แรงแค้นรอการชำระ..ด้วยเลือด<-->เรื่องเล่า ธรรมะ แง่คิด ชีวิต สอนใจ ทำดี คติ บทเรียน
แรงแค้นรอการชำระ..ด้วยเลือด
 แรงแค้นรอการชำระ..ด้วยเลือด

ชั่วชีวิตของคนผู้หนึ่งไม่เคยทำผิดคิดร้ายกับผู้ใด ตั้งใจยึดมั่นอยู่ในศีลธรรมตลอดมา แต่ไม่ว่าอย่างไรแรงกรรมที่ยังคงติดค้างอยู่ก็ยังคงเฝ้าคอยเพื่อให้เวลาแห่งการชดใช้มาถึงโดยที่แรงแค้นไม่เคยลดน้อยลงแม้แต่น้อย

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อผมอายุได้เพียง 20 ปี ครอบครัวของผมได้ไปถวายสังฆทานที่วัดในจังหวัดอุทัยธานี หลังจากที่ถวายสังฆทานเสร็จแล้ว คุณพ่อคุณแม่ของผมยังคงสนทนาธรรมอยู่กับท่านพระครู ผมขอตัวออกมาเดินสูดอากาศอยู่ด้านนอกโบสถ์

ลมพัดเอื่อยๆ เย็นใจทำให้ผมเดินชมวิวไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงใต้ต้นมะม่วงป่าต้นใหญ่ข้างวัด ลมที่พัดเอื่อยกลายเป็นความเย็นยะเยือกที่ทำเอาผมขนหัวลุก ชายผู้หนึ่งเดินออกมาจากทางด้านหลังต้นมะม่วงที่ร่มครึ้ม ใบหน้าของเขาดูราวกับโกรธใครมาสักร้อยปี ดวงตาที่วาวโรจน์จ้องมองผมอย่างประสงค์ร้าย เขาชี้หน้ามาทางผม พร้อมด้วยตวาดด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว “ไอ้แพน !”

ผมรู้สึกเหมือนครึ่งหลับครึ่งตื่น คล้ายกับว่าตัวเองจะเคยรู้จักชายผู้นี้

“มึงจำกูไม่ได้เหรอ ไอ้เสีอแพน” ชายผู้นั้นตะคอกถามอีกครั้ง

ผมส่ายหน้าช้าๆ อย่างมึนงง

“งั้นกูจะทำให้มึงจำได้เอง”

ภาพตรงหน้าค่อยๆ เปลี่ยนไป ผมเห็นภาพตัวเองนุ่งผ้าผืนเดียวผิวเนื้อดำเป็นมัน ถือดาบยืนจังก้าอย่างหน้าเกรงขามอยู่หน้าบ้านหลังใหญ่ที่ไฟกำลังลุกไหม้ ชายแปลกหน้าโดนมัดมือไพล่หลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าผม เลือดของเขาไหลโซมกาย

“ปล่อยข้าไปเถอะ เสือแพนอยากได้ทรัพย์สินอะไรก็เอาไปเลย แต่ขอให้ไว้ชีวิตข้ากับลูกเมียเท่านั้น”

“มึงมันเก่งนักไม่ใช่เหรอ แอบส่งข่าวให้ทางการมาจับกู วันนี้กูจะฆ่าล้างโคตรพวกมึงให้หมดไอ้แจ้ง ลากลูกเมียมันลงมา”

ลูกสมุนของผมลากผู้หญิงกับเด็กน้อยคนหนึ่งลงมาจากเรือน ทั้งคู่ร้องขอชีวิตอย่างน่าเวทนา “ปล่อยข้าไปเถอะนะเสือแพน”

“วันนี้มึงจะต้องเจ็บปวดที่สุด กูจะบั่นคอลูกเมียมึงให้ดู และกุดหัวมึงให้ตายตกตามกัน”

ดาบที่ตวัดลงที่คอของหญิงผู้นั้น และเด็กน้อยอย่างขาดความปรานี ผมยืนหัวเราะอย่างบ้าคลั่งต่อหน้าชายผู้หัวใจสลาย

“ไอ้แพน กูจะขอตามอาฆาตมึงทุกชาติ หากกูไม่ได้ดื่มเลือดของมึง กูจะไม่มีวันรามือเด็ดขาด กูจะตามจองล้างมึงให้สาสมกับสิ่งที่มึงได้ทำกับลูกเมียกู”

“ฉับ !” สิ้นเสียงศีรษะของชายผู้นั้นก็หลุดออกจากบ่า

“เอาศพพวกมันฝังเอาไว้ใต้ต้นไม้นั่น”

ผมหัวเราะบ้าคลั่งด้วยความสาสมใจ แล้วสติของผมก็ดับวูบไป

ผมฟื้นขึ้นมาอีกครั้งเพราะผ้าเย็นๆ ที่คุณแม่กำลังบรรจงเช็ดหน้าให้ผมอย่างเบามือ ผมสะบัดหน้าอย่างมึนงง ผมนอนเหยียดยาวอยู่ในกุฏิของท่านเจ้าอาวาส

“เกิดอะไรขึ้นเหรอลูก” คุณแม่ถามด้วยความเป็นห่วง

ผมเล่าเรื่องทั้งหมดให้คุณแม่ฟัง

คุณพ่อขอสัปเหร่อของวัดให้ช่วยขุดบริเวณโคนต้นมะม่วง เมื่อขุดลงไปลึกไม่มาก ก็พบโครงกระดูก 3 ศพ ดังที่วิญญาณบอก พระทั้งวัดต่างเข้ามามุงดูและโจษจันกันไปต่างๆนานา เพราะเรื่องที่มีโครงกระดูกถูกฝังอยู่ใต้ต้นมะม่วงนี้ แม้แต่เจ้าอาวาสและพระที่อยู่มานาน ก็ไม่มีใครเคยทราบมาก่อน สัปเหร่อจึงได้เก็บกระดูกทั้งสามโครงขึ้นมาวางบนผ้าขาว และทำความสะอาดจนเรียบร้อย

“ทำอย่างไรเขาจะได้ดื่มเลือดของลูก” คุณพ่อถามขึ้นอย่างเป็นห่วง

เจ้าอาวาสจึงบอกให้ผมใช้เข็มเจาะเลือดจากปลายนิ้ว และนำมาแตะที่โครงกระดูก ก่อนจะกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้กับวิญญาณนั้น เมื่อจัดการเรียบร้อยแล้วคุณพ่อคุณแม่จึงรีบกราบลาท่านเจ้าอาวาสกลับบ้าน

หลังจากกลับมาถึงบ้าน คุณแม่จึงแนะนำให้ผมใส่บาตรพระเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับชายผู้นั้นเป็นประจำ ผมทำอยู่อย่างนั้นหลายเดือน จนกระทั่งวันหนึ่งในเวลาพลบค่ำ ผมนั่งอ่านหนังสืออยู่หน้าบ้าน “เสือแพน” มีเสียงเรียกเบาๆ ดังออกมาจากทิวไม้หน้าบ้าน

ผมหันมองตามเสียง ชายแปลกหน้าคนนั้นยืนอยู่ใต้ต้นไม้ครึ้มหน้าบ้าน

“เสือแพน ข้าขอบใจมากที่เอ็งอุทิศส่วนกุศลให้ข้า ข้าอโหสิกรรมให้เอ็งแล้ว ขอบใจเอ็งมาก”

ร่างของเขาค่อยๆ เลือนหายไป

* แม้แรงกรรมที่ต้องเผชิญจะหนักหนาสาหัสเพียงใด หากมีความตั้งใจจริงพยายามเอาชนะความชั่วด้วยความดี หมั่นใส่บาตรอุทิศส่วนกุศลไปให้จนวิญญาณนั้นยอมอโหสิ ทำให้การจองเวรระงับลงได้ในที่สุด



..............................................................

คัดลอกจากหนังสือกฎแห่งกรรม ชุดคนบาป

Comment

ชื่อ

comment ที่ 3
ใช่มันง่ายแบบนั้นเลยหรอ เราก้พยายามทำอยู่นะไม่รู้จะได้ผลจริงหรือเปล่าแต่ก็สบายใจดี
  จากคุณ น้ำใจ   วันที่ 2008-03-06 11:47:23

comment ที่ 2
มันไม่ง่ายไปหน่อยหรือเสือแพน ชีวิตทั้งชีวิต ลูกเมีย ตายต่อหน้าต่อตา
  จากคุณ เสือหนู   วันที่ 2008-03-05 14:11:18

1