ข้อมูลส่วนตัว
 
 
คำแนะนำตัว :

เป็นคนไม่หวาน แค่ธรรมดาคนหนึ่งที่ต้องอยู่อย่างเหงาๆ ไปวันๆ

  หมวดของ BLog
 * ทุกกลุ่ม
 Home

  Link
 cherryka
 cherryka
 เด็กที่มีภาวะออทิสติก

         เวลาที่คนเราอกหัก มีอยู่สองประโยคที่ผู้คนรอบตัวมักจะนำมาพูดเพื่อปลอบใจคนที่อยู่ในสถานการณ์นั้นอยู่เสมอ นั่นก็คือ ‘เวลาจะช่วยเยียวยาบาดแผลทุกชนิดได้’ และ ‘เมื่อประตูบานหนึ่งปิดลง ประตูอีกบานก็จะเปิดรอรับเราอยู่เสมอ’ 
         แต่กว่าจะถึงเวลานั้น ไม่ว่าใครต่างก็รู้สึกว่า เวลาแต่ละเสี้ยววินาที ช่างเนิ่นนาน และผ่านไปยากเย็นเหลือเกิน แต่ก็ขอให้เชื่อเถอะว่า ไม่ว่าจะใช้เวลานานขนาดไหน ทุกสิ่งทุกอย่างจะผ่านไปตามกาลเวลา กว่าจะผ่านช่วงเวลาที่ความคิดและความรู้สึกตกผลึกมาได้ ยังมีขั้นตอนอีกมากมาย กว่าที่เราจะผ่านจุดนั้น 

  1. ปฏิเสธ 

          ตอนนี้คุณยังไม่เชื่อว่าเรื่องราวเหล่านี้ กำลังเกิดขึ้นกับคุณ คุณแยกตัวเองออกมาจากสังคมและเพื่อนฝูง เพราะคุณยังทำใจไม่ได้ วิธีที่จะช่วยให้คุณผ่านขั้นตอนนี้ไปได้ก็คือ อย่ากลัวที่จะขอความช่วยเหลือจากคนอื่น เพราะคนที่รักคุณจริงๆ ทั้งเพื่อนฝูงหรือพ่อแม่ ย่อมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ

  2. เกรี้ยวกราด 

          คุณคิดว่าคนๆ นั้นกล้าดียังไง ถึงมาทำแบบนี้กับคุณ ตอนนี้คุณอาจจะโกรธทั้งตัวเขาและตัวคุณเองว่า เป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องเลิกรากันไป ลองพยายามขจัดอารมณ์โกรธของคุณ ด้วยการเขียนจดหมายถึงเขา แต่ห้ามส่งจดหมายนี้เด็ดขาด หลังจากนั้นลองกลับมาอ่านจดหมายนี้ใหม่ในอีกวันถัดมา แล้วคุณอยากเก็บไว้ หรือจะขยำทิ้งก็ไม่มีใครว่า เขียนไปเรื่อยอารมณ์รุนแรงจะค่อยๆ ลดลงทุกวัน จะเขียนเป็นบันทึกเลยก็ไม่เป็นไร

  3. ลดคุณค่าตัวเอง 

          ในขั้นนี้คุณจะลดคุณค่าตัวเองลงมา โดยบอกเขาว่า จะยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เขากลับมา อะไรก็ได้ที่จะทำให้เรากลับไปเป็นเหมือนเดิม หรือคุณอาจจะพยายามทำอะไรแปลกๆ เพื่อให้เขากลับมาจนถึงขั้นขาดสติ เช่น โทรตามตื้อไม่หยุด แม้ว่าเขาจะไม่รับโทรศัพท์คุณเลยก็ตาม

  4. ซึมเศร้า 

          คุณอาจจะยังรู้สึกโกรธ โศกเศร้า รู้สึกผิด ทุกสิ่งทุกอย่างผสมกันอยู่ในตอนนี้ แล้วสิ่งเหล่านั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นอาการซึมเศร้า คุณไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร เหนื่อยแม้กระทั่งหายใจ เพราะคุณสูญเสียการควบคุมทั้งอารมณ์และร่างกายตนเอง ถ้าคุณอยู่ในระหว่างขั้นตอนนี้นานเกินไป จนเสียงานเสียการ ให้ลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอย่างจิตแพทย์ดู

  5. ยอมรับ 

          คุณเริ่มเข้าใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น คุณไม่รู้สึกโกรธเกรี้ยว หรือจมอยู่ในความเศร้าเหมือนที่ผ่านมา เวลาที่คิดถึงเขา คุณไม่ได้รู้สึกอารมณ์รุนแรงเหมือนเมื่อก่อน ทั้งในแง่บวกหรือลบ คุณสามารถที่จะกลับมามีชีวิตของคุณได้อีกครั้ง มีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรงเหมือนเดิม

 ***เมื่อคุณได้เรียนรู้ข้อผิดพลาดนั้นแล้ว คุณก็ควรจะบอกตัวเองไม่ให้ทำสิ่งเหล่านั้นอีกในความสัมพันธ์ครั้งใหม่


คำว่า"อกหัก"...ใครที่รักใครไม่เป็นก็คงไม่รู้จักคำนี้...
และคำว่า"อกหัก"...ถ้าใครมีความรักที่สมหวัง  ก็จะไม่รู้จัก คำ ๆ นี้เช่นกัน...

ในเมื่อคนสองคนที่มีใจที่ตรงกัน  ได้มารักกัน  ได้เดินทางในเส้นทางเดียวกัน...


ต่อมาระยะหนึ่ง...ความรักที่มีนั้น   ไม่เหมือนเดิม  ใจไม่ตรงกัน  อาจเพราะว่า  ใครคนใดคนหนึ่ง  มีใจไม่เหมือนเดิม หรืออาจจะเป็นว่า 
ทั้งสองคนร่วมใจกันใจไม่ตรงกัน...เป็นการใจตรงกันครั้งสุดท้าย..  คนสองคนหมดรักกัน และจากกันไป 
เพื่อ "ไปเดินในเส้นทางใหม่"ที่ตนต้องการ..

กรณีคนอกหัก
เป็นประเภท...เราใจเหมือนเดิม  แต่เขา  เปลี่ยนไป...
     เหมือนโลกทั้งโลก...ทะลายไป...
รู้สึกว่า  ตัวเองไม่มีค่า  คิดแต่ว่า  " ฉันผิดอะไร? "
เขาทำไมจากไป  ทำไม  ทำไม  และทำไม 
ณ เวลานั้น  คนอกหัก  จะกลายเป็นคนช่างคิดช่างตั้งคำถาม  คิดอะไรรกหัวไปหมด..แต่ออกจะคิดแคบไปหน่อย 
คิดแต่เรื่องเขาคนนั้น...ด้วยคำถามว่า...ทำไม
ตัวอย่างของคำถามจากคนอกหัก...ที่ต้องการคำตอบจากเขา  (แต่เขาไม่อยู่ให้ตอบคำถาม)
     1.  ทำไมถึงเลิกกับเรา?
     2.  เธอมีใครใหม่หรือ?
     3.  เธอจะคิดถึงฉันไหม?
     4.  ทำไมเหงาอะไรอย่างนี้นะ...เธอล่ะ?
     5.  เธอทำอะไรอยู่นะ...?
                     ฯลฯ

คิดโทษแต่ตัวเอง....
ร้องไห้...ร้องไห้....และร้องไห้....เหมือนคนบ้า.....อยู่ดี ๆ ก็ร้องไห้.....
ทำตัวห่อเ***่ยว  เสมือนหมดแรงเพราะทำงานตรากตรำ......
สมองฝ่อไปชั่วขณะ.......
บางที  สำหรับบางคน.....
ไม่รู้ว่าใช้สมองส่วนไหนคิด...เขาคิดทำร้ายตัวเอง   บางคนถึงกับชีวิตก็มี  
เพื่ออะไร?.......
พวกนี้ไม่รู้จักใช้สมองอันน้อยนิดที่ปลายนิ้วมือคิดเลย...(จริง ๆ)

เสียใจกับความรักที่มันไม่มีทางกลับมาเหมือนเดิมน่ะได้....แต่อย่าเสียใจนานนัก...

เราเสียใจ...ร้องไห้....ทำร้ายตัวเอง   จะมากน้อยเท่าไร  
"เขาคนนั้นไม่มารับรู้อะไรด้วยหรอก"

ขณะที่คุณร้องไห้...เสียใจ   คิดถึงแต่เขา  นึกถึงแต่เขา...
คุณทำร้ายตัวเอง....เขาคนนั้น  กำลังนึกถึงคนอื่น  มีความสุขอยู่กับรักใหม่ของเขา 
โดยที่เขาไม่ได้นึกถึง  ไม่ได้คิดถึงคุณแม้แต่น้อยนิดเลย...
    ในเมื่อรู้อย่างนี้แล้ว...คิดอะไรได้รึยัง?
****คิดซะ...เขาคนที่ทำเราร้องไห้ได้น่ะ   ไม่ได้มีค่าอะไรเลย  กับชีวิตที่มีค่าของเรา  
อยู่มาได้อายุเท่านี้   ก่อนหน้านี้ไม่มีเขาเราก็ไม่ตาย   ประสาอะไรกับตอนนี้  
ณ วินาทีนี้  เราจะไม่มีเขาแล้ว   จะเป็นอะไรไป... 
ชีวิตมีค่า   เวลาที่มีอยู่ใช้ให้คุ้ม  กับคนที่เขาหวังดี  รักเรา  เถอะนะ...
รักตัวเองให้มากขึ้น...มองโลกให้กว้างกว่านี้  แล้วคุณจะเห็นอะไรดี ๆ มากมาย

คนรอบ ๆ ข้างคุณ  เพื่อน ๆ  คุณ  ก็ช่วยให้คุณหัวเราะได้แค่ช่วงหนึ่งเท่านั้น....
มีแต่ตัวคุณเองเท่านั้นแหล่ะ...ที่จะช่วยให้ตัวคุณเองยิ้มและหัวเราะได้...

หาอะไรทำเพื่อที่จะได้ไม่คิดฟุ้งซ่านกับเรื่องเลวร้ายอย่างนั้นซะ....
ถึงแม้มันจะเหมือนการหลอกตัวเอง  หลอกคนอื่นว่าคุณทำใจได้    แต่ว่า  มันก็ดีซะกว่า   คุณไม่รักตัวเอง....


 เรื่องมีอยู่ว่า

พ่อ,แม่,และลูกชายจอมทะเล้นวัย 3 ขวบ..
กำลังอาบน้ำรวมกันอย่างมีความสุข..
และแล้วความฉงนก็เกิดขึ้นในใจเจ้าลูกชายตัวดี...


"พ่อๆ นั่นมันอะไรของพ่อน่ะ" เจ้าลูกชายถาม..
" เอ่อ..คือ..เขาเรียกว่ารถยนต์ น่ะลูก..หึ หึ..".....

" อ้าว..แล้วแม่ทำไม่ไม่มีล่ะ" เจ้าลูกชายรุกแม่ต่อ..
" ของแม่น่ะ..โรงรถ. ไงจ๊ะ!." ...


"อ๋อ..รู้แล้ว..งั้นของหนูก็รถจักรยานน่ะสิ" ....
"เห่อๆๆ จ้ะ" (แล้วแต่เอ็งจะคิดเถอะ ไอ้ลูกwell)...


คืนนั้นเองเจ้าลูกชายปวดท้องฉี่.. ลุกออกจากห้องจะไปห้องน้ำ
เดินผ่านห้องของแม่.. ก็ได้ยินเสียงกุ๊กกิ๊กๆๆ.. อยู่ภายในห้อง...
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เจ้าหนูจึงเข้าไปมองลอดช่องกุญแจดู....


" ผั๊บผ่าสิ. พ่อนี่ไม่ไหวจริงๆ.. ขับรถก็ไม่เก่ง..
แค่เอารถเข้าจอดเท่านั้น.. ถอยหน้าถอยหลังอยู่นั่นแหละ.. ......

เฮ่อ..".....


...ฮิ ฮิ ขำๆน่า...