ข้อมูลส่วนตัว
 
 
คำแนะนำตัว :

เป็นคนไม่หวาน แค่ธรรมดาคนหนึ่งที่ต้องอยู่อย่างเหงาๆ ไปวันๆ

  หมวดของ BLog
 * ทุกกลุ่ม
 Home

  Link
 cherryka
 cherryka
 เด็กที่มีภาวะออทิสติก

 
ฟันธงผู้ชายหมกมุ่นเรื่องเซ็กซ์ ส่วนผู้หญิงคิดเรื่องนี้เพียงวันละ 1 ครั้ง

          เป็นผลวิจัยที่น่าสนใจทีเดียว จึงต้องนำมาเล่าสู่กันฟังเสียหน่อย โดยเฉพาะสาวๆ ทั้งหลายจะได้ระมัดระวังตัวเวลาเข้าสังคม ในหนังสือเล่มใหม่ของ ดร.ลูแอน ไบรเซนดีน นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ระบุว่า ผู้หญิงพูดมากกว่าผู้ชายสามเท่า โดยวันๆ หนึ่งสาวๆ เมาธ์กระจายเฉลี่ย  20,000 คำ มากกว่าหนุ่ม 13,000 คำ ขณะที่ความแตกต่างทางสมองทำให้ผู้ชายหมกมุ่นเรื่องเซ็กซ์ โดยคิดวนเวียนถึงแต่เรื่องนี้เกือบทุกนาที ทั้งนี้เขายังบอกว่า ผู้หญิงพูดเร็วกว่าผู้ชาย โดยพฤติกรรมเหล่านี้เป็นผลจากความแตกต่างทางสมองระหว่างคนสองเพศ 
          ดร.ไบรเซนดีน เจ้าของคลินิกบำบัดด้านฮอร์โมนและจิตใจในซานฟรานซิสโก แจงว่า เซลล์สมองของผู้หญิงอุทิศให้กับการพูดมากกว่าผู้ชาย หมายความว่าการพูดทำให้สมองหลั่งสารเคมีที่ทำให้ผู้หญิงเคลิบเคลิ้มแบบเดียวกับความรู้สึกของคนเสพเฮโรอีน และความแตกต่างนี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ทารกอยู่ในครรภ์มารดา ในช่วงเวลาดังกล่าว ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนจะมีบทบาทสำคัญต่อพัฒนาการทางสมองของทารกเพศชาย ทำให้สมองส่วนที่รับผิดชอบการสื่อสาร อารมณ์ และความจำมีขนาดเล็กลง ผลคือผู้ชายช่างพูดน้อยกว่าผู้หญิง และมีปัญหาในการแสดงอารมณ์

          นักวิจัยท่านนี้ยกตัวอย่างว่า ในเรื่องของการแสดงอารมณ์นั้น สมองผู้หญิงเปรียบเสมือนทางด่วน 8 ช่องทาง ขณะที่สมองผู้ชายเป็นได้แค่ถนนต่างจังหวัด อย่างไรก็ตาม ความเข้มแข็งและสงบปากสงบคำของผู้ชายมีข้อดีเช่นกัน โดย ดร.ไบรเซนดีนแจกแจงว่า ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนช่วยลดขนาดของสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการได้ยิน ทำให้ผู้ชายสามารถทำหูทวนลมกับคำโต้แย้งที่มีเหตุผลที่สุดของภรรยาหรือแฟน


          อย่างไรก็ตาม ขณะที่สมองผู้ชายอ่อนด้อยในเรื่องการแสดงอารมณ์และการสนทนา แต่ส่วนที่มาชดเชยคือความสามารถในการคิดถึงเรื่องเซ็กซ์ เนื่องจากสมองส่วนนี้ของผู้ชายใหญ่กว่าผู้หญิงถึงสองเท่า หรือเปรียบได้กับท่าอากาศยานนานาชาติ ขณะที่สมองผู้หญิงเป็นได้แค่สนามจอดเครื่องบินส่วนตัวลำเล็กๆ เท่านั้น

          ผลศึกษาซึ่งมาจากการทดลองทางคลินิกและการวิเคราะห์งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์กว่า 1,000 ชิ้น ของนักจิตวิทยาผู้นี้แสดงให้เห็นว่า ผู้ชายคิดเรื่องเซ็กซ์ทุก 52 วินาที ขณะที่ผู้หญิงคิดเรื่องนี้วันละครั้งเดียว

ขอบคุณข้อมูลจาก :: thaiweddingmall


 คำว่า "รัก" สั้นแต่บางคนใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อเรียนรู้คำๆ นี้ ถ้าคิดจะปลูกต้นรัก ต้องรู้จักรดน้ำ พรวนดินให้สัมพันธภาพยืนนาน  หลายๆ คนก็ต้องเสียอนาคตและบางคนถึงกับต้องจบชีวิตของตนเองก็เพราะคำนี้ ในขณะที่อีกหลายๆ คนดูเหมือนประสบความสำเร็จในการเรียนรู้คำว่า "รัก" มีชีวิตครอบครัวที่ใครๆ อิจฉา แต่จริงๆแล้วเจ้าตัวไม่ได้คิดเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย กลับพยายามดิ้นรนเพื่อเรียนรู้คำว่า "รัก" จนครอบครัวสับสนวุ่นวาย

          เชื่อว่าคนที่เกิดมาทุกคนนอกจากความรักที่ได้รับจากคุณพ่อคุณแม่และญาติพี่น้องแล้วพวกเขาก็สนใจที่จะเรียนรู้คำว่า "รัก" อยู่ตลอดชีวิต วันนี้เรามีนิทานที่จะเล่าให้ฟัง หวังว่าเมื่ออ่านจบแล้วพวกเราคงได้เข้าใจและเรียนรู้คำว่า "รัก" ได้มากขึ้น................เรื่องมีอยู่ว่า


           เด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งเหงาอยู่ริมรั้วเธอมองดูกระถางต้นไม้ที่แห้งเฉา ดินแตกระแหง แต่ยังมีเมล็ดพืชงอกงามอยู่ในนั้น เธอเก็บเมล็ดพืชนั้นมาด้วยความสงสัย...อยากรู้ว่ามันงอกขึ้นมาได้อย่างไร?

วันที่ 1 เธอนำเมล็ดพืชนั้นมาปลูกในกระถางใบใหม่..รอคอยวันที่มันจะเติบโต เธออยากเห็นเมล็ดพืชโตเร็วจึงรดน้ำจนล้นกระถาง

วันที่ 2 เธอเฝ้าดูการเจริญเติบโตของเมล็ดพืชนั้น..ทันใดนั้นก็มีปลาทองออกมาจากเมล็ดนั้น เด็กหญิงเอาปลาทองใส่ไว้ในโหลและคิดว่าคงรดน้ำมากเกินไปจึงเอากระถางไปใส่ไว้ในเตาอบและเฝ้าดู

วันที่ 3 เธอเปิดเตาอบออกดูเห็นลูกไก่เดินอยู่ในนั้น มันมองมาที่เธอและเดินตามเธอตลอดเวลา เด็กหญิงมีความคิดว่าควรจะใส่ปุ๋ยให้มันและเริ่มเทปุ๋ยจนหมดถุง และ..รอ

วันที่ 4 มีริบบิ้นสีแดงออกมาจากเมล็ด เธอดีใจมากนำริบบิ้นมาผูกให้กับลูกไก่ แต่ละวันเด็กผู้หญิงจะเฝ้ารอดูว่าจะมีอะไรออกมาจากเมล็ดพืชอีก เธอมีความสุขกับการได้ดูแลเมล็ดพืช รดน้ำ พรวนดิน ให้แสงแดดที่แรงกล้า

วันที่ 30 เด็กหญิงเบื่อที่จะรดน้ำ พรวนดิน ให้แสงแดด และดูแลต้นไม้ เธอรู้สึกไม่ตื่นเต้นกับสิ่งที่จะออกมาจากเมล็ดพืชนั้นเหมือนแต่ก่อน เธอทิ้งต้นไม่นั้นไว้โดยไม่สนใจมันอีก..ต้นไม้เริ่มแห้งเฉาใบไม้เริ่มเป็นสีเหลือง ไม่มีอะไรออกมาจากเมล็ดพืชอีก..

วันที่ 180 ใบไม้เริ่มแห้งกรอบ ดินเริ่มแตกแยกเหมือนครั้งแรกที่เด็กหญิงเจอมัน..เธอเศร้าเสียใจอย่างมาก
 
วันที่ 250 เด็กหญิงรดน้ำในปริมาณที่พอเหมาะ...เธอมีความหวังที่จะได้พบสิ่งที่ทำให้ประหลาดใจอย่างที่เคยเป็น

วันที่ 251 เธอนำกระถางมารับแสงแดดอ่อนๆตอนเช้าด้วยใจที่เบิกบานและเต็มไปด้วยความหวัง

วันที่ 252 เธอใส่ปุ๋ยและพรวนดินให้ต้นไม้ มีลูกไก่ที่ผูกริบบิ้นสีแดงและปลาทองในโหลอยู่ใกล้ๆ

วันที่ 300 การเอาใจใส่ ดูแลอย่างใกล้ชิดของเธอทำให้ต้นไม้กลับมาออกใบเขียวชอุ่ม..และที่น่าประหลาดใจคือ เมล็ดพืชกลายเป็นดอกสีแดงเล็กๆรูปร่างคล้ายหัวใจ... เด็กหญิงตื่นเต้นดีใจกว่าทุกครั้ง

วันที่ 340 เธอร้องเพลงและพูดคุยกับดอกไม้สีแดงนั้นทุกเวลาที่ว่าง เธอรู้สึกมีความสุขมาก..ที่ได้คอยเอาใจใส่โดยไม่ได้สนใจว่ามันจะกลายเป็นอะไรต่อไป..เด็กหญิงไม่คาดหวังให้ดอกไม้กลายเป็นสิ่งใด เธอเพียงทะนุถนอมและดูแลมันอย่างดีที่สุด

วันที่ 365 เด็กหญิงนั่งอยู่ริมหน้าต่าง กระถางตรงหน้าเธอไม่มีดอกไม้สีแดงรูปหัวใจอีกแล้ว ดอกไม้ที่เธอเฝ้าดูแลหายไป

แต่เธอไม่เศร้า ไม่เสียใจ ไม่ร้องไห้ เพราะมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ริมหน้าต่าง เขาสามารถพูดคุยกับเธอ ยิ้มให้เธอ ไปทุกที่กับเธอ เข้าใจเธอ และเธอก็ไม่เคยเหงาอีกเลย

เด็กผู้หญิงใช้เวลา 1 ปี ในการเรียนรู้เรื่องความรัก และในที่สุดเธอเรียนรู้ว่า

1. ต้นไม้แห่งความรัก หากรดน้ำ พรวนดิน ให้แสงแดดที่จัด และดูแลต้นไม้มากจนเกินไปไม่ได้แปลว่ามันจะเจริญเติบโต แต่มันอาจกลายเป็นสิ่งที่เธอคิดไม่ถึง อาจดูน่าสนใจแต่สิ่งที่ได้มานั้นจะนำมาซึ่งความผิดหวัง เสียใจก็เป็นได้
 
2. การที่เราคาดหวังกับความรักมากเท่าไรเมื่อไม่เป็นอย่างที่หวังเราจะยิ่งเจ็บปวดมากเท่านั้น และถึงแม้เราจะยอมรับที่จะสูญเสียแต่ก็ไม่มีทางหนีจากความเจ็บปวดได้

3. ช่วงแห่งการดูใจกันหากจะรักใคร จงปลดปล่อย "คนที่รัก" ให้เป็นอิสระ หากรักนั้นย้อนกลับมา รักนั้นก็คือของเราและจะเป็นของเราตลอดไป หากรักนั้นมิได้กลับมา รักนั้นก็มิได้เป็นของเราตั้งแต่แรก

4. การเอาใจใส่กันเป็นสิ่งที่ช่วยหล่อเลี้ยงให้ความรักคงอยู่ต่อไป

5. ไม่มีคำว่าสาย สำหรับความรักแท้ เพราะ “รัก” เริ่มต้นใหม่ได้ด้วย

การรู้จักให้อภัย รู้จักลืมสิ่งที่เคยผิดพลาดระหว่างกัน

การรู้จักขอโทษ และไม่พยายามทำผิดอีก

ความอดกลั้น อดทน ซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบซึ่งกันและกัน

ความเข้าใจซึ่งกันและกัน แล้วปรับความเข้าใจใหม่อยู่เสมอ

ความไว้วางใจกัน ต่างต้องรู้จักเคารพในสิทธิส่วนบุคคลของกันและกัน จงยืนอยู่ด้วยกัน แต่ว่าอย่าใกล้กันนัก เพราะว่า ต้นไม้ใดๆ ก็ไม่อาจเติบโตใต้ร่มเงาของกันได้
 
ความเสียสละ ไม่ยึดติด ไม่เรียกร้อง และปราศจากเงื่อนไข

คุณล่ะ......ใช้เวลาเท่าไรในการทำความรู้จักและพยายามเข้าใจในคำว่า "รัก".....


 
"รักไม่ต้องประกอบด้วยอะไร แค่ในรักมีรักก็พอแล้ว"

ถ้าจะพูดประโยคนี้เพื่อให้เท่ ๆ แบบงง ๆ ก็คงจะพอได้อยู่
แต่ถ้าจะพูดเพื่อเชื่อว่ามันเป็นอย่างนี้จริง ๆ แล้วล่ะก็..
เป็นเรื่องยากอยู่นะ ที่ความรักของเธอจะมั่นคงได้นาน
เพราะจริง ๆ แล้วความรักมีส่วนประกอบของมัน
ส่วนประกอบ...ที่ดึงออกมาได้จากตัวสะกด
ซึ่งก็คือ ร.เรือ กับ ก.ไก่ นั่นเอง
ร.เรือ คือรอคอย ส่วน ก.ไก่ คือ กันและกัน
แล้วเราก็จะมาดูกันว่า ทั้งสองอย่างเกี่ยวข้องกับคำ "รัก" ยังไง

"รอคอย" คำ ๆ นี้คือบทพิสูจน์ชั้นยอด
ก็ความสนใจน่ะ อาจเกิดขึ้นได้ในตอนสบตากันวินาทีแรก
แต่ถ้าเมื่อไรก็ตาม ที่เธอเกิดไปคิดว่าเธอรักใครเพื่อเพราะสบตา
วินาทีแรกแล้วล่ะก็..เป็นเรื่อง! สัญญาณอันตรายแว่วมาแต่ไกลแล้วนะ ก็ความรักมันไม่ได้เป็นเรื่องของสายตานี่นา

แต่ความรักเป็นเรื่องของหัวใจต่างหาก
ฉะนั้น ใช้ความแน่ใจรักกัน จึงย่อมดีกว่าใช้ความอ่อนไหวรักกัน
อย่ารีบร้อน อย่ารีบรัก เพราะถ้าคนนี้คือคนที่ใช่
ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องรอคอยได้
รอยคอยที่จะเรียนรู้นิสัยใจคอของอีกคนก่อน
ทำความรู้จักก่อนรัก อย่ารักแล้วค่อยรู้จักกัน
ไม่เช่นนั้น ปัญหาร้อยแปดจะตามมารุมสกัมสมองของเธอ

ส่วนคำว่า "กันและกัน" ควรจะเป็นคำที่นำมาใช้ หลังจากที่รักกันแล้ว 

มีใครบางคนบอกไว้
"ข้อดีของการไม่มีความรักก็คือ
ไม่ว่าจะทำอะไรก็ติดสินใจเองได้เลย ไม่ต้องบอกใคร"
ซึ่งมันก็จริง เพราะถ้าไม่มีแฟน
สิ่งที่เราต้องมีอยู่แล้วก็คืออิสระ

แต่ถ้ามีแฟน ก็ไม่อยากให้เธอคิดว่า
ความรักคือสิ่งทำให้อิสระของชีวิตของเธอหายไป