ข้อมูลส่วนตัว
 
 
คำแนะนำตัว :

เป็นคนไม่หวาน แค่ธรรมดาคนหนึ่งที่ต้องอยู่อย่างเหงาๆ ไปวันๆ

  หมวดของ BLog
 * ทุกกลุ่ม
 Home

  Link
 cherryka
 cherryka
 เด็กที่มีภาวะออทิสติก

 

หากเอ่ยถึงการนอนหลับลึกด้วยวิธีการคลายเกร็ง (Relaxation) ตามแบบฉบับชาวชีวจิตแล้ว หลายๆ คนอาจพยักหน้ารู้จัก และปฏิบัติกันเป็นอย่างดี แต่หากพูดถึงท่านอนที่คุณนอนในยามค่ำคืนแล้ว อาจมีหลายคนที่ส่ายหน้า เพราะไม่เคยสังเกต หรืออาจเปลี่ยนท่านอนกันบ่อยในแต่ละคืน

          แต่คุณทราบหรือไม่ว่า ท่านอนแต่ละท่ามี ข้อดีและข้อเสียอย่างไร แล้วหากท่านั้นเป็นท่านอนประจำตัวคุณเสียแล้วจะต้องปรับเปลี่ยนท่านอนกันอย่างไรนั้น เกร็ดสุขภาพฉบับนี้มีคำแนะนำดีๆ จาก นายแพทย์ วรวุฒิ เจริญศิริ ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ มาฝากกันค่ะ

นอนหงาย

          โดยปกติแล้วคนทั่วไปนิยมนอนหงาย ถือได้ว่าเป็นท่านอนมาตรฐาน เวลานอนหงายโดยไม่หนุนหมอนหรือใช้หมอนต่ำ ต้นคอจะอยู่ในแนวเดียวกันกับลำตัว ไม่ปวดคอ แต่ถ้าหนุนหมอนสักสองสามใบ คอจะก้มโน้มมาข้างหน้า ทำให้เกิดอาการปวดคอได้

          ผู้มีอาการดังต่อไปนี้ควรหลีกเลี่ยงการนอนในท่านอนหงาย หรือแก้ไขตามคำแนะนำ ดังนี้

           ผู้ป่วยโรคปอด ไม่เหมาะที่จะนอนท่านอนหงาย เพราะทำให้กล้ามเนื้อกระบังลมที่คั่นระหว่างช่องอก และช่องท้องกดทับเนื้อปอดเป็นเหตุให้หายใจลำบาก แต่สามารถแก้ไขได้ โดยการยกส่วนบนของร่างกายให้สูงขึ้นในลักษณะครึ่งนอนครึ่งนั่ง อาจจะใช้หมอน 2 - 3 ใบวางหนุนรองหลังไว้ หรือยกพื้นเตียงส่วนบนให้สูงขึ้นพอประมาณ

           ผู้ป่วยโรคหัวใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาวะหัวใจล้มเหลวหรือหัวใจวาย จะมีอาการนอนราบไม่ได้ ทั้งนี้เนื่องจากไม่สามารถสูบฉีดโลหิตออกจากห้องหัวใจ ได้ก่อให้เกิดอาการหอบ และหายใจติดขัด ผู้ป่วยโรคหัวใจจึงมักต้องลุกขึ้นนั่ง หรือยืนตอนกลางคืนเพื่อที่จะหายใจได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

           ผู้ที่มีอาการปวดหลัง การนอนหงายในท่าราบจะทำให้อาการปวดรุนแรงขึ้น เวลานอนควรใช้หมอนหนุนรองใต้โคนขา หรือวางพาดขาทั้งสองไว้บนเตียงนอน รวมทั้งควรออกกำลังกายเป็นประจำวันละ 10 - 15 นาที เพื่อช่วยบริหารกล้ามเนื้อหลังลดการเกร็งตัว และบรรเทาอาการปวดหลังได้เป็นอย่างดี

 นอนตะแคง

           ท่านอนตะแคงซ้าย เป็นท่านอนที่ช่วยลดอาการปวดหลังได้พอสมควร แต่ควรกอดหมอนข้างและพาดขาไว้ ข้อเสียคือทำให้หัวใจ ซึ่งอยู่ด้านซ้ายทำงานลำบากขึ้น และอาหารในกระเพาะที่ยังย่อยไม่หมดตั้งแต่ก่อนเข้านอนจะคั่งค้างอยู่ในกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดลมจุกเสียดที่บริเวณลิ้นปี่ และอาจรู้สึกชาที่ขาซ้ายหากนอนทับเป็นเวลานาน หรือถ้าหนุนหมอนต่ำเกินไปจะทำให้ปวดต้นคอได้ แก้ไขโดยใช้หมอนสี่เหลี่ยมที่มีความสูงเท่าความกว้างของบ่าซ้ายหนุนนอน

          ท่านอนตะแคงขวา เป็นท่านอนที่ดีที่สุด ถ้าเทียบกับการนอนหลับในท่าอื่นๆ เพราะหัวใจเต้นสะดวกและอาหารจากกระเพาะถูกบีบลงลำไส้เล็กได้ดี ทำให้ไม่คั่งค้างอยู่ในกระเพาะอาหารนานเกินไป และเป็นท่านอนที่ช่วยบรรเทาอาการปวดหลังได้เป็นอย่างดี

          นอกจากนี้ ท่านอนตะแคงทั้งตะแคงซ้าย และขวาช่วยลดเสียงกรนได้ ในผู้ที่กรนจากการอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบน เช่น ลิ้นไก่ยาว โคนลิ้นหนา ต่อมทอนซิลโตมาก หรือโพรงจมูกอุดตัน

 นอนคว่ำ

           ท่านอนคว่ำทำให้หายใจติดขัดไม่สะดวก โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีเต้านมใหญ่หรือสำหรับผู้ชาย การนอนคว่ำก็อาจทำให้อวัยวะเพศถูกทับอยู่ตลอดเวลา จนเกิดอาการชาของอวัยวะเพศได้

           การนอนคว่ำยังทำให้ปวดต้นคอ เนื่องจากต้องเงยมาข้างหลัง หรือบิดหมุนไปข้างซ้ายหรือขวานานเกินไป ดังนั้น ถ้าจำเป็นต้องนอนคว่ำ ควรหาหมอนรองใต้ทรวงอก โดยเฉพาะถ้าต้องการอ่านหนังสือในท่านอนคว่ำ ทั้งนี้เพื่อช่วยไม่ให้เมื่อยกล้ามเนื้อคอ และไม่มีอาการปวดคอ

          นอกจากนี้ ความเชื่อแต่โบราณที่เคยเข้าใจว่า ทารกควรให้นอนคว่ำรูปหัวจะทุยสวย ไม่แบน แต่ปัจจุบันพบว่าจริงๆ แล้วอาจเกิดผลเสียได้ ทารกมีโอกาสเสียชีวิตเนื่องจากหายใจไม่ออกจากการที่จมูกหรือปากถูกทับไว้

          นอกจากคุณจะเลือกนอนให้ถูกท่าเพื่อสุขภาพแล้ว ต้องรู้จักการนอนหลับลึกหลับสนิท ซึ่งช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่และถือเป็นวิธีส่งเสริม "ภูมิชีวิต" อีกทางหนึ่ง




 

หากเราต้องอยู่กับใครสักคน . . . ที่ไม่ได้รักเราแล้ว 
          เราอยากให้เค้า บอกความจริงกับเรา หรือป่าว. . .?
          เราจะรู้สึกอย่างไร หากใครคนหนึ่ง หลอกเราว่ารัก. . . 
          ทั้งๆ ที่หมดรักไปแล้ว

          ทุกอย่างในโลกเปลี่ยนแปลงได้. . .แม้แต่ใจของเราเอง 
          เมื่อวันหนึ่งที่ตื่นขึ้นมา แล้วพบว่า. . .
          เราไม่ได้รัก คนที่เรารักมาตลอดอีกแล้ว
          แม้จะเป็นเรื่องที่เจ็บปวด และยอมรับได้ยาก

          อาจฟังดูไม่ดี. . . แต่ก็คือความจริง ที่สามารถเกิดขึ้นได้จริง
          และคนทุกคน ก็มีสิทธิ์ที่จะเลิกรัก. . . 
          เมื่อหัวใจเราได้ เปลี่ยนไปแล้ว
          การที่จะไปบอกว่า เราไม่ได้รักเขาอีกต่อไปแล้ว. . .

          มันเป็นเรื่องยาก เพราะความรู้สึกผิด. . .เพราะความสงสาร. . .
          หรือ เพราะอะไรอีกมากมาย. . .
          ทำให้หลายคน ไม่ยอมที่จะพูดความจริง
          และเก็บงำ ความรู้สึกมากมายเอาไว้ และทนคบกันต่อไป. . .

          ลองคิดกลับกันดีไหม. . .?
          หากเราต้องอยู่กับใครสักคน ที่ไม่รักแล้ว
          เราอยากจะให้เขา บอกความจริงกับเราหรือป่าว. . .?
          เราจะรู้สึกอย่างไร . . . หากใครคนนึงหลอกเราว่ารัก
          ทั้งๆ ที่หมดรักไปแล้ว

          เรามีสิทธิ์ที่จะเลิกรักก็จริง. . .แต่เขาก็มีสิทธิ์ ที่จะรู้ความจริง
          แค่ไม่รัก ก็ผิดมากพออยู่แล้ว. . . อย่าทำผิดมากกว่าเดิม
          ด้วยการรั้งเขาไว้...

          อย่าอ้างว่า เป็นเพราะความสงสาร
          เพราะมันอาจกลายเป็น. . . ความเห็นแก่ตัว
          บอกความจริงให้เขาได้รู้...
          ให้เขาได้มีส่วน ในการตัดสินใจ ที่จะอยู่หรือไป...

          แม้ไม่ได้ทำให้ความผิดลดลง แต่อย่างน้อยที่สุด...
          ก็จะไม่ทำให้ความผิดมากขึ้นไปกว่าเดิม. . .



 

อยากร้องไห้ ร้องไปเลย

          ร้องให้พอ แล้วปรับตัวปรับใจมาเริ่มต้นใหม่กันดีกว่า พยายามหางานทำ ทำงานที่ต้องรับผิดชอบให้ดีที่สุด เอาเวลาเอาสมอง ไปคิดสิ่งที่เป็นประโยชน์ดีกว่านะคะ อย่าไปหมกหมุ่นกับสิ่งที่ทำให้เราเสียสุขภาพจิตเลยค่ะ

อย่าคิดทำร้ายตัวเอง

          พ่อแม่รักเรา เลี้ยงเรามาแทบตายนะคะ ทำไมกับผู้ชายห่วยแตกคนเดียว ใครที่ไหนก็ไม่รู้ เค้าทำให้เราเจ็บใจแล้วยังไม่พอ เค้ามีค่าทำให้เราต้องอุทิศชีวิตให้เลยหรือ กลับไปหาพ่อแม่นะคะ ท่านรักเรามากที่สุด ไม่มีใครรักเราเท่านี้อีกแล้ว ที่ว่า ผมรักคุณ รักนักรักหนา อย่าไปเชื่อมากนักนะคะ แบ่งใจไว้บ้าง

อย่าปล่อยเนื้อปล่อยตัว

          อย่าปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้ดูไร้ค่า บางคนโมโหแล้วกินจนอ้วน บางคนก็โทรม บางคนก็ประชดชีวิต ทำตัวเองให้มันเลวไปซะเลย มันไม่มีอะไรดีหรอกค่ะ เค้าจะยิ่งสมน้ำหน้าเรา เราต้องทำตัวให้ดีขึ้น ให้เค้ารู้สึกเสียดายเราจะดีกว่า 

อย่าอยู่คนเดียว

          ควรหาเพื่อนคุย หรือหาอะไรทำนะคะ จะได้ไม่คิดมาก

อย่าดูหนังโรแมนติก หรือฟังเพลงเศร้า

          เพราะเราจะมีอารมณ์คล้อยตาม มันยิ่งจะเศร้าไปกันใหญ่

อย่าเอารูป หรือของเก่าๆ มาดู

          ห้ามนำของที่มีความหลังมาดูเป็นอันขาด ดูไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นหรอกค่ะ อย่าพยายามผ่านหรือไปในสถานที่ที่เคยไปด้วยกัน ที่ควรไปมีอีกเยอะ

อย่าคิดว่าชีวิตนี้ขาดเค้าไม่ได้

          อย่าคิดว่าถ้าไม่มีเค้า แล้วเราจะตาย เพราะแต่ก่อนที่ยังไม่เจอเค้า เราก็อยู่ได้ จริงไม๊คะ ดีแล้วที่เค้าเลิกไปซะ เราจะได้มีโอกาสเจอคนดีกว่านี้อีก ต้องมีกำลังใจ อย่าท้อแท้นะคะ ชีวิตเราต้องก้าวไปข้างหน้า หาในสิ่งที่ดีกว่า 

อย่าโทรศัพท์ไปง้องอนเค้าเป็นอันขาด

          เสียเหลี่ยมหมด เค้าอาจจะสงสาร แล้วกลับมาดีอีก แต่มันก็คงไม่เหมือนเดิมแล้วหล่ะค่ะ จะทำไปทำไม เอามาแต่ตัว แต่หัวใจไม่มา เซ็ง!!