสีผมกันจัง ทำไมคิดว่าจะทำให้ดูดีขึ้น
ตอบ : มันก็แล้วแต่คน
60. ทำไมต้องหึงหวงอย่างไม่มีเหตุผล
ตอบ : คุณรู้ได้ไงว่าไม่มีเหตุผล เหตุผลมีมากเกินไปจนคุณไม่ยอมรับรู้ต่างหาก
61. ทำไมต้องให้โทรหาทุกวัน
ตอบ : จะได้รู้ไงว่าคุณมีชีวิตอยู่หรือเปล่า
62. การไม่ปฏิเสธ คือการยอมรับหรือเปล่า
ตอบ : ไม่ใช่
63. การที่คุณโทรหาผม แสดงว่าคุณชอบผมเข้าแล้วใช่ไหม
ตอบ : เปล่าหรอกน่ะ ฉันแค่จะโทรหาเพื่อนฉัน มันก็เท่านั้นเอง
64. คุณแอบชอบแฟนของเพื่อนหรือเปล่า
ตอบ : จะแอบชอบได้ยังไงมีแต่ผู้หญิง
65. การที่คุณเงียบ แปลว่าคุณยอมใช่ไหม
ตอบ : ยอม อาย ลังเล … แล้วแต่ขณะนั้น แต่อยู่ใน 3 แบบนี้
66. คุณภูมิใจมากใช่ไหมที่มีรายได้สูงกว่าผู้ชาย
ตอบ : ทำไมไม่คิดว่ามีมากกว่าผู้หญิงละ
67. ผู้หญิงแกร่ง ลึกๆ แล้วก็ต้องการผู้ชายใช่หรือเปล่า
ตอบ : ไม่ใช่หรอก เธอต้องการให้ได้ดั่งใจมากกว่า
68. คุณร้องไห้เพื่อเรียกร้องความสนใจหรือเปล่า?
ตอบ : ร้องไห้เพราะเสียใจ ทุกข์ใจ ที่ทำไมผู้ชายดีๆ หายากจัง
69. ทำไมต้องถอนขนคิ้วด้วย
ตอบ : จุดประสงค์เดียวกับการโกนหนวดของผู้ชายนั่นแหละ
70. ทำไมไม่เคยเข้าใจผู้ชายเลย
ตอบ : แล้วคุณน่ะเคยเข้าใจผู้หญิงบ้างหรือเปล่า
71.เวลาเลือกเสื้อผ้า ไมผู้หญิงต้องจับเสื้อผ้าทุกตัวที่อยู่บนราวแขวน
ตอบ : ถ้าเป็นไปได้ ฉันก็อยากได้ทุกตัวที่อยู่ในร้านนั่นแหละ
72. ทำไมผู้หญิงต้องแกล้งถึงจุดสุดยอดด้วย
ตอบ : ก็เพราะปลงแล้วว่า ผู้ชายทำได้แค่นี้
คติสอนใจ..จากไม้ขีดไฟ เพียงอันเดียว
ชีวิตคนเราอาจเปรียบได้กับไม้ขีดไฟ
ก้านไม้ขีด..ก็เหมือนกันเวลาชีวิตของเรา
เวลาชีวิตของเรา..หากมองจริงๆ ก็แสนจะสั้นเหลือเกิน เมื่อเรามีบางสิ่งบางอย่างทำ
บางคน..อาจมองว่าชีวิตของเรา ทำไมมันช่างแสนจะยาวนานนัก
เพราะนั่น..คือการที่เรายังไม่ได้จุดไม้ขีดไฟ
เมื่อเกิดการเสียดสีกับกล่องไม้ขีด ไฟก็จะลุกโชน
ในช่วงเวลาที่เราเริ่มจุดไม้ขีดนั้น
ไม้ขีดบางอัน ก็อาจจะลุกติดในทันที แต่บางอัน ก็ต้องใช้เวลานานกว่าจะติด
ไฟ..ก็เปรียบเสมือนงาน หรือจุดมุ่งหมายของเรา
บางคน...กว่าจะค้นหาเป้าหมายของตัวเองเจอ ก็ช่างนานแสนนาน
และเมื่อจะเริ่มทำเป้าหมายที่วางไว้ให้สำเร็จ..หัวไม้ขีดก็เก่าเสียแล้ว
จะจุดไม้ขีดก็ต้องยากเป็นธรรมดา
เมื่อไฟลุกติด..เมื่อเราเริ่มทำความฝันให้เป็นความจริง
ไฟก็จะมอดก้านไม้ขีด..เวลาแห่งชีวิต เวลาแห่งอิสระก็เริ่มจะสั้นลงๆ
ขณะที่ไฟลามไปยังก้านไม้ขีด
บางอันอาจจะช้า บางอันอาจจะเร็ว ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งต่างๆ
ตอนที่ไฟลุกอยู่...อาจจะมีลมแรงพัดผ่านเข้ามา อาจจะมีฝนตก ไฟก็อาจจะดับได้
เมื่อลุกมาถึงกลางก้านไม้ขีดแล้ว ก็เป็นไปไม่ได้ที่ไฟจะกลับมาลุกโชนอีกครั้งได้ง่ายๆ
ก็จำเป็นต้องพึ่งไม้ขีดอีกอัน พึ่งเพื่อนรักของเรา มาประคองไฟให้ลุกใหม่ได้อีกครั้ง
เมื่อจุดหมายของเราใกล้จะประสบความสำเร็จ ก้านไม้ขีดที่เหลือก็มีอยู่น้อยเต็มทีแล้ว
แต่เมื่อใดที่ไฟสุดท้ายของไม้ขีดดับมอดลง เมื่อวาระสุดท้ายของคนเรามาถึง
ก็จำเป็นที่จะต้องจากไป
แต่ประโยชน์ที่เราสร้างไว้ จุดหมายที่ประสบความสำเร็จ ไฟที่สร้างความสว่างไสวเอาไว้
แม้จะเป็นแค่เพียงไฟดวงเล็กๆ แต่ก็ได้สร้างประโยชน์เอาไว้ให้แก่คนรอบข้าง
และบางที
ก้านไม้ขีดไฟอันนี้…ก็อาจนำไปเพื่อจุดกองไฟกองโต
เพื่อความสว่างไสวและอบอุ่นของคนมากมาย..ตลอดคืน
ในทางกลับกัน..บางคนอาจกล่าวว่า
ถ้าเราไม่จุดไฟ..เราก็มีก้านไม้ขีดที่เหลืออีกมากมายเหลือเฟือ
แต่ถ้าหากเราปล่อยก้านไม้ขีดเอาไว้อย่างนั้น
นานวันเข้า..นานวันเข้า
ก้านไม้ขีดก็จะจุดติดยาก หรืออาจจะจุดไม่ติด
พอถึงวันนั้น..
คนที่จะใช้ไม้ขีดก็คงจะทำอะไรไปไม่ได้...นอกจากจะต้องทิ้งไม้ขีดไฟก้านนั้นทิ้งไป...
...ถ้าพูดถึงเรื่องเสียงหัวเราะและท่าทางในการยิ้มของคนเรานั้น เชื่อว่าไม่มี
ใครเหมือนใครเป็นแน่ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นก็มาจากหลายๆ อย่างประกอบเข้าด้วยกันนั่นเอง
ไม่ว่าจะเป็น ครอบครัว สภาพแวดล้อม ประเพณี วัฒนธรรม หลากหลายมากมาย
ด้วยเหตุนี้เอง เสียงหัวเราะของคนเราจึงสามารถบอกถึงนิสัยใจคอของคนคนนั้น
และหากคุณลองสังเกตดูก็จะพบว่าการยิ้มและหัวเราของคนแต่ละคนนั้น มีหลายสิ่ง
หลายอย่างที่แตกต่างกันเหลือเกิน ซึ่งกิริยาเหล่านี้เองที่นักวิจัยได้ทำการวิจัยออกมา
และพบว่ามีอิทธิพลต่อนิสัยของคนเราเป็นอย่างมาก
ว่าแล้วเรามาเริ่มสังเกตกันดีกว่า ว่ารอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคนรอบตัวเราเนี่ย
มันบ่งบอกว่าเขาเป็นคนอย่างไรได้บ้าง
วิเคราะห์นิสัยและท่าทางของตัวคุณเองหรือคนรอบข้างว่าหัวเราะแบบไหน
(ตอบข้อที่ตรงมากที่สุดนะ)
- หัวเราะเสียงดังลั่น - หัวเราะเสียงเบา
- หัวเราะเสียงสูง - หัวเราะเสียงต่ำ
- หัวเราะเสียงแห้ง - หัวเราะเสียงหนักสม่ำเสมอ
- หัวเราะแล้วน้ำตาไหล - หัวเราะหลายเสียง
และวิเคราะห์นิสัยและท่าทางของตัวคุณเองหรือคนรอบข้างว่ายิ้มแบบใด
(ตอบข้อที่ตรงมากที่สุดนะ)
- ยิ้มกว้างเปิดเผย - ยิ้มเม้มปาก
- ยิ้มยั่วยวน - ยิ้มมุมปาก
- ยิ้มเยือกเย็น - ยิ้มปุ๊บปั๊บ ยิ้มเร็วหุบเร็ว
- ยิ้มตาหยี
.............................................
เอาหล่ะ เรามาเฉลยในส่วนของท่าทางการหัวเราะก่อนละกัน
หัวเราะเสียงดังลั่น : เอาแบบว่าหัวเราะได้ยินไปสิบบ้านแปดบ้านหล่ะก็ ผลวิจัย
เขาบอกว่า แสดงถึงนิสัยของคนที่จริงใจ จริงจัง มีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว หรือจะ
เรียกว่า กล้าได้กล้าเสียก็ไม่ผิดนัก เมื่อมีเรื่องคอขาดบาดตายมาให้ตัดสินใจ ก็จะ
ทำได้อย่างรวดเร็ว มีความสามารถในการแก้ปัญหาเฉพาะได้เก่ง และเป็นคนที่
กระตือรือร้นสูง มักมีงานนั่นงานนี่มาให้ทำอยู่เสมอ เสียแต่ว่าไม่มีความรอบคอบ
เท่าที่ควร
หัวเราะเสียงเบา : เสียงหัวเราะที่เบาๆ นุ่มๆ นั้นบอกถึงนิสัยที่เป็นคนที่มี
ความระมัดระวังตัวเองสูง ค่อนข้างจะมีความคิดซับซ้อนซ่อนอยู่ในใจลึกๆ
และมีความต้องการที่จะให้คนรอบข้างสนใจและรู้สึกนิยมชอบพอในตนเอง
นอกจากนี้ ยังเป็นคนที่ละเอียดถี่ถ้วนเป็นอย่างยิ่ง ใช้ชีวิตอย่างรอบคอบเป็นที่สุด
จึงมีเรื่องให้คิดไตร่ตรองอยู่เสมอ ในขณะเดียวกันก็เป็นบุคคลที่เชื่อถือได้
และมีน้ำใจดี พึ่งพาได้ในยามที่ต้องการความช่วยเหลือ
หัวเราะเสียงสูง : มักเป็นคนที่มีจิตใจกระตือรือร้นอยู่เสมอ เรียกได้ว่า มีไฟอยู่ตลอดเวลา
สนใจเรียนรู้เรื่องแปลกๆ ใหม่ๆ ทุกประการ โดยเฉพาะเมื่อได้รวมกลุ่มกับคนหนุ่มคนสาว
จะมีพลังในการสร้างสรรค์สูง มักทำในเรื่องที่สร้างความประหลาดใจต่อผู้อื่นอยู่เสมอๆ
ขณะเดียวกันก็เป็นคนจิตใจดี ไว้เนื้อเชื่อใจทุกคน และยังเป็นคนที่มีคุณธรรม
ในจิตใจสูงส่งอีกด้วย จะไม่ยอมทำในเรื่องที่ขัดต่อศีลธรรมโดยเด็ดขาด
หัวเราะเสียงต่ำ : อุปนิสัยค่อนข้างจะเป็นคนเจ้าชู้เอาเรื่องทีเดียว ทั้งยังเป็นคนที่ให้
ความสำคัญในเรื่องความรักมากอีกด้วย ชีวิตมักวนเวียนอยู่กับเรื่องเหล่านี้เป็นส่วนใหญ่
ในขณะเดียวกันก็จะเป็นคนที่พูดจาหว่านล้อมคนได้เก่ง เข้ากับผู้คนได้ง่าย
มีแนวคิดที่ลึกซึ้งน่าเลื่อมใสศรัทธา และมักเผยแพร่อิทธิพลความคิดของตนได้ผลเสมอ
ซึ่งสิ่งนี้เองที่จะทำให้มีคนมารุมล้อมอยู่บ่อยๆ ด้วยความนิยมรักใคร่
หัวเราะเสียงแห้ง : สำหรับคนที่มีเสียงหัวเราะแห้งๆ ไม่มีชีวิตชีวานั้น บ่งบอกถึง
นิสัยการเป็นคนที่ชอบต่อสู้ และมีชีวิตอยู่ในโลกของความจริง ไม่มีอารมณ์เพ้อฝัน
ในจิตใจเอาเสียงเลย แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่ละเอียดลึกซึ้งทีเดียว
มองคนได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ใครที่คิดจะมาหลอกลวงอะไร ไม่มีทางจะได้ผล
แต่ว่าก็เป็นคนจิตใจดี ชอบช่วยเหลือและเรียกร้องสิทธิเพื่อคนที่ตกทุกข์ได้ยาก
มักมีชีวิตง่ายๆ สมถะ มักคบหากับคนด้วยเรื่องของจิตใจมากกว่าฐานะหรือชื่อเสียง
หัวเราะเสียงหนักแน่นสม่ำเสมอ : มักเป็นคนที่ชอบความสมบูรณ์แบบอยู่เสมอ
คาดหวังเพียงสิ่งที่ดีที่สุดเท่านั้น โดยเฉพาะเรื่องการทำงานที่จะทุ่มเทแรงกายแรงใจสูง
เพื่อผลของงานที่ดีเยี่ยม นอกจากนี้ ยังเป็นคนที่มีจินตนาการแปลกๆ ใหม่ๆ เสมอ
ซึ่งสร้างความสนใจให้กับคนอื่นได้มากทีเดียว ทั้งยังเป็นคนมีอารมณ์ขัน ที่ช่วย
ผ่อนคลายความเป็นคนเอาจริงกับทุกเรื่อง ไม่ให้กลายเป็นคนซีเรียส จนใครๆ ไม่กล้าเข้าใกล้
ให้ดูน่ารักขึ้นอีกมาก
หัวเราะแล้วน้ำตาไหล : บอกถึงนิสัยของการเป็นคนที่มีอุดมคติหรืออุดมการณ์นั่นเอง
มักมีจิตใจที่ชอบช่วยเหลือคนอื่นอย่างมาก เป็นคนเปิดเผย ร่าเริง ชื่นชมชีวิต
รักทุกสิ่งบนโลกนี้ ไม่ว่าจะดีหรือเลว เรียกว่าเป็นศรัทธาต่อการมีชีวิต
แต่ว่าถ้าต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่มีความซับซ้อนสูง ก็จะรู้จักแก้ไขปัญหา
ให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ขณะเดียวกันก็เป็นคนที่มีโลกส่วนตัว และยังหวงแหน
โลกส่วนนี้ของตนเอามากๆ
หัวเราะเสียงหลายเสียง : ถ้าคุณสามารถหัวเราะเป็นเสียงสูงๆ ต่ำๆ ได้อย่างน่าแปลกใจ
ซึ่งบ่งบอกถึงการเป็นคนที่มีความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ดีมาก
ทั้งยังมีบุคลิกที่คล่องแคล่วว่องไว ชอบความสนุกและยังเอาใจคนรอบข้างเก่งอีกด้วย
นอกจากนี้ ยังเป็นบุคคลที่สามารถเข้ากับใครๆ ได้ง่าย ไม่ถือตัว ไม่มีฟอร์มใดๆ ทั้งสิ้น
จะทำงานในหน้าที่บริหารหรือจัดการประสานงานได้ดี
.............................................
และคำเฉลย สำหรับท่าทางการยิ้ม
ยิ้มกว้างเปิดเผย : การยิ้มที่สามารถมองเห็นฟันได้อย่างชัดเจนนั้น
บอกถึงการเป็นคนกระตือรือร้นอยู่เสมอ ทั้งยังเป็นคนที่ชอบการแสดงออกเอามากๆ
หากได้รับมอบหมายให้ทำการใดๆ ในกลุ่มคนจำนวนมาก ก็จะสามารถทำได้ดี
โดยไม่มีอาการเก้อเขิน หรือเอียงอายใดๆ ทั้งสิ้น และยังคบหากับคนทั่วไป
ได้โดยง่าย นอกจากนี้ ยังเป็นคนที่ชมชอบการแต่งตัวมาก มักเสียเงินไปกับเรื่องนี้
ทีละมากๆ โดยไม่เสียดาย
ยิ้มเม้มปาก : จะเป็นการยิ้มไม่เห็นฟันของคนยิ้ม บอกถึงความเป็นคนที่ระมัดระวัง
ตัวเองสูง แถมยังมีโลกส่วนตัวมากๆ อีกด้วย ชอบที่จะอยู่คนเดียวมากกว่า จึงมีน้อยคนที่
จะสามารถเข้าหาจนถึงขั้นสนิทสนมด้วยได้ นอกจากนี้ ยังเป็นคนที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง
รักสันโดษ ชอบใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ
(อย่างในชนบท มากกว่าในเมืองใหญ่)
ยิ้มยั่วยวน : ยิ้มแบบนี้ส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
คนที่มีรอยยิ้มเช่นนี้อย่างแท้จริง นิสัยมักจะเป็นคนที่ชอบจนถึงขั้นหลงใหลในเรื่องความรักเป็นพิเศษ
และยังชอบเพ้อฝันกับเรื่องสวยๆ งามๆ มากกว่าที่จะสนใจความเป็นจริงของชีวิต
จึงมักมีความสามารถสูงในเรื่องที่เกี่ยวกับความสวยงามหรือศิลปะ
ยิ้มมุมปาก : ลักษณะที่ยิ้มเพียงแค่การกระตุกมุมปากเหมือนไม่ค่อยเต็มใจจะยิ้มเท่าไหร่นั้น
บอกถึงอุปนิสัยที่เป็นคนค่อนข้างเข้าใจยากทีเดียว และมักจะมีความซับซ้อนในตัวเองสูง
อารมณ์แปรเปลี่ยนรวดเร็ว แต่จะเป็นคนที่มีความคิดลึกซึ้งคมคาย เพียงแต่อาจแปลก
และแตกต่างจากคนทั่วไปมาก จนบางทีคนอื่นถึงกับตามไม่ทัน นอกจากนี้ ยังมีความ
สามารถในการเป็นนักจิตวิทยาที่พูดจาปลุกเร้าผู้คนจำนวนมากได้ไม่ยากเลย
ยิ้มเยือกเย็น : ส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นคนที่มีบุคลิกน่าเชื่อถือและไว้วางใจได้
แต่ลึกๆ ลงไปข้างใน จะเป็นคนที่ไม่เชื่อมั่นในตัวเองอย่างไม่น่าเชื่อทีเดียว
ทั้งยังเป็นที่ซื่อเอามากๆ ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมซับซ้อนกับใครเลย
และมีความเป็นนักประนีประนอมสูงอีกด้วย
ยิ้มปุ๊ปปั๊บ : คนที่ยิ้มเร็ว หุบเร็ว บ่งบอกถึงการเป็นคนที่มีพลัง คล่องแคล่วอยู่ตลอดเวลา
และจะตื่นเต้นได้ง่ายกับสิ่งเร้าใจที่แปลกๆ ใหม่ๆ แต่ในขณะเดียวกัน
ก็จะเป็นคนที่สับสนได้ง่ายกับสิ่งที่คลุมเครือ เพราะจะเป็นคนที่ค่อนข้างใจร้อน
และชอบความชัดเจนมากกว่า
ยิ้มตาหยี : บ่งบอกถึงนิสัยของการเป็นคนที่มองโลกในเง่ดีเอามากๆ
เพราะถึงแม้จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายอย่างไร ก็จะยังสามารถหัวเราะ
ได้อย่างน่าแปลกใจทีเดียว นอกจากนี้ ยังบ่งบอกถึงการเป็นคนที่มีอารมณ์ขัน
ชอบทำให้คนรอบข้างยิ้มแย้มอยู่เสมอ และยังเป็นคนที่สามารถนำ
ประสบการณ์ของตนมาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณค่าแทบทุกเรื่อง
เรียกว่า ไม่มีวันปล่อยให้ประสบการณ์ไร้ประโยชน์
.............แล้วคุณหล่ะ มีรอยยิ้มและท่าทางการหัวเราะแบบไหน?