..ลูกเล่าให้ฟังว่า ตอนไปเรียนพิเศษเพื่อกวดวิชาภาษาไทย ในห้องที่เรียนจะมีทั้งเด็กสายวิทย์และสายศิลป์ โดยปกติเด็กสายวิทย์จะไม่ค่อยถนัดวิชาภาษาไทยเท่าไหร่นัก ดังนั้นพอถึงเวลาที่อาจารย์ให้ทำแบบทดสอบ เด็กสายวิทย์จะมีความกังวลใจมากกว่าเด็กสายศิลป์
เด็กสายวิทย์ - ยากว่ะ..ทำไม่ค่อยได้
เด็กสายศิลป์ - เหอๆ ง่ายๆ พอทำได้ พอทำได้
..พอถึงตอนประกาศผลทดสอบ ปรากฎว่าจากคะแนนเต็ม 30 คะแนน
เด็กสายวิทย์ ได้ 28 คะแนน / เด็กสายศิลป์ ได้ 16 คะแนน
เด็กสายวิทย์ - เฮ้ย กลุ้มว่ะ..ผิดตรงไหววะตั้ง 2 ข้อ
เด็กสายศิลป์ - เฮ้ ดีใจจังโว้ย..กูสอบผ่าน
..ตอนลูกเล่าให้ฟังก็รู้สึกขำ แต่พอคิดต่อไปจึงพบว่า ความจริงแล้ว คนเรามีความคาดหวังที่ต่างกัน เป้าหมายในชีวิตก็ต่างกัน สิ่งที่พูดหรือแสดงออกมาจึงนำมาเทียบเคียงกันไม่ได้ เพราะไม่ได้อยู่ในมาตราฐานเดียวกัน
อย่างเช่น กรณีตัวอย่างในเรื่องนี้ เด็กสายวิทย์คิดจะทำให้ได้เต็ม 100% ถ้าไม่มั่นใจหรือทำไม่ได้เต็ม 100 % ตามที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ ก็จะมีความกังวลและพูดว่า "ทำไม่ได้" ผิดหวังและเสียใจ
ส่วนเด็กสายศิลป์ ไม่ค่อยซีเรียสกับชีวิตและไม่ได้ตั้งเป้าหมายไว้สูงขนาดว่าจะต้องทำได้ 100 % พอทำได้เกินกว่าครึ่งก็สบายใจแล้ว
..เด็กทั้งสองสายไม่มีใครผิด เพียงแต่เขาคิดและตั้งเป้าหมายไว้ต่างกันเท่านั้น ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ วิธีคิดที่ต่างกัน ก็จะส่งผลที่ต่างกันในระยะยาว.
คัดลอกจากหนังสือ ชมรมวรรณกรรม บมจ.ซี.พี.
โดย i-momay