ถ้าเหนื่อยนักก็จงหาเวลาพักเสียบ้าง วิธีนี้อาจจะใช้ได้กับอาการเหนื่อยทางกายเท่านั้น แต่สำหรับคนที่เหนื่อยทางใจก็คงต้องคิดหาวิธีกันร้อยแปด ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่วันนี้ ทริคดีฯ จะทำให้คนที่เหนื่อยใจกับความรักกลับเฟรชขึ้นมาได้ง่ายนิดเดียว เพียงคุณทำตามวิธีการ relax หัวใจด้วยตัวเอง ลองดูนะคะ ...
หยุดโทร คุยหรือเจอหน้าคนที่ทำให้เฮิร์ตสักพัก แล้วอยู่กับตัวเองเงียบๆ อาจจะทำให้มีเวลาทบทวนสาเหตุของความเหนื่อย
ถ้าจำเป็นต้องเจอกันทุกวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้พยายามพักปากและอารมณ์ด้วยการพูดให้น้อยที่สุด อย่าพูดถึงเรื่องที่มีความเห็นไม่ตรงกัน และพยายามยิ้มให้กันแทนคำพูดก็ได้ไม่เสียหาย
หาเพื่อนที่นิสัยดีๆ เข้ากันได้กับคุณ มาเป็น ก.ข.ค. เพื่อทำหน้าที่เป็นกรรมการคอยห้ามทัพเวลาที่เธอกับเขาจะปะทะคารมกัน แต่อย่าเลือกคนที่ไม่เป็นกลางเพราะมันจะทำให้เรื่องยุ่งไปกันใหญ่
แยกย้ายกันไปทำกิจกรรมที่ตัวเองชอบ เมื่อจิตใจได้ relax แล้วความรู้สึกแย่ๆ ในใจก็จะคลายลงไปเอง แต่อย่าประชดรักด้วยการมีกิ๊ก เพราะเหตุการณ์มันอาจแย่ลงมากกว่าเดิม
ปรึกษาผู้ใหญ่ที่น่ารัก บางทีอาจจะได้แง่คิดที่น่าพอใจ มุมมองใหม่ๆ มาปรับใช้กับตัวเองด้วย ซึ่งอาจจะทำให้คุณประสานร้อยร้าวด้วยก็ได้
ถ้าไม่มีผู้ใหญ่มาเป็นที่ปรึกษาจริงๆ อาจเลือกเพื่อนที่ไม่เกี่ยวข้องกับเราและเขาเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ที่ดี แต่ก็ต้องระวังอย่าเปิดเผยความลับส่วนตัวให้คนแปลกหน้ารู้ เพราะเราอาจจะถูกหลอกอีกก็เป็นได้
ถ้าอยู่ในอารมณ์ที่ไม่อยากเจอหน้าและได้ยินเสียงใคร แม้แต่เพื่อนๆ ก็ไปเที่ยวคนเดียวซะเลย แต่การไปคนเดียวก็ต้องระวัง เพราะมีภัยอยู่รอบตัว
ร้องไห้ออกมาให้มากที่สุด เพราะมันเป็นการปลดปล่อยได้ง่ายที่สุด แต่อย่าคิดทำร้ายตัวเองเพื่อประชดความรัก เนื่องจากจะไม่เกิดประโยชน์แล้ว ยังเป็นการทำลายคุณค่าของตัวเองด้วย
ระบายออกมาโดยการเล่นกีฬา ตบลูกแรงๆ ซึ่งบางทีมันทำให้เราหายเครียดไปได้ระยะหนึ่ง แต่จริงๆ ก็อย่าเล่นกีฬาประเภทรุนแรงเกินไปเพื่อประชดรัก
เรียกเพื่อนๆ มาช่วยกันทำกิจกรรม relax เช่น การต่อ jigsaw หรือเลือกทำกิจกรรมอื่นๆ แต่ที่ใช้ระยะเวลาไม่นานเกินไป
วิธีสังเกตประจำเดือนผิดปกติแบบง่ายๆ
ขั้นแรกให้ลองเปรียบเทียบกับประจำเดือนปกติ ซึ่งมีลักษณะดังนี้
1. ระยะเวลาเลือดประจำเดือนออกจะอยู่ในราว 4 - 6 วัน หากนานกว่า 7 วันถือว่าผิดปกติแล้ว
2. ปริมาณเลือดประจำเดือนในแต่ละเดือนประมาณ 30 มล.ขึ้นไป แต่ถ้ามากกว่า 80 มล. ถือว่าผิดปกติ
3. ระยะห่างระหว่างประจำเดือนจะมีเวลาประมาณ 24 - 35 วัน
หากมีลักษณะของประจำเดือนผิดไปจากที่กล่าวมาข้างต้น เช่น มีปริมาณมากกว่าปกติ, รอบของประจำเดือนมีระยะเร็วกว่า 24 วัน หรือช้ากว่า 35 วัน, มีประจำเดือนมากและนาน หรือมีไม่เสมอต้นเสมอปลาย ก็ให้ถือว่าเข้าข่ายประจำเดือนมาไม่ปกติแล้ว
สาเหตุและการรักษา
สาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติมีอยู่ 2 ประเภทคือ ประเภทแรกเป็นความผิดปกติจากการสร้างฮอร์โมนของรังไข่และเยื่อบุโพรงมดลูกหรือเป็นโรคบางอย่างเกี่ยวกับสมองที่มีหน้าที่ควบคุมการทำงานของรังไข่ ส่วนประเภทที่สองมีสาเหตุมาจากโรคเลือดบางชนิด ที่เมื่อเป็นแล้วจะมีอาการเลือดแข็งตัวช้า หยุดไหลได้ยาก หรือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อบางอย่างในโพรงมดลูก
ส่วนวิธีรักษานั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุของความผิดปกติ หมออาจจะรักษาด้วยยา ฮอร์โมน หรือวิธีอื่นๆตามแต่กรณี
ควรตรวจภายในตั้งแต่อายุเท่าไหร่?
จริงๆแล้วไม่มีกำหนดอายุที่แน่นอน แต่หากแต่งงานมีบุตรแล้วก็ควรตรวจภายในและตรวจคัดกรองปากมดลูกปีละหน ในกรณีที่อายุน้อยกว่า 45 ปี และไม่พบความผิดปกติในครั้งแรก ก็สามารถเว้นช่วงห่างในการตรวจประมาณ 3 - 5 ปีต่อครั้ง
สำหรับสาวๆช่างสงสัยว่าเมื่อไรนั้น ก็ให้ดูว่าหากมีอาการผิดปกติ เช่น เลือดออกนอกรอบเดือน มีอาการปวดท้องน้อย หรือคลำพบก้อนเนื้อบริเวณท้องน้อย คุณหมอแนะนำว่าควรพบสูตินารีแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษา และข้อสำคัญคือ หากพบอาการผิดปกติอย่าปล่อยทิ้งไว้นาน ยิ่งในปัจจุบันนี้มีสูตินารีแพทย์ที่เป็นหญิงมากขึ้น คุณสามารถเข้ารับการรักษาและรับคำปรึกษาได้อย่างสะดวกและสบายใจ
หลังประจำเดือนหมด 2 - 3 วัน มีเลือดออกกะปริดกะปรอยสีค่อนข้างคล้ำ ถือว่าผิดปกติหรือไม่
ควรทำความเข้าใจก่อนว่า ปกติทั่วไปประจำเดือนมักมามากในช่วง 1 - 2 วันแรก จากนั้นจะค่อยๆลดลงจนกระทั่งจางหมดไป ในบางรายอาจมีลักษณะกะปริดกะปรอยบ้างซึ่งไม่ถือว่าผิดปกติแต่อย่างใด แต่หากมีเลือดประจำเดือนออกซ้ำหลังประจำเดือนหมดไปนานแล้ว ควรพบแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษาทันที
การกินยาคุมกำเนิดเพื่อรักษาสิว หรือเพื่อเลื่อนประจำเดือน มีผลกระทบอย่างไร?
ข้อนี้คุณหมอบอกว่า ในบางรายจะมีกระทบบ้างแต่ก็ไม่เป็นอันตรายรุนแรง เช่น อาจเกิดอาการแพ้ยาคุมกำเนิด แต่โดยทั่วไปไม่มีผลกระทบหากใช้ยาภายใตคำแนะนำและการควบคุมของแพทย์ ดังนั้นสาวๆก็ไม่ควรไปซื้อยามาใช้เอง ถ้าอยากสวยขอแนะนำว่าไปพึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดีกว่ากันเยอะ
หลังจากที่ตื่นนอน บางครั้งอาจจะเกิดอาการอ่อนเพลีย
วันนี้เกร็ดความรู้มีวิธีทำให้สดชื่นหลังตื่นนอนมากฝากกัน...
- เริ่มต้นด้วยการเดินไปหยิบน้ำมาดื่มสักแก้วใหญ่ ให้ชื่นใจ
การดื่มน้ำนั้นเป็นการเติมน้ำให้กับร่างกาย หลังจากร่าง
กายของเราพักผ่อนมาทั้งคืน ซึ่งเป็นอีกวิธีที่ช่วยให้สมอง
ปลอดโปร่งมากขึ้น
- ใช้เวลาสัก 5-10 นาที ออกกำลังกายยืดเส้น
กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ภายในร่างกาย วิธีการนี้จะเหมือน
กับการบิดขี้เกียจตอนเช้า เน้นการยืดในส่วนที่ต้อง
ใช้บ่อย ๆ ในการทำงาน เช่น ถ้าต้องใช้คอมพิวเตอร์ช่วย
ในการทำงานทั้งวันนั้น เป็นไปได้ว่าต้องเน้นการออก
กำลังที่ส่วน กล้ามเนื้อบริเวณคอ หัวไหล่ แขน และฝ่ามือ
- การรับประทานธัญพืช และอาหารที่มีโปรตีนบ้าง
ในมื้อเช้า ลดอาหารจำพวกแป้ง การรับประทานอาหาร
ในช่วงเช้านั้นมีประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นการเตรียมพร้อมใ
ห้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดวัน
- การเปลี่ยนเครื่องดื่ม เลิกดื่มกาแฟแล้วหันมาดื่มชาขิง
เพื่อช่วยการไหลเวียนของเลือด ทำให้ร่างกายอบอุ่น
อีกทั้งช่วยให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น
ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันได้.