ข้อมูลส่วนตัว
 
 
คำแนะนำตัว :

ท่องโลกด้วย Google Earth

  หมวดของ BLog
 * ทุกกลุ่ม
 Home

  Link
 http://earth.google.com/
 http://www.thaigoogleearth.com/

มารู้จักกับ Google Earth<-->นายเกรียงไกร พงษ์มนตรี
มารู้จักกับ Google Earth
 Google Earth เป็นโปรแกรมสำหรับการใช้ดูภาพถ่ายทางอากาศพร้อมทั้งแผนที่ เส้นทาง และผังเมืองซ้อนทับลงในแผนที่ซึ่งโปรแกรมนี้จัดอยู่ในองค์ประกอบด้านภูมิสารสนเทศ       (GIS-Geographic Information System)        Google Earth ใช้ข้อมูลจาก ภาพถ่ายทางอากาศจากหลายที่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่ทำเกี่ยวกับภาพถ่ายดาวเทียม เช่น DigitalGlobe, EarthSAT เป็นต้น       การทำงานของโปรแกรม Google Earth จะเป็นการทำงานในแบบ Client-Server โดยในส่วนที่ใช้ควบคุมและแสดงผล เรียกว่าโปรแกรม Google Earth Client ซึ่งการใช้งานต้องต่อเชื่อมกับระบบอินเทอร์เน็ตด้วยเพื่อจะได้ดึงภาพที่อยู่บนเครื่อง Server ของกูเกิลมาแสดงได้        โปรแกรม Google Earth ไม่ได้เก็บไฟล์ภาพแผนที่ไว้ในโปรแกรม เพียงแต่มันทำหน้าที่อ่านค่าพิกัดละติจุด ลองจิจุด ที่ผู้ใช้ต้องการจะดูภาพ แล้วโปรแกรมจะวิ่งเข้าไปยัง Server ของ Google Earth จากนั้นก็ดาว์นโหลดไฟล์ภาพแผนที่มาแสดงทันทีนั่นก็หมายความว่าเมื่อคุณใช้โปรแกรม  Google Earth ดูภาพถ่ายดาวเทียม คุณจะต้องเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง       ส่วนตำแหน่งของสถานที่ที่ปรากฏในโปรแกรมนั้นจะมีเพียงหลัก ๆ เท่านั้น เช่น ชื่อประเทศ ชื่อเมือง ชื่อจังหวัด รัฐ สำหรับสำหรับรายละเอียดสถานที่นั้น จะเน้นที่สหรัฐอเมริกาเป็นหลัก      ส่วนอื่น ๆ ในโลกนั้นแทบจะไม่มีเลย โดย กูเกิลจะถือปรัชญาที่ว่า คนที่รู้จักสถานที่ที่ดีที่สุดก็คือคนพื้นที่นั่นเอง

       ด้วยเหตุนี้โปรแกรมจึงมีเครื่องไม้เครื่องมือให้ผู้ใช้สามารถระบุสถานที่เองได้ ซึ่งเรียกว่า Placemark หรือเรียกกันว่า ปักหมุด นั่นเอง สำหรับคอ GPS คงจะคุ้นกับคำว่า POI (Point of Interest) มากกว่า ซึ่งก็คือสิ่งเดียวกัน

 ประเภทของ Hardwareสเปคที่แนะนำ
- Windows XP
- CPU: P4 2.4GHz+ หรือ AMD 2400xp+
-
RAM: 512MB
- 2GB hard-disk space
- การ์ดแสดงผล: 3D-capable video card with 32MB VRAM - 1280x1024, 32-bit true color screen
- อินเทอร์เน็ตที่ใช้ควรมี speed: 128 kbps

ประเภทของโปรแกรม GOOGLE EARTH
     มีอยู่หลายประเภทครับ ได้แก่
       1. GOOGLE EARTH  โดยตัวนี้เป็นบริการฟรีครับ โดยในที่นี้ผมจะอธิบายการใช้งานของตัวนี้
       2. GOOGLE EARTH PLUS  โดยตัวนี้ ราคา 20$ ต่อปี โดยจะสามารถมองเห็นได้ละเอียดขึ้นอีก และเพิ่ม

          ความสามารถของ GPS และอื่นๆอีก
       3. GOOGLE EARTH  PRO  โดยตัวนี้ ราคา 400$ ต่อปี โดยก็จะยิ่งละเอียดมากขึ้นอีก
สามารถมองภาพแบบ 

           3 มิติได้

       4. GOOGLE EARTH ENTERPRISE SOLUTION  โดยตัวนี้ก็จะบริการจำเพาะเจาะจงมากกว่าปกติ

Google Earth นับเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของ Google ในการสร้างระบบติดต่อกับผู้ใช้งาน (user interfacing) เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้นหาข้อมูลและทำให้การแสดงผลข้อมูลมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในครั้งนี้ Google ได้นำเอาภาพถ่ายทางอากาศและภาพถ่ายจากดาวเทียมมาผสมผสานกับเทคโนโลยี streaming และทำการเชื่อมโยงข้อมูลจากฐานข้อมูลของ Google เองเพื่อนำเราไปยังจุดต่าง ๆ ที่ต้องการบนแผนที่โลกดิจิตอล        แผนที่นี้เกิดจากการสะสมภาพถ่ายจากหลาย ๆ แหล่งข้อมูล จากดาวเทียมหลายดวง เพียงแต่นำมาประติดประต่อกันเสมือนกับว่าเป็นผืนเดียวกัน แต่ละจุดจะมีความละเอียดของภาพถ่ายไม่เท่ากัน แต่ด้วยความสามารถในการประมวลผลภาพถ่ายทำให้เราเสมือนกับว่าเป็นพื้นเดียวกัน จากนั้นก็นำเอาข้อมูลอื่น ๆ มาซ้อนทับภาพถ่ายเหล่านี้อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งแต่ละชั้น (layer) ก็จะแสดงรายละเอียดต่างเช่น ที่ตั้งโรงพยาบาล สถานีตำรวจ สนามบิน และชั้นของข้อมูลอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งแบบที่ Google จัดเตรียมไว้ให้แล้ว หรือ มีบริษัทอื่น ๆ มาในบริการชั้นข้อมูลเหล่านี้ รวมไปถึงชั้นข้อมูลที่เรากำหนดขึ้นเอง ประโยชน์ที่ได้รับถือว่ามากมายมหาศาล บริการนี้ช่วยให้เราศึกษาข้อมูลก่อนเดินทางได้เป็นอย่างดี ทำให้เราสามารถค้นหาที่ตั้งของโรงแรมที่เราจะเดินทางไปพัก เส้นทางต่าง ๆ ของเมืองที่เราจะเดินทางไป รวมถึงแหล่งข้อมูลอื่น ๆ เช่น สภาพดินฟ้าอากาศ แต่ที่สำคัญที่สุดคิดว่าน่าจะเป็นการนำเอา Google Earth มาเป็นสื่อในการเรียนรู้ ในทุก ๆ ระดับการศึกษา รวมไปถึงการเรียนรู้ด้วยตนเอง เป็นครั้งแรก ที่ทำให้เราเข้าถึงภาพถ่ายดาวเทียมและภาพถ่ายทางอากาศได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว คิดว่าเครื่องมือนี้จะทำให้เราเข้าใจโลกของเราได้มากขึ้น        เครื่องมือที่อยู่ภายใต้ความสำเร็จนี้คือ XML (Extensible Markup Language) ซึ่งมีการกำหนดคุณสมบัติพิเศษขึ้นมาและเรียกว่า KML (Keyhole Markup Language) Google ใช้ KML นี้ในการสร้างชั้นข้อมูลต่าง ๆ การแสดงข้อมูลทั้ง จุด ลายเส้น หรือรูปหลายเหลี่ยมต่าง ๆ ล้วนสร้างมาจาก KML ทั้งสิ้น เวอร์ชันปัจจุบันเรียกว่า KML 2.0 ส่วนรูปแบบที่จัดเก็บไว้จะเป็นรูปแบบที่ประหยัดพื้นที่เรียกว่า KMZ ซึ่งกับคือ zip format ของ KML นั่นเอง
สำหรับรูปแบบการทำงานของ Google Earth นั้นก็จะเป็นการทำงานแบบ client-server โปรแกรมส่วนที่พวกเราใช้งานจะเรียกว่า Google Earth client ซึ่ง Google ให้เรามาใช้งานฟรี เพื่อดูข้อมูลต่าง ๆ ภายใต้ข้อจำกัดเกี่ยวกับรายละเอียดของภาพ แต่จะว่าไปแล้วก็ไม่ได้ฟรีจริง ๆ นะ เพราะเขาก็จะได้ประโยชน์จากพวกเราในแง่ข้อมูลต่าง ๆ ที่พวกเราเข้าไปค้นหา และสะสมความรู้ที่ได้จากการค้นหาของพวกเราไว้ใช้งานต่อไป

       นอกจาก Google จะให้บริการแบบไม่คิดค่าใช้บริการแล้ว ยังมีการให้บริการในรูปแบบอื่น ๆ อีกด้วย ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีความสามารถที่แตกต่างกัน เช่น สามารถนำข้อมูลจาก GPS receiver มาประกอบข้อมูลของ Google Earth ได้ รวมถึงการให้บริการสร้าง server ของตนเองขึ้นมาโดยการนำข้อมูลมารวมกับแหล่งข้อมูล GIS ของเราเองได้อีกด้วย

แนะนำการให้บริการ

            การให้บริการนี้ทำให้เกิดการให้บริการอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย เช่น ระบบที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัย การขนส่ง การออกแบบสถาปัตยกรรม รวมไปถึงการทหารและการป้องกันประเทศอีกด้วย

1.JPG

           ปัจจุบันมีการพัฒนาการให้บริการที่ผสมผสานกับข้อมูลของ Google Earth หลายอย่างเช่น ในธุรกิจอสังหารินทรัพย์ มีการแสดงภาพการพัฒนาที่ดิน ทำให้ผู้เกี่ยวข้อง ตั้งแต่แหล่งเงินของโครงการ ไปจนถึงผู้ซื้อ สามารถมองเห็นรูปแบบของโครงการได้อย่างชัดเจน ทำให้การประเมินศักยภาพของโครงการเป็นไปด้วยความสะดวกและชัดเจน การวางแผนการจัดการเกี่ยวกับผู้อยู่อาศัยก็สามารถ เห็นภาพได้อย่างชัดเจน รวมถึงจะเอื้อประโยชน์ต่อรุกิจอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ธุรกิจเกี่ยวกับที่พักอาศัย บ้านเช่าต่าง ๆ

2.JPG 

          Google Earth ยังช่วยให้ธุรกิจงานทางด้านสถาปัตยกรรมและการก่อสร้างแสดงรูปแบบของโครงการในรูปแบบของ โมเดลของโครงการที่จะสร้างขึ้นมาว่า มีลักษณะเป็นอย่างไรเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ

3.JPG

ส่วนโปรแกรม Freewareที่ให้ติดตั้งหรือไฟล์ .exe กันฟรีต้องเข้าไป Download ที    http://earth.google.com/download-earth.html

เมื่อทำการติดตั้งเสร็จเรียบร้อยจะเข้าสู่หน้าจอ ดังรูป

4.JPG

1. คำสั่ง Fly to

การเข้าไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ในโลกใน Google Earth นั้นมีหลายวิธีแต่วิธีที่ง่าย ๆ และหลัก ๆ คือการพิมพ์ชื่อสถานที่ที่ เราต้องการจะเข้าไปดูใส่ลงในช่อง เช่นเราต้องการหาประเทศ ไทย จังหวัดกรุงเทพเราก็ใส่ลงไป ดังรูป

5.JPG

โปรแกรม Google Earth จะค่อยทำการซูมเข้าไปในพื้นที่ของกรุงเทพ

6.JPG                                                                  

2. คำสั่ง Play Tour

หลังจาทำการค้นหาด้วย Fly to แล้วยังไม่รู้ว่ามีที่ไหนน่าเที่ยวอีกบ้าง ทาง Google Earth   ได้ปักหมุดตัวอย่างสถานที่ไว้ ที่เรียกว่า Sightseeing ซึ่งอยู่ในส่วนของ Places Panel ซึ่งในโฟลเดอร์นี้จะแสดงสถานที่ต่าง ๆ เลือกสถานที่ที่ต้องการดู 

7.JPG

โปรแกรม Google Earth จะค่อยทำการซูมเข้าไปในพื้นที่ของกรุงเทพ

3.การหาบ้านตัวเองให้เจอและทำการปักหมุด

โดยการค้นหาเราต้องอาศัยข้อมูลจากทาง www.thaigoogleearth.com  โดยจะมีการให้ความรู้เกี่ยวกับข่าวสารเกี่ยวกับโปรแกรม Google Earth และforumถามตอบปัญหาการใช้งานต่าง ๆ ที่สำคัญคือมีการรวบรวม ไฟล์ *.kmz ซึ่งเป็นไฟล์ที่มีไว้สำหรับเก็บข้อมูลราบละเอียดตำแหน่งพิกัดสถานที่ต่าง ๆ เพื่อให้โปรแกรม Google Earthสามารถแสดงตำแหน่งตามที่ระบุไว้ได้ อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจ ร่วมปักหมุดสถานที่ต่าง แล้วอัพโหลดไว้บันเว็บไซด์ เพื่อเผยแพร่ให้เครื่องอื่น ๆ ได้ใช้งานอีกด้วย

8.JPGเมื่อทำการดาวน์โหลไฟล์ที่ต้องการมาเรียบร้อยเช่น ถนนในกรุงเทพ แล้วทดลองหาบ้านตัวเองก่อนนับจากสถานที่หลักๆ เช่นบ้านผมเองอยู่ที่ ซอยโชคชัย 4 ผมก็ลองหา ถนนโชคชัย4เมื่อพบเจอดังรูป

9.JPG

เมื่อทำการพบเจอบ้านของเราแล้วเราจะต้องทำการปักหมุดไว้       1. คลิกที่ Add Placemark ดังรูป

10.JPG

2. เลื่อนหมุนให้ตรงกับบ้านของเรา แล้วตั้งชื่อ บ้านก้อง

11.JPG

หรืออาจจะเลือกลักษณะของหมุดให้ตรงกับสถานที่ที่ตรงตามต้องการ

12.JPG

3. จะสังเกตได้ว่ามีหมุดขึ้นมาใน Places ดังรูป

 13.JPG

เป็นสิ่งที่ได้มาจากการปักหมุดคือการมองเห็นภาพถ่ายบ้านเราเองจากดาวเทียม

4. การวัดระยะทางด้วย Google Earth       โปรแกรม Google Earth มีเครื่องมือสำหรับการวัดระยะทางบนแผนที่ซึ่งสามารถวัดระยะทางได้ทางแบบเส้นตรง, แบบมีการหักเลี้ยว แบบคำนวณพื้นที่ และพื้นที่วงกลม สำหรับวิธีเรียกเครื่องมือวัดระยะมีดังนี้

       1.Tools   --->    Ruler

14.JPG 2. ลาดเส้นที่ที่ต้องการจะวัดลงใน Google Earth ดังรูป15.JPG 3.จะสังเกตเห็นจำนวนเมตรที่ต้องการ Showขึ้นมาตามหน่วยที่ตั้งค่าเอาไว้ 16.JPG จะเห็นได้ว่านี้เป็นการวัดระยะทางในแนวทางตรงลองมาดูการวัดระยะทางที่คดเคี้ยวบางครับ              1.เริ่มต้นทำเหมือนกับด้านบนครับแต่ก่นที่จะวางเส้นทางที่จะวัดมาทำการเลือกที่ Path ดังรูป

 

17.JPG

 

2.ทำการวัดระยะทางจากบ้านไปถึงในวัดลาดพร้าวว่ามีระยะทางกี่เมตร

18.JPG

3.จะเห็นได้ว่าระยะทางจะแสดงขึ้นมาเช่นกัน

19.JPG

4. การแสดงเส้นตัดละติจูดและลองจิจูด        โปรแกรม Google Earth จะแสดงเส้นตัดระหว่าง ละติจูด หรือเส้นรุ้ง (Latitude) กับลองจิจูดหรือเส้นแวง(Longitude) ซึ่งจะแสดงเป็นเส้นสีขาว โดยจำนวนเส้นและขนาดจุดตัดจะเปลี่ยนไปตามการซูมเข้า-ออก        1. เลือกเมนู View   --->  Grid หรือกด Ctrl + L

           โดยมีลักษณะดังรูป

20.JPG 5. การประยุกต์ใช้งาน Google Earth กับงานประเภทต่าง ๆ        ด้วยความสามารถในการจัดการกับภาพถ่ายดาวเทียมอย่างเยี่ยมยอดใช้งานง่าย และมีโครงสร้างที่เอื้อให้สร้างข้อมูลอื่นซ้อนประกอบลงไปได้ ทำให้เราสามารถนำเอา Google Earth มาประยุกต์ใช้กับงานต่าง ๆ ได้อย่างมากมาย       ถามว่ามากแค่ไหนคงตอบได้ว่า ขึ้นอยู่กับจิตนาการของท่านเลยว่าเมื่อคุณใช้มันจนคล่องและรู้ถึงศักยภาพแล้ว คุณสามารถจะประยุกต์ไปใช้งานในด้านต่าง ๆ อะไรได้อีก เพราะอย่าไร ทุกคนและทุกธุรกิจจะต้องเกี่ยวพันกับแผนที่ การเดินทาง ไม่มากก็น้อย       แต่เพื่อเป็นการจุดประกายแนวความคิดในการประยุกต์ใช้เราจะใช้ เราจะสรุปแนวทางหลัก ๆ ในการประยุกต์ใช้เบื้องต้นให้ทราบก่อนว่ามีอะไรบ้างที่น่าสนใจ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์       คุณสามารถเอาภายถ่ายดาวเทียมไปใช้ในการวิเคราะห์การอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่จริง เพื่อใช้ในการวิเคราะห์คู่แข่ง ว่าในรัศมีโดยรอบนั้น ภูมิทัศน์เป็นอย่างไรบ้างและถ้าเป็นนายหน้าค้าที่ก็สามารถเอามาสำรวจที่ดินเพื่อนทำเป็นฐานข้อมูลในการซื้อและขาย รวมถึงการพรีเซนต์ให้ลูกค้าฟังอีกด้วย และรวมถึงบ้านจัดสรรที่โฆษณากันโครมครามว่าใกล้โน่น ใกล้นี่ อยู่กลางใจเมือง ทีนี้ผู้ซื้อสามารถจะใช้ Google Earth ล่องดูว่า จริงตามที่โฆษณาหรือเปล่าตัวอย่าง

21.JPG

 

Google Earth เป็นรูปแบบหนึ่งของ Google ผู้ให้บริการค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต แผนที่ Google Earthนี้เกิดจากการนำภาพที่ได้จากดาวเทียมสำรวจ หรือเครื่องบิน,บอลลูน จากหลายแหล่งมาต่อเข้าด้วยกันเสมือนกับว่าเป็นผืนเดียวกันด้วยหลักการนี้ Google Earth สามาถแสดงรายละเอียดสถานที่ต่างได้ทั่วโลก ประโยชน์ที่ได้รับถือว่ามากมายมหาศาล บริการนี้ช่วยให้เราค้นหาที่ตั้งของโรงแรม,บ้าน, สนามบิน, หรือค้นหาข้อมูล เส้นทางต่าง ๆทั่วโลกหรือแม้แต่การออกแบบผังเมือง การออกแบบระบบชลประธาร,การศึกษาผลกระทบจากการสร้างเขื่อน ถือเป็นข้อมูลทางภูมิศาสตร์ที่สมบูรณ์และที่ดีที่สุดในโลกที่พลเรือนสามารถเข้าถึงได้  สำหรับการประยุกต์ใช้ในด้านอสังหาริมทรัพย์เราสามารถนำเสนอสถานที่ต่างๆ เช่นบ้าน,ที่ดิน,อพาทเม้นท์,โรงงาน,โรงแรม ผ่านทางแผนที่ดาวเทียมผืนนี้ได้ โดยโปรแกรมเชื่อมต่อ KML File เพื่อให้แสดงผลสถานที่นั้นๆโดยผู้ใช้งานสามารถเห็นภาพจริงของสถานที่ พร้อมภาพถ่ายผ่านดาวเทียม และชมสถานที่สำคัญ        ใก้ลเคียงเช่น โรงเรียน,โรงพยาบาล,ทางด่วน ,สนามบิน หรือแม้แต่วัดระยะทางจากบ้านไปยังที่ทำงาน หรือหาขนาดพื้นที่บ้านหรือที่ดินได้อย่างง่ายดาย  งานสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม         สำหรับสถาปนิกและวิศวกร ก็คงมีเครื่องมือเพิ่มขึ้นในการจำลองโมเดลงานก่อสร้างที่ได้ออกแบบไว้ ซึ่งพวกเขาสามารถสร้างเป็นโมเดลสามามิติขึ้นมาซ้อนทับพื้นที่จริง แล้วดูภูมิทัศน์โดยรอบว่าได้ตามที่ได้ออกแบบเอาไว้หรือเปล่า ส่วนนี้ยังสามารถ พรีเซนต์งานให้กับลูกค้าได้เห็นภาพจริงตามที่จินตนาการไว้อีกด้วย เรียกได้ว่าสร้างความประทับใจในการพรีเซนต์มีเดียว ใช้ดูฮวงจุ้ย       ตัวอย่างการประยุกต์อันหนึ่งที่น่าสนใจ ก็คือการใช้ Google Earth มาดูฮวงจุ้ย เพราะหนึ่งในการดูฮวงจุ้ยก็คือต้องดูชัยภูมรอบข้าง ดูว่ากระแสที่จะไหมมา ว่ามาจากทางใดบ้าง แล้วมาจากที่ไหนมุมไหน มีตัวตัดกระแสตรงไหน รวมทั้งทางน้ำเข้าออกต่าง ๆ ที่น่าสนใจก็คือชินแสสามารถใช้โปรแกรมนี้หาองศาของสถานที่จะดูฮวงจุ้ยได้โดยไม่ต้องไปดูฮวงจุ้ยถึงที่จริง ธุรกิจคอนโด อพาร์ทเมนต์ให้เช่า       ธุรกิจให้เช่าสถานที่ ต่อไปคนที่ต้องการหาเช่าสถานที่ อาจจะหาข้อมูลโดยเริ่มจากการสำรวจสถานที่ที่สนใจก่อนโดยใช้โปรแกรม Google Earth สำรวจ จากนั้นก็ค่อยมาเลือกดูข้อมูลในขั้นตอนถัดไป ธุรกิจท่องเที่ยว       ต่อไปนักท่องเที่ยวจะมีทางเลือกในการดูข้อมูลในการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง นั่นก็คือการเข้ามาดูภูมิทัศน์ของสถานที่ก่อน จากนั้นก็ค่อยเข้าไปดูข้อมูลประเภทอื่น ๆ ตัวอย่างเช่น ถ้านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติต้องการไปเที่ยวเกาะพงัน เขาก็อาจจะใช้ โปรแกรม Google Earth มาส่องดูก่อนจากนั้นก็ค่อยเลือกพื้นที่ที่ติดหาดที่ตัวเองสนใจ แล้วค่อยมาเลือกที่พักที่ใกล้หาดนั้น       ดังนั้นถ้าคนที่ทำธุรกิจท่องเที่ยวเห็นถึงศักยภาพตรงนี้ ก็สามารถที่จะปักหมุนให้กับธุรกิจของตัวเองพร้อมกับให้ข้อมูลกับนักท่องเที่ยว ที่จะมาหาข้อมูลในส่วนนี้ได้ เรียกได้ว่าต่อไปโปรแกรม Google Earth นี้จะมีผลต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวมากพอสมควร


 

 เคยอาจจะได้ยินว่า Google Earth กับ Google Maps ต่างกันอย่างไร       ก็คงเรียกว่ามีทั้ง ความเหมือนและความต่างได้ไหมครับ ความเหมือน คือ เป็นข้อมูลที่มาจากภาพถ่ายดาวเทียมเหมือนกัน ส่วนความต่างก็คือในเรื่องการใช้งาน และความสามารถในการใช้งาน maps.google นำภาพถ่ายจากดาวเทียมมาสร้างเป็นแผนที่ให้เราใช้งานผ่านเบราซ์เซอร์ เราสามารถทำการซูม ค้นหาได้แผนที่ สถานที่ต่างๆ ได้ ในขณะที่ earth.google ให้ข้อมูลเหมือนที่มองจากภาพถ่ายดาวเทียมจริงๆ และจะใช้งานผ่านโปรแกรมที่ติดตั้งบนเดสก์ท็อป ซึ่งจะมีความสามารถ และเครื่องมือสนับสนุนการทำงานมากกว่า นอกเหนือจากการค้นหาพิกัด การซูม การหมุน ยังสามารถสร้างภาพสามมิติได้ สามารถวาดภาพ ส่งออกข้อมูล และเพิ่มเติมข้อมูลเข้าไปได้ และคุณสมบัติอื่นๆ ตัวอย่าง

22.JPG

ภาพ MIT จาก Google Maps

23.JPG
 ภาพ MIT จาก Google Earth


3.JPG


Comment

ชื่อ

comment ที่ 2
พี่คับช่วยบอกหน่อยผมโหลดมาใช้แล้วแต่วัดระยะทางได้แค่ทางตรงเท่านั้นเอง(จากจุดต่อจุดเท่านั้นเอง)อยากวัดให้ได้ทีเดียวหลายๆจุดมันก็ไม่มีให้
  จากคุณ ช่างโยธา   วันที่ 2009-06-17 15:22:14

comment ที่ 1
00
  จากคุณ khjkj   วันที่ 2008-01-27 13:41:18

1