ข้อมูลส่วนตัว
 
 
คำแนะนำตัว :

หากเดินตามรอยเท้าคนอื่น ก็ไม่มีวันมีรอยเท้าเป็นของตัวเอง!

  หมวดของ BLog
 * ทุกกลุ่ม
 Mine Of My
 Other shape my
 My Diary

  Link
 THAI SONG
 ASIAN SONG
 INTERNATIONAL SONG
 เพลงเพื่อชีวิต
 เพลงลุกทุ่งหมอลำ
 รอบรู้รอบตัว
 My Home

rain6.gif ข้อแนะนำในการดำเนินชีวิต

1. ระลึกเสมอว่า การจะได้พบความรักและความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ก็ต้องประสบกับความเสี่ยงอัน มหาศาลดุจกัน
2. เมื่อคุณแพ้ อย่าลืมเก็บไว้เป็นบทเรียน
3. จงปฏิบัติตาม 3Rs
       3.1 เคารพตนเอง (Respect for self)
       3.2 เคารพผู้อื่น  (Respect for others)
       3.3 รับผิดชอบต่อการกระทำของตน (Responsibility for all your actions)
4. จงจำไว้ว่า การที่ไม่ทำตามใจปรารถนาของตนบางครั้งก็ให้โชคอย่างน่ามหัศจรรย์
5. จงเรียนรู้กฎ เพื่อจะทราบวิธีการฝ่าฝืนอย่างเหมาะสม
6. จงอย่าปล่อยให้การทะเลาะเบาะแว้งด้วยเรื่องเพียงเล็กน้อย มาทำลายมิตรภาพอันยิ่งใหญ่ของคุณ
7. เมื่อคุณรู้ว่าทำผิด จงอย่ารอช้าที่จะแก้ไข
8. จงใช้เวลาในการอยู่ลำพังผู้เดียวในแต่ละวัน
9. จงอ้าแขนรับการเปลี่ยนแปลง แต่อย่าปล่อยให้คุณค่าของคุณหลุดลอยจากไป
10. จงระลึกไว้ว่า บางครั้งความเงียบก็เป็นคำตอบที่ดีที่สุด
11. จงดำเนินชีวิตด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อที่ว่าเมื่อคุณสูงวัยขึ้นและคิดหวนกลับมาคุณจะสามารถมีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำลงไปได้อีกครั้ง
12. บรรยากาศอันอบอุ่นในครอบครัวเป็นพื้นฐานสำคัญของชีวิต
13. เมื่อเกิดขัดใจกับคนที่คุณรัก ให้หยุดไว้แค่เรื่องปัจจุบัน อย่าขุดคุ้ยเรื่องในอดีต
14. จงแบ่งปันความรู้ เพื่อเป็นหนทางก้าวสู่ความเป็นอมตะ
15. จงสุภาพกับโลกใบนี้
16. จงหาโอกาสท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่าง ๆ ที่คุณไม่เคยไป อย่างน้อยก็ปีละครั้ง
17. จำไว้ว่า ความสัมพันธ์ที่ดีที่สุด คือความรักมิใช่ความใคร่
18. จงตัดสินความสำเร็จของตนด้วยสิ่งที่ต้องเสียสละ
19. จงเข้าใกล้ความรักด้วยการปล่อยวาง

tulip.jpg

รัก รัก love love  !!

ที่เราต้องเจ็บปวดกับความรักน่ะ ไม่ใช่เพราะมันจากไปหรอก

แต่ เพราะมันยังคงอยู่ต่างหาก ถ้าวันนี้คนสองคน ต่างหมดรักกันไป

คงไม่มีใครต้อง เสียใจมากนัก

แต่กลับเป็นเพราะรักที่ยังอยู่ในใจคุณนั่นเอง ที่ทำให้คุณ ปล่อยวางลงไม่ได้

ธรรมชาติของรัก...มักไม่ให้โทษแก่ใคร...เพียงแต่อาจปรุงแต่งให้หัวใจพองฟู..

จนลืมนึกถึงความจริงที่ว่า..มีวันที่รักมา...ก็อาจมีวันที่รักไปได้...

วามรักเป็นสิ่งสวยงาม...

หลายคนจึงอดหลงไหลได้ปลื้มกับมันไม่ได้ในยามที่มันอยู่...

เรามักหลอกตัวเองว่า...

เพราะเรารักเขามากเขาคงเห็นความดี..ความตั้งใจของเรา

และรักเราตอบบ้าง...ไม่มากก็น้อย...

และเมื่อเขาตอบรับรักของเรา...ความฟูของหัวใจ...

มักทำให้เราก้าวล่วงไป...ถึงการรู้สึกยึดมั่น... ว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของเรา...

เป็นเหมือนทรัพย์สินส่วนตัวทางใจอย่างหนึ่ง... ที่จะต้องอยู่กับเราทุกครั้ง

...ที่เราต้องการนานเท่าที่เราปรารถนา... ความรู้สึกอันนี้แหละ

...คือจุดเริ่มของความเจ็บปวดทั้งมวล... เพราะมันฝืนกฏธรรมชาติ...

ไม่ได้บอกว่ารัก....ต้องลงเอยด้วยความเศร้าเสมอไป...

เพียงแต่ถ้าเขาจะอยู่...เขาจะไป...จะรักคุณมากขึ้น...คงเดิม..

หรือหดน้อยถอยลง.. ก็จะเป็นเพราะคนสองคน...

ไม่ใช่ความต้องการของเราฝ่ายเดียว...หรือเขาฝ่ายเดียว...

ชีวิตเป็นเรื่องซับซ้อนเข้าใจยาก...แต่ในความซับซ้อนนั้น...

มันก็เรียบง่ายอย่างที่เรานึกไม่ถึง ...เพราะไม่ว่าสิ่งไหน...

เรื่องอะไรสารพัดสารพัน ...ทุกอย่างล้วนแต่อยู่ในกฏเดียวกัน...

มันจะเกิดขึ้น...ตั้งอยู่แปรสภาพ...แล้วก็จบลง...

รักที่สมหวังอยู่กันจนแก่เฒ่า... ก็หนีไม่พ้นกฏข้อนี้...

เพราะวันนึง...ไม่เราก็เขาก็...ต้องตายจากกัน...

สิ่งสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า... วันนี้เขาอยู่หรือจากไป...

สำคัญที่ว่า...ช่วงที่เรามีเวลาอยู่ด้วยกัน...

ขอให้มีความทรงจำที่ดี...ก็เพียงพอแล้ว...

 อย่างน้อย...เราก็ยังมีอะไรดี ดี ให้นึกถึง...และยิ้มให้ความทรงจำนั้นได้...

 ถึงวันนี้จะยังร้องไห้...ก็คงไม่กระไร...เพราะชีวิตก็เป็นแบบนี้

มีวันที่เลวร้าย...

มีวันที่สวยงาม...

มีวันที่ว่างเปล่า

....สุขก็อยู่กับเราไม่นาน... ทุกข์ก็อยู่กับเราไม่นาน...

สุขเคยแวะผ่านมาแล้วก็ไป....ทุกข์ก็เป็นเฉกเช่นกัน....

From .. Il Mare  


  แอร์ปอ. ...เป็นเหตุ เช้า 29/8/2007 วันนี้อากาศค่อนข้างอบอ้าว วันนี้ฉันขึ้นรถ ปอ. ? (ไม่ขอเอ่ยละกัน) เพื่อที่จะไปลงที่ สีลม รพ.เลิดสิน เมื่อคถลงจาดโทลเวย์ ฉันกำลังเคลิ้มๆจะหลับ พอดีได้ยินคนกำลังเถียงกันอยู่ นานนนนน... จนฉันได้ยินกระเป๋ารถบอกว่าจะจอดให้ผู้โดยสารลงป้ายหน้า ถ่ายคนโดยสารให้รถคันอื่น ฉันก็งง ไม่เห็นว่ารถคันนี้จะเสียตรงไหน นอกจากจะแอร์ที่ไม่ค่อยเย็นเท่าไร  ตั้งใจฟังอยู่นานก็เลยพอจับได้ว่า               

กระเป๋ารถ กะ ผู้โดยสาร เถียงกันเรื่องที่รถแอร์ไม่เย็น

ผู้โดยสาร  - -> เสียเงินมาขึ้นรถแอร์ แอร์ก้อไม่เย็น ไม่รู้จักซ่อมบำรุงรถ สักแต่ว่าเอารถมาใช้งาน รับ-ส่งผู้โดยสาร แอร์เสียก้อยังเอามาใช้ อยากได้แต่เงินคนอื่น ไม่รู้จักทำให้ดี ดูให้ดีก่อนเอามาใช้ รถมันร้อน จนจะทนไม่ไหวแล้ว ไม่รู้หรือไง....ฯลฯ ... เดี๋ยวจะโทรไปร้องเรียนเลย (เถียงกัน)

กระเป๋ารถ - - > ฉันก็ไม่รู้นี่ เมื่อวานฉันหยุด อีกอย่างเค้ามีรถให้ขี่ ก็ต้องเอารถออกมารับคนโดยสาร ตอนแรกที่เอามามานเย็น แต่ตอนนี้คนมันเยอะ มันก็ร้อน ใครจะไปรู้ ก็เลยคิดว่าจะส่งผู้โดยสารไปลงเสร็จแล้วถึงจะเอาเข้าคิวรถซ่อม (พร้อมกับมองไปข้างหลังรถ กระเป๋ายืนตรงประตูซึ่งอยู่ตรงกลางรถ) จะรู้เหรอว่ารถคันนี้มันแอร์เสีย เค้าให้เอาออกก้อเอาออกมา ไม่เอาออกเค้าก็ว่า ไปถามฯลฯ (ประมาณว่าคนที่ทำงานด้วยกันเลยว่าจิงมะ )

ผู้โดยสาร  - ->ว่าแล้วยังมองหน้าอีกเหรอ

กระเป๋ารถ - - >ไม่ได้มองหน้าคุณ ฉันมองรถที่ตามว่ามีมั้ย จะได้ถ่ายคนลงได้ ถ้ามันร้อนนัก ฉันก็จะไม่ส่งให้ลงเลย ขอโทดทุกคนน๊ะค้า(ประชด)ขอโทดด้วย!! จอดป้ายหน้าเลย ให้ผู้โดยสารลง (คนขับยังขับต่อไปไม่พูดอะไร)

ผู้โดยสาร  - ->อ๋อ เออ ขับรถบนโทลเวย์ขอให้รถมันตกโทลเวย์ตาย แล้วถ้าอยู่บนถนนก็ให้รถชนตายไปเล้ย

กระเป๋ารถ - - >(โมโห) อ้าวมาแช่งกันทำไม

ผู้โดยสาร  - ->อ้าว ทำไมล่ะก็...ฯลฯ

กระเป๋ารถ - - >(โมโห)จอดเลยป้ายหน้า ให้ผู้โดยสารลง เปลี่ยนรถฯ

ฯลฯ...บทสุดท้าย คนขับรถทนไม่ได้ คนขับรถ- - > พอแล้ว อย่าพูดมาก(บอกกระเป๋ารถ) คนไหนทนไม่ไหว ไม่อยากไปก็ลงเลย คนที่อยากไปก็ไป

พอดีถึงดินแดง เจ๊คนนั้นเลยลง                

ความจริงแล้วเรื่องแค่จิ๊บๆ ในความคิดของฉัน

ผู้โดยสาร < - - ถ้าจะร้องเรียน ก็โน่นเลย เบอร์ที่ติดอยู่ โทรไปว่าเลย กับฝ่ายที่เค้าดูแลเรื่องรถ มาว่าให้กระเป๋ามานก็ไม่ได้อะไร

กระเป๋ารถ < - - นี่ก็เหมือนกัน เอาอารมณ์เป็นที่ตั้ง หน้าที่บริการต้องอดทน ต่อปากต่อคำไปก็เท่านั้น ให้เค้าไปสิ เบอร์โทรน่ะ บอกไปสิ โน่น โทรไปแจ้งเลยค่ะ เพราะตัวเองทำหน้าที่เก็บตั๋วอย่างเดียว ไม่ได้มีหน้าที่เถียงผู้โดยสารซะหน่อย

คนขับรถ < - - อันนี้เห็นด้วย เพราะการที่เค้าบอกแบบนี้ไปก้อถูก คนโดยสารมากมาย จะมาเอาอารมณ์คนโดยสารคนเดียวได้ซะที่ไหน  คนอื่นเค้ารีบไปทำงานกัน (ถ้ารถจะระเบิดก็ว่าไปอย่าง) 

รถสายนี้ฉันนั่งประจำ เดี๋ยวก็เสีย เดี๋ยวก็เป็นนู่นนี่บ่อยมา เสียอารมณ์ไปหลายครั้ง แต่เคยร้องเรียนแค่ไม่เข้าป้าย จอดรับผู้โดยสารเท่านั้น อารมณ์วันนั้นเลยเน่าเลย ทุกคนในรถไม่รู้คิดเหมือนฉันหรือเปล่า ว่าไอ้คนที่เถียงกันนี่  งี่เง่าสุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆ (คนยิ่งรีบๆอยู่)


  คุณเคยไหม ??ในสมัยที่ฉันยังเด็ก...ตอนนั้นเป็นฤดูของมะม่วงออกลูกออกผลมากมาย ฉันกับน้องสาว(เพื่อนรุ่นน้อง)เราอายุต่างกันประมาณ 3 ปี อายุ3-4 ขวบ ตอนนั้นซนมาก มะม่วงคนข้างๆบ้านลูกดกน่าดู และ น่ากินด้วย ฉันกะน้องเลยแอบเข้าไปขโมยมะม่วงเค๊า ก็แหม..ก็มันน่ากินนี่นาแค่ลูกสองลูกเค๊าคงไม่หวงหรอกเพราะคนอื่นๆเค๊าก็ไม่หวงบอกให้เราเก็บมากินได้ คนนี้แกคงไม่ว่าอะไร ....แต่ที่ไหนได้หลังจากกินกันอย่างเอร็ดอร่อยกะน้องจนหมดเกลี้ยงแล้วคนละลูก         แม่ของฉันก็เรียกไปถาม

ได้ขโมยมะม่วงเค๊าคนนั้นกินรึเปล่า เค๊าหวงนะ 

ฉันก็อึกอักนิดหน่อย มองตากันกะน้อง เห็นหวาดๆอยู่ก็เลยบอกไปว่า

เปล่า ไม่ได้ขโมย ซะหน่อย ก็เล่นอยู่ด้วยกันสองคนไม่ได้ไปที่นั่นหรอก 

แม่มองหน้า (เหมือนไม่เชื่อ)ถามว่า

แน่ใจนะ เค๊าหวง ห้ามไปใกล้เลยยิ่งดี เดี๋ยวเค้าจับส่งตำรวจไม่รู้ด้วย

ฉันเองก็กลัวอยู่เหมือนกัน ก็เล่นขู่กันขนาดนี้ แต่ก็ไม่คิดว่าจะเกิดเป็นเรื่องเป็นราวได้ขนาดนี้ แต่ก็พูดกะน้องว่าเราจะไม่ทำแบบนี้อีก และต่อไปจะไม่โกหกอีก และ..นั่นเป็นการโกหกและการขโมยของฉัน หลังจากนั้นฉันตั้งปณิธานไว้ว่า ต่อไปฉันจะไม่ขโมยอีก ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม และจะไม่โกหกใครด้วย!! โดยเฉพาะกับแม่ของฉัน 

ปล.ตอนนี้ฉันยังเกลียดเจ้าของบ้านนั้นไม่หาย ก็สังคมบ้านนอกเค๊าจะแบ่งปันกัน แหม..ใครจะรู้ว่าจะงก ขี้เหนียวขนาดนี้ แต่ฉันก็รู้และสำนึกผิดกับการกระทำนั้นก็ทั้งโกหกและขโมย ซึ่งฉันก็ไม่เคยขโมยอะไรอีกจนถึงวันนี้...และต่อไปในอนาคตโตย..