คนไทยควรอ่าน
"แมรี่ แมรี่"
มาลีเงยหน้าขึ้นจากหน้าพจนานุกรมฉบับหนาหนักนั้น
มองออกไปยังลานน้ำพุกลางห้างสรรพสินค้าเพื่อนสาวของเธอวิ่งเข้ามาหา
"ฮาย แมรี่ รอนานมั้ยเจ๊อะตะเอง"
ศรัญญานั่งข้างๆเธอ ชุดกระโปรงสั้นจู๋สีเขียวสลับครีมพริ้วตามลมเล็กน้อย
"นานเซ่ แกไปทำมะไรมายะ แล้วดูดิ๊แต่งตัวสลิ่มมากๆ ไม่สิ เขียวครีมแบบนี้
ต้องเรียกว่าลอดช่องแล้ว ตะไบหน้าเป๊นพวกแอ๊บแบ๋วเชียว แต่ชั้นดูยังไงก็อะเฟรดว่ะ"
"ไรว๊า ชั้นอุตส่าห์ตั้งใจจะให้มันดูเปรี้ยวปริ๊ดเลยนะ แกพูดแบบนี้ชั้นเสียเซ้วนะเว้ย"
"โอ๋ๆๆๆ โทดน้า มะอาวน้า ร้ากดอกจึงหยอกเล่น"
"มะรุ ไปไกลๆ เรย งอลลล์ "
"ไรๆๆ อย่าทำหน้าเซ็งเป็ดสิฟระ เรื่องจิ๊บๆหน่า"
"แล้วนั้นแกอ่านไรวะ พด'นานุกมเหรอ แหม...เดี๋ยวนี้อัพเกรดนะยะ
หรือจะเฟดเป็นคนขยันมิแซ่บ จะจับพวกดอกเตอร์เหรอจ๊ะ"
"อย่ามาเกรียนแถวนี้ คัณแม่ขอร้องนั่นๆๆ เฮ้ย หรือแกจะพูดจริงวะ
ฝรั่งนั้นมองเราด้วยว่ะ ดูหน้าเด้ะ หล่อว่ะ สุดยิดเลย"
จริงอย่าที่มาลีว่า ห่างออกไปจากทั้งสองเพียงสามเมตรมีฝรั่งตาน้ำข้าว
คนหนึ่งกำลังนั่งมองมาที่พวกเธอและส่งยิ้มให้
"กริ๊ด...!!เค้าส่งยิ้มมาให้ด้วยแหละตะเอง"
หญิงสาวดัดเสียงแหลมบอกเพื่อน
"อย่ามาแรดๆ เค้ายิ้มให้ชั้นย่ะ อย่ามาปาดหน้าเค้กกันนะ"
"มะได้ เค้าต้องเป็นของชั้น"
"ของชั้นย่ะ"
"ของช้านนนนนนนนน"
และแล้วอยู่ๆ นายฝรั่งคนนั้นก็เดินเข้ามาหา......
"สวัสดีครับ"
พูดไทยได้ด้วยชัดถ้อยชัดคำมากๆ...
"ดีฮ่ะ"
"ผมชื่อโรเบิร์ต บริวเออร์ ยินดีที่ได้รู้จักครับ"
พูดไม่พูดเปล่าฝรั่งหนุ่มยังยกมือขึ้นไหว้ทักทายอย่างสวยงาม
ชนิดที่คนถือสัญชาติไทยอย่างหญิงสาวทั้งสองคนนั้นต้องอาย
"ค..ค่ะๆ หวัดดีคค่ะ เดี๊ยนแมรี่ เอ้ย..มาลีค่ะ นี่เพื่อนชื่อซาร่า เอ้ย...ศรัญญาค่ะ"
"ภาษาของพวกคุณแปลกดีนะครับ เป็นสำเนียงภาคไหนเหรอครับ
ผมมาศึกษาต่อและทำวิจัยเรื่องภาษาไทยที่นี่ได้เพียงสองปีชำนาญแต่
ภาษาภาคกลาง เมื่อสักครู่เห็นพวกคุณคุยกัยสำเนียงแปลกๆ
เลยสนใจอยากทราบเป็นข้อมูลประกอบการวิจัยครับ เป็นภาษาของประเทศไทยภาคไหนหรอครับ"
"เอ่อ.."
ศรัญญาหรือในชื่อจัดตั้งกันเองว่าซาร่าถึงกับอึ้งกิมกี่ เอ๊ยนิ่งอึ้ง เมื่อเจอคำถามนี่เข้า
ปล่อยให้เพื่อนมาลีหญิงซึ่งคิดน้อยกว่าตอบไป
"ภาคไหนหรอค่ะ เอ่อ..อ๋อ ภาคพิศดารค่ะ"
"เหรอครับ แล้วภาคพิศดารอยู่ทางภาคไหนของประเทศไทยหรอครับ"
คราวนี้หญิงสาวทั้งสองเงียบกริบด้วยจนปัญญาจะมาแก้ตัว มิสเตอร์โรเบิร์ต
นั่งมองทั้งคู่อยู่เงียบๆ ครู่หนึ่งจึงถอนหายใจ
"ไม่ต้องตอบผมหรอกครับ ผมรู้ว่าคุณล้อเล่น ผมเป็นอาจารย์สอนภาษาไทยอยู่แล้ว"
"คุณโรเบิร์ตเป็นจานสอนภาษาไทยอยู่แล้วหรอค่ะ"
"อาจารย์ครับ สะกดตามผมช้าๆ อา-จารย์"
"ค่ะๆ อาจารย์ "
มาลีก้มหน้าไม่กล้ามองผู้คน
"อาจารย์สอนภาษาไทยจริงๆ เหรอค่ะ"
"ครับ อาชีพของผมอีกอย่างหนึ่งคือ สอนภาษาไทยให้กับคนไทยอย่างพวกคุณ
ที่โรงเรียนของผมจะต้องสอนนักเรียนมัธยมให้ท่อง ก ไก่ ถึง ฮ นกฮูก
รู้จักผูกประโยคให้ถูกหลักไวยากรณ์สอนรากศัพท์ที่มาของคำต่างๆ
ไปจนถึงสอนการออกเสียงให้ถูกตามหลักไทยแท้ด้วย ผมรู้สึกแย่มากที่เด็กไทย
หลายคนรู้จักภาษาไทยมาแต่กำเนิดแต่พอโตขึ้นก็พูดไม่ชัด ไม่ยอมออกเสียง ร เรือ
ไม่ออกเสียงคำควบกล้ำ เขียนไทยก็ยังผิดๆถูกๆ หรือร้ายที่สุดคือ รู้ว่าภาษาไทยที่ถูกเป็นอย่างไร
แต่ก็ไม่พูดไม่เขียนกัน จนผมเองเป็นฝรั่งยังทนไม่ไหวต้องเข้ามาช่วยสอนเด็กๆ พวกนี้
คนรู้ไหมว่าชาติที่มีเอกลักษณ์ของตัวเองน่ะดีมากแค่ไหน ผมเป็นคนอเมริกันยังไม่มีภาษาเป็น
ของตัวเองต้องพูดภาษาอังกฤษมาตลอด ส่วนพวกคุณมีภาษาไทยใช้เองตั้งแต่เกือบพันปีก่อน
แต่กลับมองเห็นภาษาอื่นดีกว่าภาษาของตนเอง ยิ่งพวกที่บอกว่าไทยน่าจะเป็นเมืองขึ้นของฝรั่ง
จะได้พูดภาษาฝรั่งได้ยิ่งโง่บัดซบที่สุด บรรพบุรษของคุณตั้งแต่บูรพกษัตริย์ ตลอดจน
ทหารและชาวบ้านผู้กล้าหาญต้องเอาชีวิตเข้าแรกเพื่อไม่ให้เราตกเป็นเมืองขึ้นและต้องพูด
ภาษาชาติอื่นมาตั้งเท่าไหร่แล้ว ไม่อย่างนั้นเราต้องพูดภาษาพม่าตั้งแต่เสียกรุงศรีอยุธยา
ต้องพูดภาษาอังกฤษตอนเสียสิทธิภาพนอกอาณาเขต ต้องพูกภาษาฝรั่งเศส
ตอนถูกยึดดินแดนนับไม่ถ้วน ต้องพูกภาษาญี่ปุ่นตอนสงครามโลกครั้งที่ 2
ตอนนี้มีคนต่างชาติมากมายกำลังอยากเรียนภาษาไทย หลายคนพูดไทยได้คล่องกว่าผมมาก
ผมขอให้พวกคุณภูมิใจในความเป็นไทยและภาษาไทยของคุณ"
มาลีเดินกลับบ้านช้าๆ ปิดประตูห้องแล้วนั่งถอนหายใจบนเตียง สักพักก็หยิบ
พจนานุกรมฉบับแชทรูมนิยม ในถุงผ้าออกมาเขียนหน้าปกหนังสือเล่มหนานั้นว่า
'ใช้ชั่งกิโลขาย' จากนั้นเธอก็เอามือล้วงเข้าไปในถุงผ้าใหม่ หยิบม้วนกระดาษาขาว
ใบหนึ่งที่เพิ่งซื้อมาจากร้านหนังสือออกมาคลี่แปะข้างฝาผนัง นายฝรั่งคนนั้นพูดถูก
ไม่แน่เธออาจต้องเริ่มบางอย่างใหม่ด้วยความจริงจังกว่านี้
และแล้วเธอเริ่มต้นอ่านข้อความในกระดาษาข้างฝาผนังนั้นออกเสียงดัง ฟังชัด
"ก เอ๋ย ก ไก่ ข ไข่ ในเล้า......"
************************************************************************
"อ้างอิง หนังสือ ขายหัวเราะ ฉบับ969 หน้า80 ผู้แต่ง ธามาดา"