มารู้จักกับ Google Earth
Google Earth เป็นโปรแกรมสำหรับการใช้ดูภาพถ่ายทางอากาศพร้อมทั้งแผนที่ เส้นทาง และผังเมืองซ้อนทับลงในแผนที่ซึ่งโปรแกรมนี้จัดอยู่ในองค์ประกอบด้านภูมิสารสนเทศ (GIS-Geographic Information System) Google Earth ใช้ข้อมูลจาก ภาพถ่ายทางอากาศจากหลายที่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่ทำเกี่ยวกับภาพถ่ายดาวเทียม เช่น DigitalGlobe, EarthSAT เป็นต้น การทำงานของโปรแกรม Google Earth จะเป็นการทำงานในแบบ Client-Server โดยในส่วนที่ใช้ควบคุมและแสดงผล เรียกว่าโปรแกรม Google Earth Client ซึ่งการใช้งานต้องต่อเชื่อมกับระบบอินเทอร์เน็ตด้วยเพื่อจะได้ดึงภาพที่อยู่บนเครื่อง Server ของกูเกิลมาแสดงได้ โปรแกรม Google Earth ไม่ได้เก็บไฟล์ภาพแผนที่ไว้ในโปรแกรม เพียงแต่มันทำหน้าที่อ่านค่าพิกัดละติจุด ลองจิจุด ที่ผู้ใช้ต้องการจะดูภาพ แล้วโปรแกรมจะวิ่งเข้าไปยัง Server ของ Google Earth จากนั้นก็ดาว์นโหลดไฟล์ภาพแผนที่มาแสดงทันทีนั่นก็หมายความว่าเมื่อคุณใช้โปรแกรม Google Earth ดูภาพถ่ายดาวเทียม คุณจะต้องเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ส่วนตำแหน่งของสถานที่ที่ปรากฏในโปรแกรมนั้นจะมีเพียงหลัก ๆ เท่านั้น เช่น ชื่อประเทศ ชื่อเมือง ชื่อจังหวัด รัฐ สำหรับสำหรับรายละเอียดสถานที่นั้น จะเน้นที่สหรัฐอเมริกาเป็นหลัก ส่วนอื่น ๆ ในโลกนั้นแทบจะไม่มีเลย โดย กูเกิลจะถือปรัชญาที่ว่า คนที่รู้จักสถานที่ที่ดีที่สุดก็คือคนพื้นที่นั่นเอง ด้วยเหตุนี้โปรแกรมจึงมีเครื่องไม้เครื่องมือให้ผู้ใช้สามารถระบุสถานที่เองได้ ซึ่งเรียกว่า Placemark หรือเรียกกันว่า ปักหมุด นั่นเอง สำหรับคอ GPS คงจะคุ้นกับคำว่า POI (Point of Interest) มากกว่า ซึ่งก็คือสิ่งเดียวกัน
ประเภทของ Hardwareสเปคที่แนะนำ
- Windows XP
- CPU: P4 2.4GHz+ หรือ AMD 2400xp+
- RAM: 512MB
- 2GB hard-disk space
- การ์ดแสดงผล: 3D-capable video card with 32MB VRAM - 1280x1024, 32-bit true color screen
- อินเทอร์เน็ตที่ใช้ควรมี speed: 128 kbps ประเภทของโปรแกรม GOOGLE EARTH
มีอยู่หลายประเภทครับ ได้แก่
1. GOOGLE EARTH โดยตัวนี้เป็นบริการฟรีครับ โดยในที่นี้ผมจะอธิบายการใช้งานของตัวนี้
2. GOOGLE EARTH PLUS โดยตัวนี้ ราคา 20$ ต่อปี โดยจะสามารถมองเห็นได้ละเอียดขึ้นอีก และเพิ่ม
ความสามารถของ GPS และอื่นๆอีก
3. GOOGLE EARTH PRO โดยตัวนี้ ราคา 400$ ต่อปี โดยก็จะยิ่งละเอียดมากขึ้นอีกสามารถมองภาพแบบ
3 มิติได้ 4. GOOGLE EARTH ENTERPRISE SOLUTION โดยตัวนี้ก็จะบริการจำเพาะเจาะจงมากกว่าปกติ
Google Earth นับเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของ Google ในการสร้างระบบติดต่อกับผู้ใช้งาน (user interfacing) เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้นหาข้อมูลและทำให้การแสดงผลข้อมูลมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในครั้งนี้ Google ได้นำเอาภาพถ่ายทางอากาศและภาพถ่ายจากดาวเทียมมาผสมผสานกับเทคโนโลยี streaming และทำการเชื่อมโยงข้อมูลจากฐานข้อมูลของ Google เองเพื่อนำเราไปยังจุดต่าง ๆ ที่ต้องการบนแผนที่โลกดิจิตอล แผนที่นี้เกิดจากการสะสมภาพถ่ายจากหลาย ๆ แหล่งข้อมูล จากดาวเทียมหลายดวง เพียงแต่นำมาประติดประต่อกันเสมือนกับว่าเป็นผืนเดียวกัน แต่ละจุดจะมีความละเอียดของภาพถ่ายไม่เท่ากัน แต่ด้วยความสามารถในการประมวลผลภาพถ่ายทำให้เราเสมือนกับว่าเป็นพื้นเดียวกัน จากนั้นก็นำเอาข้อมูลอื่น ๆ มาซ้อนทับภาพถ่ายเหล่านี้อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งแต่ละชั้น (layer) ก็จะแสดงรายละเอียดต่างเช่น ที่ตั้งโรงพยาบาล สถานีตำรวจ สนามบิน และชั้นของข้อมูลอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งแบบที่ Google จัดเตรียมไว้ให้แล้ว หรือ มีบริษัทอื่น ๆ มาในบริการชั้นข้อมูลเหล่านี้ รวมไปถึงชั้นข้อมูลที่เรากำหนดขึ้นเอง ประโยชน์ที่ได้รับถือว่ามากมายมหาศาล บริการนี้ช่วยให้เราศึกษาข้อมูลก่อนเดินทางได้เป็นอย่างดี ทำให้เราสามารถค้นหาที่ตั้งของโรงแรมที่เราจะเดินทางไปพัก เส้นทางต่าง ๆ ของเมืองที่เราจะเดินทางไป รวมถึงแหล่งข้อมูลอื่น ๆ เช่น สภาพดินฟ้าอากาศ แต่ที่สำคัญที่สุดคิดว่าน่าจะเป็นการนำเอา Google Earth มาเป็นสื่อในการเรียนรู้ ในทุก ๆ ระดับการศึกษา รวมไปถึงการเรียนรู้ด้วยตนเอง เป็นครั้งแรก ที่ทำให้เราเข้าถึงภาพถ่ายดาวเทียมและภาพถ่ายทางอากาศได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว คิดว่าเครื่องมือนี้จะทำให้เราเข้าใจโลกของเราได้มากขึ้น เครื่องมือที่อยู่ภายใต้ความสำเร็จนี้คือ XML (Extensible Markup Language) ซึ่งมีการกำหนดคุณสมบัติพิเศษขึ้นมาและเรียกว่า KML (Keyhole Markup Language) Google ใช้ KML นี้ในการสร้างชั้นข้อมูลต่าง ๆ การแสดงข้อมูลทั้ง จุด ลายเส้น หรือรูปหลายเหลี่ยมต่าง ๆ ล้วนสร้างมาจาก KML ทั้งสิ้น เวอร์ชันปัจจุบันเรียกว่า KML 2.0 ส่วนรูปแบบที่จัดเก็บไว้จะเป็นรูปแบบที่ประหยัดพื้นที่เรียกว่า KMZ ซึ่งกับคือ zip format ของ KML นั่นเอง
สำหรับรูปแบบการทำงานของ Google Earth นั้นก็จะเป็นการทำงานแบบ client-server โปรแกรมส่วนที่พวกเราใช้งานจะเรียกว่า Google Earth client ซึ่ง Google ให้เรามาใช้งานฟรี เพื่อดูข้อมูลต่าง ๆ ภายใต้ข้อจำกัดเกี่ยวกับรายละเอียดของภาพ แต่จะว่าไปแล้วก็ไม่ได้ฟรีจริง ๆ นะ เพราะเขาก็จะได้ประโยชน์จากพวกเราในแง่ข้อมูลต่าง ๆ ที่พวกเราเข้าไปค้นหา และสะสมความรู้ที่ได้จากการค้นหาของพวกเราไว้ใช้งานต่อไป นอกจาก Google จะให้บริการแบบไม่คิดค่าใช้บริการแล้ว ยังมีการให้บริการในรูปแบบอื่น ๆ อีกด้วย ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีความสามารถที่แตกต่างกัน เช่น สามารถนำข้อมูลจาก GPS receiver มาประกอบข้อมูลของ Google Earth ได้ รวมถึงการให้บริการสร้าง server ของตนเองขึ้นมาโดยการนำข้อมูลมารวมกับแหล่งข้อมูล GIS ของเราเองได้อีกด้วย
แนะนำการให้บริการ การให้บริการนี้ทำให้เกิดการให้บริการอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย เช่น ระบบที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัย การขนส่ง การออกแบบสถาปัตยกรรม รวมไปถึงการทหารและการป้องกันประเทศอีกด้วย

ปัจจุบันมีการพัฒนาการให้บริการที่ผสมผสานกับข้อมูลของ Google Earth หลายอย่างเช่น ในธุรกิจอสังหารินทรัพย์ มีการแสดงภาพการพัฒนาที่ดิน ทำให้ผู้เกี่ยวข้อง ตั้งแต่แหล่งเงินของโครงการ ไปจนถึงผู้ซื้อ สามารถมองเห็นรูปแบบของโครงการได้อย่างชัดเจน ทำให้การประเมินศักยภาพของโครงการเป็นไปด้วยความสะดวกและชัดเจน การวางแผนการจัดการเกี่ยวกับผู้อยู่อาศัยก็สามารถ เห็นภาพได้อย่างชัดเจน รวมถึงจะเอื้อประโยชน์ต่อรุกิจอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ธุรกิจเกี่ยวกับที่พักอาศัย บ้านเช่าต่าง ๆ
Google Earth ยังช่วยให้ธุรกิจงานทางด้านสถาปัตยกรรมและการก่อสร้างแสดงรูปแบบของโครงการในรูปแบบของ โมเดลของโครงการที่จะสร้างขึ้นมาว่า มีลักษณะเป็นอย่างไรเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ
ส่วนโปรแกรม Freewareที่ให้ติดตั้งหรือไฟล์ .exe กันฟรีต้องเข้าไป Download ที http://earth.google.com/download-earth.html
เมื่อทำการติดตั้งเสร็จเรียบร้อยจะเข้าสู่หน้าจอ ดังรูป

1. คำสั่ง Fly to
การเข้าไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ในโลกใน Google Earth นั้นมีหลายวิธีแต่วิธีที่ง่าย ๆ และหลัก ๆ คือการพิมพ์ชื่อสถานที่ที่ เราต้องการจะเข้าไปดูใส่ลงในช่อง เช่นเราต้องการหาประเทศ ไทย จังหวัดกรุงเทพเราก็ใส่ลงไป ดังรูป

โปรแกรม Google Earth จะค่อยทำการซูมเข้าไปในพื้นที่ของกรุงเทพ
2. คำสั่ง Play Tour
หลังจาทำการค้นหาด้วย Fly to แล้วยังไม่รู้ว่ามีที่ไหนน่าเที่ยวอีกบ้าง ทาง Google Earth ได้ปักหมุดตัวอย่างสถานที่ไว้ ที่เรียกว่า Sightseeing ซึ่งอยู่ในส่วนของ Places Panel ซึ่งในโฟลเดอร์นี้จะแสดงสถานที่ต่าง ๆ เลือกสถานที่ที่ต้องการดู 
โปรแกรม Google Earth จะค่อยทำการซูมเข้าไปในพื้นที่ของกรุงเทพ
3.การหาบ้านตัวเองให้เจอและทำการปักหมุด โดยการค้นหาเราต้องอาศัยข้อมูลจากทาง www.thaigoogleearth.com โดยจะมีการให้ความรู้เกี่ยวกับข่าวสารเกี่ยวกับโปรแกรม Google Earth และforumถามตอบปัญหาการใช้งานต่าง ๆ ที่สำคัญคือมีการรวบรวม ไฟล์ *.kmz ซึ่งเป็นไฟล์ที่มีไว้สำหรับเก็บข้อมูลราบละเอียดตำแหน่งพิกัดสถานที่ต่าง ๆ เพื่อให้โปรแกรม Google Earthสามารถแสดงตำแหน่งตามที่ระบุไว้ได้ อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจ ร่วมปักหมุดสถานที่ต่าง แล้วอัพโหลดไว้บันเว็บไซด์ เพื่อเผยแพร่ให้เครื่องอื่น ๆ ได้ใช้งานอีกด้วย
เมื่อทำการดาวน์โหลไฟล์ที่ต้องการมาเรียบร้อยเช่น ถนนในกรุงเทพ แล้วทดลองหาบ้านตัวเองก่อนนับจากสถานที่หลักๆ เช่นบ้านผมเองอยู่ที่ ซอยโชคชัย 4 ผมก็ลองหา ถนนโชคชัย4เมื่อพบเจอดังรูป 
เมื่อทำการพบเจอบ้านของเราแล้วเราจะต้องทำการปักหมุดไว้ 1. คลิกที่ Add Placemark ดังรูป 
2. เลื่อนหมุนให้ตรงกับบ้านของเรา แล้วตั้งชื่อ บ้านก้อง 
หรืออาจจะเลือกลักษณะของหมุดให้ตรงกับสถานที่ที่ตรงตามต้องการ

3. จะสังเกตได้ว่ามีหมุดขึ้นมาใน Places ดังรูป
เป็นสิ่งที่ได้มาจากการปักหมุดคือการมองเห็นภาพถ่ายบ้านเราเองจากดาวเทียม
4. การวัดระยะทางด้วย Google Earth โปรแกรม Google Earth มีเครื่องมือสำหรับการวัดระยะทางบนแผนที่ซึ่งสามารถวัดระยะทางได้ทางแบบเส้นตรง, แบบมีการหักเลี้ยว แบบคำนวณพื้นที่ และพื้นที่วงกลม สำหรับวิธีเรียกเครื่องมือวัดระยะมีดังนี้ 1.Tools ---> Ruler
2. ลาดเส้นที่ที่ต้องการจะวัดลงใน Google Earth ดังรูป
3.จะสังเกตเห็นจำนวนเมตรที่ต้องการ Showขึ้นมาตามหน่วยที่ตั้งค่าเอาไว้
จะเห็นได้ว่านี้เป็นการวัดระยะทางในแนวทางตรงลองมาดูการวัดระยะทางที่คดเคี้ยวบางครับ 1.เริ่มต้นทำเหมือนกับด้านบนครับแต่ก่นที่จะวางเส้นทางที่จะวัดมาทำการเลือกที่ Path ดังรูป

2.ทำการวัดระยะทางจากบ้านไปถึงในวัดลาดพร้าวว่ามีระยะทางกี่เมตร

3.จะเห็นได้ว่าระยะทางจะแสดงขึ้นมาเช่นกัน

4. การแสดงเส้นตัดละติจูดและลองจิจูด โปรแกรม Google Earth จะแสดงเส้นตัดระหว่าง ละติจูด หรือเส้นรุ้ง (Latitude) กับลองจิจูดหรือเส้นแวง(Longitude) ซึ่งจะแสดงเป็นเส้นสีขาว โดยจำนวนเส้นและขนาดจุดตัดจะเปลี่ยนไปตามการซูมเข้า-ออก 1. เลือกเมนู View ---> Grid หรือกด Ctrl + L โดยมีลักษณะดังรูป
5. การประยุกต์ใช้งาน Google Earth กับงานประเภทต่าง ๆ ด้วยความสามารถในการจัดการกับภาพถ่ายดาวเทียมอย่างเยี่ยมยอดใช้งานง่าย และมีโครงสร้างที่เอื้อให้สร้างข้อมูลอื่นซ้อนประกอบลงไปได้ ทำให้เราสามารถนำเอา Google Earth มาประยุกต์ใช้กับงานต่าง ๆ ได้อย่างมากมาย ถามว่ามากแค่ไหนคงตอบได้ว่า ขึ้นอยู่กับจิตนาการของท่านเลยว่าเมื่อคุณใช้มันจนคล่องและรู้ถึงศักยภาพแล้ว คุณสามารถจะประยุกต์ไปใช้งานในด้านต่าง ๆ อะไรได้อีก เพราะอย่าไร ทุกคนและทุกธุรกิจจะต้องเกี่ยวพันกับแผนที่ การเดินทาง ไม่มากก็น้อย แต่เพื่อเป็นการจุดประกายแนวความคิดในการประยุกต์ใช้เราจะใช้ เราจะสรุปแนวทางหลัก ๆ ในการประยุกต์ใช้เบื้องต้นให้ทราบก่อนว่ามีอะไรบ้างที่น่าสนใจ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คุณสามารถเอาภายถ่ายดาวเทียมไปใช้ในการวิเคราะห์การอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่จริง เพื่อใช้ในการวิเคราะห์คู่แข่ง ว่าในรัศมีโดยรอบนั้น ภูมิทัศน์เป็นอย่างไรบ้างและถ้าเป็นนายหน้าค้าที่ก็สามารถเอามาสำรวจที่ดินเพื่อนทำเป็นฐานข้อมูลในการซื้อและขาย รวมถึงการพรีเซนต์ให้ลูกค้าฟังอีกด้วย และรวมถึงบ้านจัดสรรที่โฆษณากันโครมครามว่าใกล้โน่น ใกล้นี่ อยู่กลางใจเมือง ทีนี้ผู้ซื้อสามารถจะใช้ Google Earth ล่องดูว่า จริงตามที่โฆษณาหรือเปล่าตัวอย่าง 
Google Earth เป็นรูปแบบหนึ่งของ Google ผู้ให้บริการค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต แผนที่ Google Earthนี้เกิดจากการนำภาพที่ได้จากดาวเทียมสำรวจ หรือเครื่องบิน,บอลลูน จากหลายแหล่งมาต่อเข้าด้วยกันเสมือนกับว่าเป็นผืนเดียวกันด้วยหลักการนี้ Google Earth สามาถแสดงรายละเอียดสถานที่ต่างได้ทั่วโลก ประโยชน์ที่ได้รับถือว่ามากมายมหาศาล บริการนี้ช่วยให้เราค้นหาที่ตั้งของโรงแรม,บ้าน, สนามบิน, หรือค้นหาข้อมูล เส้นทางต่าง ๆทั่วโลกหรือแม้แต่การออกแบบผังเมือง การออกแบบระบบชลประธาร,การศึกษาผลกระทบจากการสร้างเขื่อน ถือเป็นข้อมูลทางภูมิศาสตร์ที่สมบูรณ์และที่ดีที่สุดในโลกที่พลเรือนสามารถเข้าถึงได้ สำหรับการประยุกต์ใช้ในด้านอสังหาริมทรัพย์เราสามารถนำเสนอสถานที่ต่างๆ เช่นบ้าน,ที่ดิน,อพาทเม้นท์,โรงงาน,โรงแรม ผ่านทางแผนที่ดาวเทียมผืนนี้ได้ โดยโปรแกรมเชื่อมต่อ KML File เพื่อให้แสดงผลสถานที่นั้นๆโดยผู้ใช้งานสามารถเห็นภาพจริงของสถานที่ พร้อมภาพถ่ายผ่านดาวเทียม และชมสถานที่สำคัญ ใก้ลเคียงเช่น โรงเรียน,โรงพยาบาล,ทางด่วน ,สนามบิน หรือแม้แต่วัดระยะทางจากบ้านไปยังที่ทำงาน หรือหาขนาดพื้นที่บ้านหรือที่ดินได้อย่างง่ายดาย งานสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม สำหรับสถาปนิกและวิศวกร ก็คงมีเครื่องมือเพิ่มขึ้นในการจำลองโมเดลงานก่อสร้างที่ได้ออกแบบไว้ ซึ่งพวกเขาสามารถสร้างเป็นโมเดลสามามิติขึ้นมาซ้อนทับพื้นที่จริง แล้วดูภูมิทัศน์โดยรอบว่าได้ตามที่ได้ออกแบบเอาไว้หรือเปล่า ส่วนนี้ยังสามารถ พรีเซนต์งานให้กับลูกค้าได้เห็นภาพจริงตามที่จินตนาการไว้อีกด้วย เรียกได้ว่าสร้างความประทับใจในการพรีเซนต์มีเดียว ใช้ดูฮวงจุ้ย ตัวอย่างการประยุกต์อันหนึ่งที่น่าสนใจ ก็คือการใช้ Google Earth มาดูฮวงจุ้ย เพราะหนึ่งในการดูฮวงจุ้ยก็คือต้องดูชัยภูมรอบข้าง ดูว่ากระแสที่จะไหมมา ว่ามาจากทางใดบ้าง แล้วมาจากที่ไหนมุมไหน มีตัวตัดกระแสตรงไหน รวมทั้งทางน้ำเข้าออกต่าง ๆ ที่น่าสนใจก็คือชินแสสามารถใช้โปรแกรมนี้หาองศาของสถานที่จะดูฮวงจุ้ยได้โดยไม่ต้องไปดูฮวงจุ้ยถึงที่จริง ธุรกิจคอนโด อพาร์ทเมนต์ให้เช่า ธุรกิจให้เช่าสถานที่ ต่อไปคนที่ต้องการหาเช่าสถานที่ อาจจะหาข้อมูลโดยเริ่มจากการสำรวจสถานที่ที่สนใจก่อนโดยใช้โปรแกรม Google Earth สำรวจ จากนั้นก็ค่อยมาเลือกดูข้อมูลในขั้นตอนถัดไป ธุรกิจท่องเที่ยว ต่อไปนักท่องเที่ยวจะมีทางเลือกในการดูข้อมูลในการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง นั่นก็คือการเข้ามาดูภูมิทัศน์ของสถานที่ก่อน จากนั้นก็ค่อยเข้าไปดูข้อมูลประเภทอื่น ๆ ตัวอย่างเช่น ถ้านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติต้องการไปเที่ยวเกาะพงัน เขาก็อาจจะใช้ โปรแกรม Google Earth มาส่องดูก่อนจากนั้นก็ค่อยเลือกพื้นที่ที่ติดหาดที่ตัวเองสนใจ แล้วค่อยมาเลือกที่พักที่ใกล้หาดนั้น ดังนั้นถ้าคนที่ทำธุรกิจท่องเที่ยวเห็นถึงศักยภาพตรงนี้ ก็สามารถที่จะปักหมุนให้กับธุรกิจของตัวเองพร้อมกับให้ข้อมูลกับนักท่องเที่ยว ที่จะมาหาข้อมูลในส่วนนี้ได้ เรียกได้ว่าต่อไปโปรแกรม Google Earth นี้จะมีผลต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวมากพอสมควร
เคยอาจจะได้ยินว่า Google Earth กับ Google Maps ต่างกันอย่างไร ก็คงเรียกว่ามีทั้ง ความเหมือนและความต่างได้ไหมครับ ความเหมือน คือ เป็นข้อมูลที่มาจากภาพถ่ายดาวเทียมเหมือนกัน ส่วนความต่างก็คือในเรื่องการใช้งาน และความสามารถในการใช้งาน maps.google นำภาพถ่ายจากดาวเทียมมาสร้างเป็นแผนที่ให้เราใช้งานผ่านเบราซ์เซอร์ เราสามารถทำการซูม ค้นหาได้แผนที่ สถานที่ต่างๆ ได้ ในขณะที่ earth.google ให้ข้อมูลเหมือนที่มองจากภาพถ่ายดาวเทียมจริงๆ และจะใช้งานผ่านโปรแกรมที่ติดตั้งบนเดสก์ท็อป ซึ่งจะมีความสามารถ และเครื่องมือสนับสนุนการทำงานมากกว่า นอกเหนือจากการค้นหาพิกัด การซูม การหมุน ยังสามารถสร้างภาพสามมิติได้ สามารถวาดภาพ ส่งออกข้อมูล และเพิ่มเติมข้อมูลเข้าไปได้ และคุณสมบัติอื่นๆ ตัวอย่าง 
ภาพ MIT จาก Google Maps
ภาพ MIT จาก Google Earth
