ในบรรดา 4 วันนี้ดูเหมือนว่า คืนวันวาเลนไทม์เป็นคืนที่ ดูจะมีเหตุผลที่น่าจะเอามาเป็นข้ออ้างเพื่อพิสูจน์ความรักระหว่างกันมากที่สุด ผมยังจำได้ดีว่าค่ำวันวาเลนไทม์ปีหนึ่งผมไปนั่งทานบะหมี่เกี๊ยวในร้านซึ่งตั้งอยู่ในย่านสยามสแควร์ สักครู่หนึ่งมีชายหญิงคู่หนึ่งเดินจูงมือกันเข้ามาในร้าน ซึ่งในขณะนั้นคนเต็มร้าน เค้าสองคนก็นั่งลงแล้วก็ไม่ได้สนใจใครเลย คงคิดว่าโลกนี้มีแต่เรา2คน ผู้ชายเริ่มเอามือไปโอบไหล่และเอวของผู้หญิง และยังนั่งเบียดกันจนดูเหมือนเก้าอี้ที่มีตัวคงเล็กกว่าจะนั่ง 2 คนได้ ยิ่งไปกว่านั้นผู้ชายก็หันหน้าจะไปหอมผู้หญิงแล้วเปลี่ยนมากัดไหล่แทน โดยไม่ได้แคร์สายตาคนในร้านเลย ซึ่งเป็นการกระทำที่ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะเกิดขึ้นในสังคมของไทยเรา ผมอยากจะย้ำว่าการที่สาวๆ ทั้งหลายมีความเชื่อว่าการพลีกายให้กับแฟนหนุ่มถือเป็นการพิสูจน์ความรักคือความจำเป็นและหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในโอกาสใดหรือวันไหนๆก็ตาม เป็นความคิดที่ผิดและอาจทำให้ต้องเสียใจไปตลอดชีวิต

 

ในยุคสมัยนี้ผู้ชายโดยมาก มักจะใช้โอกาสของวันแห่งความรักขอ ...... มีอะไรกันแฟนสาว.... ถือเอาเป็นวันดีเดย์, วันเปิดซิง, วันเปิดบริสุทธิ์
จะต้องมีเด็กสาวอีกกี่คน ที่ต้องสละพรหมจรรย์ ...... เพื่อพิสูจน์ความรักในคืนวันวาเลนไทน์ ไม่ว่าจะเป็นตามสถานพักตากอากาศทั้งหลาย, โรงแรม, โฮเต็ล, คอนโด, บ้านเช่าหรือตามหอพักนักศึกษา และสาวๆ ก็หลงผิด คิดว่า เอาวันนี้แหละ วันที่ประวัติศาสตร์ ความรักอันยิ่งใหญ่จากชาติตะวันตก ............มาเป็นตำนานรักอันน่าจดจำ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากบังเอิญเจอกับผู้ชาย ประเภทที่ขู่ว่า ถ้าสาวเจ้าไม่ยอมพลีกายให้เพื่อเป็นการพิสูจน์ความรักแล้ว เขาจะเลิกคบกับเรา ผมถือว่าคนๆ นั้นเป็นผู้ชายเห็นแก่ตัว ไม่ให้เกียรติและไม่รักเราจริง หากจะเลิกคบเพราะเหตุนี้ผมกลับถือเป็นโชคเสียอีกหากคนเช่นนี้จะไปจากชีวิตของเราทันที ผู้ชายที่รักเราจริงควรจะต้องมีสติและรู้จักให้เกียรติเรา ถึงแม้กำลังอยู่ใน อารมณ์หื่นกระหายใคร่ ในตัวแฟนสาว จนตัวสั่นแต่ควรจะให้เกียรติแฟนสาว และมีความอกกลั้น เขาย่อมรอได้. ..ถ้ารักจริง

ผมอยากจะแนะนำคุณสาวๆ ว่า หากแฟนหนุ่มจะขอมีอะไรกับเราแล้วสาวๆ ควรจะตอบอย่างไรที่จะไม่เสียทั้งตัวและแฟน นี่เป็นสิ่งที่ผู้หญิงทั้งหลายพึงเรียนรู้ไว้

ลองมาดูคำตอบแรก….
“เห็นฉันเป็นคนอย่างไร เป็นผู้หญิงง่าย ๆ หรือ”
“ฉันไม่ใช่ดอกไม้ริมทางนะจ๊ะ มีพ่อมีแม่เหมือนกัน มาสู่ขอแต่งงานก่อนแล้วกัน” หรือ “นี่เธอ เรื่องแบบนี้ไม่ใช่อยู่ดีๆ ก็จะมาขอมีอะไรกันได้นะ เกิดเลิกรากันฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ทีหลังไม่ต้องมาขอนะ ถ้าคิดจะเป็นแฟนกันต่อไป”

ตอบแบบนี้รับรองได้เลยว่า ไม่มีทางเสียตัว แต่โอกาสจะเสียแฟนมีสูง เว้นว่าชายหนุ่มคนนั้นรักจริงและเข้าใจคุณดีว่าปากตรงกับใจ แต่ส่วนใหญ่ผู้ชายมักจะหนีหายไปหาแฟนใหม่

ส่วนคนที่ตอบแบบว่า…
“เห็นใจฉันบ้างซิเธอ เป็นผู้หญิงมันไม่ง่ายนะ เกิดท้องขึ้นมาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”
“เดี๋ยวคนรู้เข้าจะทำอย่างไร เขาจะว่าเรานะ”
“ก็อยากเป็นของเธอเหมือนกัน แต่กลัวเธอจะไม่รับผิดชอบ แล้วฉันจะเสียใจคนเดียว”

ตอบทำนองนี้การันตีได้เลยว่า เสร็จเขาแน่ทุกราย เพราะเปิดทางให้เขาแก้ลำได้ เช่น “เพราะเห็นใจเธอนะสิ ผมเลยเตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อย นี่ไงถุงยางอนามัย เห็นไหม มีตั้ง 2 อันแน่ะ รับรองไม่พลาด”
หรือ “โธ่…ใครเขาจะรู้ ถ้าคุณไม่พูดให้ใครฟัง เรารู้กันสองคนแค่นี้ รับรองได้เลยว่าผมไม่ไปบอกใครหรอก”
หรือ “ผมไม่มีทางทำให้คุณเสียใจหรอก เพราะผมรักคุณสุดชีวิต ไม่มีใครในโลกที่จะรักคุณมากไปกว่าผม”

ผู้หญิงทราบกันไหมว่า ในตำราจีบสาวนั้นเขาบอกว่า อาวุธเด็ดเคล็ดลับที่จะทำให้ผู้หญิงยอมก็คือ คำว่า “รัก” เท่านั้น เสร็จเขาแล้วจะเสียใจหรือเปล่า คงจะตัวใครตัวมัน เพราะฉะนั้นสุดยอดของศิลปะการต่อรองและปฏิเสธสัมพันธ์สวาทน่าจะเป็นว่า…

1) อย่าเปิดโอกาส จากการศึกษาวิจัยพบว่า ผู้หญิงทั้งหลายเสียสาวเพราะคิดว่าเขารักเป็นอันดับแรก ตามด้วยความคิดที่ว่าเราพร้อมแล้วที่จะเป็นของกันและกัน และถ้าไม่มีบรรยากาศเป็นใจ ทุกอย่างก็จะยังไม่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าคุณยังไม่พร้อมพยายามอย่าอยู่สองต่อสองในบรรยากาศที่เป็นใจ

2) ปลุกสำนึกความเป็นสุภาพบุรุษของลูกผู้ชาย “เธอคงไม่ภูมิใจใช่ไหมถ้าฉันยอมเป็นของเธอก่อนแต่งงาน อย่างไรฉันก็พร้อมจะเป็นของเธออยู่แล้ว ไม่มีใครเลยในดวงใจของฉันนอกจากเธอ รอก่อนนะจ๊ะคนดี ไว้ถึงเวลาค่อยมีความสุขด้วยกัน” ให้ความหวังและยกย่องชมเชยเขาไปในตัว

3) ใช้ข้ออ้างที่ปฏิเสธได้ยาก “ถ้าเป็นของกันและกันตอนนี้ หากคุณพ่อคุณแม่รู้เข้าท่านคงจะเสียใจนะ เป็นลูกสาวที่ไม่รู้จักกตัญญูกตเวที ทำให้พ่อแม่เสียใจ คงเป็นบาปติดตัวไปตลอดทุกชาติ เธอไม่กลัวหรือ หากวันข้างหน้าลูกสาวของเราจะเป็นของใครง่ายๆ แบบนี้”

เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ยังไม่พร้อม จำไว้ว่าต้องปฏิเสธให้เป็น เพื่อจะได้ไม่เสียทั้งตัวและคนที่เรารัก



 เม้นด้วยน้า

 ไข่" กระชับผิว

คุณสมบัติ : ช่วยกระชับผิว กระชับรูขุมขน เฉกเช่นเดียวกับ โทนนิ่งโลชั่น

วิธีทำสวย
- ล้างหน้าก่อนด้วยน้ำนม ช่วยกระตุ้นให้ผิวสดชื่น กระชุ่มกระชวย
- ตอกไข่ใส่ชาม แยกส่วนไข่ขาวและไข่แดง ใช้เฉพาะไข่ขาว ทาบนใบหน้า (ถ้าคุณเป็นคนผิวแห้ง ให้ผสมไข่แดงลงไปเล็กน้อย) ทิ้งไว้ 10 นาที ล้างออก ด้วยน้ำอุ่น
- ปิดท้ายด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์บำรุงผิว

"มะเขือเทศ" สู้สิว

คุณสมบัติ : กรด"ในมะเขือเทศ ช่วยทำความสะอาดรูขุมขน ลดการเกิดสิว

วิธีทำสวย
- ปอกเปลือกมะเขอเทศ ฝานเป็นแผ่นๆ เอาเมล็ดออก
- นำไปปั่นให้ละเอียด (ถ้าไม่มีเครื่องปั่น จะใช้วิธีขยำจนกระทั่งเนื้อมะเขือเทศเละ ไม่จับเป็นก้อน ก็ใช้ได้เหมือนกัน)
- ทาลงบนหัวสิว (ระวังอย่าให้เข้าตา) ทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น
หมายเหตุ : ในกรณีที่คุณเป็นคนที่ผิวแพ้ง่าย หรือยังไม่แน่ใจว่าจะแพ้หรือเปล่า ให้ลองเทสต์กับท้องแขนก่อน ถ้ามีอาการแสบผิดปกติ ให้ล้างออกทันทีและไม่ควรใช้กับผิวหน้า

ครีมทาผิว "พีช"

คุณสมบัติ : กรดอ่อนๆจากผลไม้ช่วยให้ผิวที่หยาบกร้านนุ่มขึ้น

วิธีทำสวย
- เลือกเฉพาะพีชผลที่สุกงอม มาปอกเปลือกแล้วปั่นให้ละเอียด
- กรองเอากากออก เก็บไว้เฉพาะส่วนที่เป็นน้ำ
- ผสมเข้ากับวิปปิ้งครีมในปริมาณเท่าๆกัน กวนให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน
- นวดลงบนผิว ทิ้งไว้ 15-20 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น

"น้ำส้มสายชู" ดับกลิ่นเท้า

คุณสมบัติ : ใช้แช่เท้าช่วยสร้างสมดุลย์ (ph balance) ให้กับผิว ทำให้ผิวที่หยาบกระด้างนุ่มขึ้น และลดกลิ่นเท้า

วิธีทำสวย
- ผสมน้ำส้มสายชู 1 ถ้วย ลงในน้ำเปล่า 1 แกลลอน (ประมาณ 4 ลิตร)
- แช่เท้าไว้สักพัก
- ล้างด้วยน้ำสะอาด แล้วตามด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์

ครีมล้างหน้า "โยเกิร์ต"

คุณสมบัติ : เป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์และครีมล้างหน้าที่เหมาะกับทุกสภาพผิว

วิธีทำสวย
- ผสมโยเกิร์ต 1 ช้อนโต๊ะ เข้ากับน้ำมะนาว 1 ช้อนชา ทาลงบนผิวหน้า
- ทิ้งไว้ 5-10 นาที แล้วใช้สำลีเช็ดเครื่องสำอางชุบน้ำอุ่นเช็ดออก

มือนุ่มด้วย"น้ำตาลทราย"

คุณสมบัติ : ช่วยขจัดเซลล์ที่ตายแล้วออกจากผิว

วิธีทำสวย
- ผสมน้ำตาลทราย 1 อุ้งมือเข้ากับน้ำมะนาวครึ่งลูก นวดลงบนฝ่ามือ
- นวดเบาๆ จนกระทั่งรู้สึกว่ามีเซลล์ผิวหลุดออกมาเหมือนขี้ไคล
- ล้างออกด้วยน้ำเย็น ตามด้วยการทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ อาบผิวด้วย"น้ำผึ้ง"
คุณสมบัติ : เป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ สำหรับผิวและเส้นผม กรรมวิธี เติมน้ำผึ้ง 2-3 ช้อนโต๊ะลงในน้ำที่ใช้อาบและสระผม น้ำผึ้งจะช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื่นขึ้น ง่ายแสนง่ายแค่นี้..อ่านจบแล้วก็เกินเข้าครัวกันเลยดีกว่า