:: blockquote ::

มีวิธีอื่นๆ อีก แต่วิธีนี้เป็นวิธีที่ใช้บ่อยที่สุด ลองดูตัวอย่างบทความด้านล่างนะคะ เปรียบเทียบให้เห็นชัด ทั้งแบบที่ยังไม่จัดข้อความและแบบที่จัดเรียบร้อยแล้ว
::ตัวอย่างแบบที่ยังไม่จัด ข้อความติดกันเป็นแพและชิดขอบเกินไป::
เนื้อเรื่องความสุขของกะทิ เป็นเรื่องราวของ “กะทิ” เด็กหญิงอายุ 9 ขวบ อยู่กับตายายที่บ้านเรือนไทยริมน้ำ จังหวัดอยุธยา กะทิมีชีวิตที่เปี่ยมสุขเพราะรายล้อมด้วยผู้คนที่รักใคร่เมตตา โดยเฉพาะตายายจะดูแลเอาใจใส่และมอบความรักให้กะทิอย่างล้นเหลือ แต่ท่ามกลางความรักของผู้คนที่แวดล้อมเธออยู่นั้น กะทิกลับรู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างขาดหายไปจากชีวิต ซึ่งสิ่งนั้นก็คือ “แม่”
ภาพของแม่ดูจะรางเลือนในความรู้สึกของกะทิ แม่เหมือนชิ้นส่วนของภาพที่ไม่ปะติดปะต่อ เหมือนความฝันที่เลือนราง กะทิไม่รู้และไม่เคยถามตายายว่าแม่อยู่ที่ไหน แล้ววันหนึ่งกะทิก็ได้พบแม่ แต่ต้องรับรู้ว่าแม่กำลังจะจากไปด้วยโรคเอแอลเอส ซึ่งเป็นโรคที่ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง และเมื่อแม่จากไปกะทิก็สามารถผ่านช่วงเวลาแห่งความทุกข์ด้วยจิตใจที่เข้มแข็งและไม่เศร้าโศกจนเกินไปนัก
ทั้งนี้เป็นเพราะกะทิมี “ความรัก”จากครอบครัวและคนรอบข้างเป็นเกราะคุ้มกัน นอกจากนั้นยังเป็นเพราะกะทิได้ใกล้ชิดและรับรู้เรื่องราวในทุกช่วงชีวิตของแม่ด้วยวิธีการที่แม่วางไว้อย่างแยบยล ความรักของแม่ทำให้กะทิเข้มแข็ง เข้าใจและสามารถจัดการกับความรู้สึกของตัวเองได้ง่ายขึ้นเท่าที่เด็กอายุเก้าขวบจะทำได้ เรื่องจึงจบลงด้วยความสุข
:: ตัวอย่างแบบที่จัดเรียบร้อยแล้ว ดูเป็นระเบียบกว่า ::
เนื้อเรื่องความสุขของกะทิ เป็นเรื่องราวของ “กะทิ” เด็กหญิงอายุ 9 ขวบ อยู่กับตายายที่บ้านเรือนไทยริมน้ำ จังหวัดอยุธยา กะทิมีชีวิตที่เปี่ยมสุขเพราะรายล้อมด้วยผู้คนที่รักใคร่เมตตา โดยเฉพาะตายายจะดูแลเอาใจใส่และมอบความรักให้กะทิอย่างล้นเหลือ แต่ท่ามกลางความรักของผู้คนที่แวดล้อมเธออยู่นั้น กะทิกลับรู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างขาดหายไปจากชีวิต ซึ่งสิ่งนั้นก็คือ “แม่”
ภาพของแม่ดูจะรางเลือนในความรู้สึกของกะทิ.......แม่เหมือนชิ้นส่วนของภาพที่ไม่ปะติดปะต่อ เหมือนความฝันที่เลือนราง กะทิไม่รู้และไม่เคยถามตายายว่าแม่อยู่ที่ไหน แล้ววันหนึ่งกะทิก็ได้พบแม่ แต่ต้องรับรู้ว่าแม่กำลังจะจากไปด้วยโรคเอแอลเอส ซึ่งเป็นโรคที่ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง และเมื่อแม่จากไปกะทิก็สามารถผ่านช่วงเวลาแห่งความทุกข์ด้วยจิตใจที่เข้มแข็งและไม่เศร้าโศกจนเกินไปนัก
ทั้งนี้เป็นเพราะกะทิมี “ความรัก”จากครอบครัวและคนรอบข้างเป็นเกราะคุ้มกัน นอกจากนั้นยังเป็นเพราะกะทิได้ใกล้ชิดและรับรู้เรื่องราวในทุกช่วงชีวิตของแม่ด้วยวิธีการที่แม่วางไว้อย่างแยบยล ความรักของแม่ทำให้กะทิเข้มแข็ง เข้าใจและสามารถจัดการกับความรู้สึกของตัวเองได้ง่ายขึ้นเท่าที่เด็กอายุเก้าขวบจะทำได้ เรื่องจึงจบลงด้วยความสุข