ตำนานกวนเกษียรสมุทร และราหูอมจันทร์<-->เรื่องเล่า ธรรมะ แง่คิด ชีวิต สอนใจ ทำดี คติ บทเรียน
ตำนานกวนเกษียรสมุทร และราหูอมจันทร์

 ก็จะย้อนไปถึงสมัยโบราณกาลเลยนะครับ เทพกับอสูร นี่ก็รบกันมานานนม โดยเทพมีผู้นำ ที่สามารถ ไม่มากเท่าไหร่ คือ พระอินทร์ ตามตำนานก็ว่าเป็นโอรสของพระพรหม จริง ๆ เกือบทุกอย่าง ยกเว้น พระนารายณ์ กับพระอิศวรนั้น มาจากพระพรหม ตามความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ ดั้งเดิม แต่ตอนหลังพอกลายเป็นฮินดู พระพรหม นั้น เสื่อมความนิยมไปมากครับ

อ่ะต่อนะครับ อสูร นั้นก็ศัตรูของเหล่าเทพ ซึ่งอสูรนี่ พระพรหม ก็สร้างมาเหมือนกัน แต่พวกยักษ์ นี่มักจะถูกหาว่าเกเร และอยากเป็นใหญ่ จะมาหาเรื่องรบกันเทพเสมอ ๆ ก็ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ ไปเรื่อย ๆ แต่เหล่าอสูร นี่ มักจะชอบทำอยู่อย่าง คือ การบำเพ็ญเพียรขอให้ มหาเทพ คือ พระศิวะ พระนารายณ์ และพระพรหม มาให้พร เรื่องให้พร เนี่ย พระศิวะนี่ เป็นตัวปัญหาอันดับหนึ่งครับ คือ ใครก็ตามนั่งบำเพ็ญเพียร นาน ๆ ท่านทนไม่ได้ หรือท่านพอใจ ท่านก็มาให้พรง่าย ๆ เรียกว่า ถูกใจขออะไรก็ให้ ซึ่งจะต้องเดือดร้อน องค์นารายณ์ ตลอด ต้องคอยตามปราบ พวกอสูรที่หลอกเอาพรจากพระอิศวรไป พระพรหม นี่ก็ใช่ย่อยครับ ให้พรเยอะเหมือนกัน

ส่วนพระนารายณ์นี่ให้น้อยสุดครับ จะเห็นตามตำนานไม่ค่อยมีใครไปขอท่านเท่าไหร่ อ่ะนอกเรื่องไปนาน กลับเข้าเรื่องต่อ อสูรกับเทพ ก็รบกันมานาน ฝ่ายเทพ ก็ตายลงเยอะ สู้แล้วก็เหนื่อย พระอินทร์จึงพาลูกน้องไปหาพระพรหม ขอให้ทรงช่วย พระพรหม ท่านก็บอกว่าให้ไปหาพระนารายณ์ (คลับคล้ายคลับคลา)  พระพรหมนั้นจะเห็นว่า ทรงวางตัวเป็นผู้สร้างจริง จะไม่มีภาคการลงมาปราบ หรือทำลายอะไรทั้งสิ้น ทรงสร้างแล้วก็ไม่แก้ด้วย พระนารายณ์ มักจะเป็นผู้จัดการเป็นส่วนใหญ่ พระอิศวรท่านนี่ก้ำกึ่งครับ บางที ก็ปราบมารบ้าง  เผาคนด้วยตาที่สามบ้าง พระพรหมท่านอ้างพรหมลิขิตร ลูกเดียว พวกเทพก็มาขอให้องค์นารายณ์ช่วย พระนารายณ์ ก็ต่อว่า พระอินทร์ว่าเสียแรงเป็นใหญ่ในสวรรค์ อาวุธวัชระ ก็ยิ่งใหญ่ ปราบอสูรไม่ค่อยจะได้ ต้องมาขอให้ท่านช่วยทุกครั้ง

เอาล่ะ คราวนี้จะแนะวิธีให้ คือให้ทำการกวนเกษียรสมุทร ครับ เพื่อ เอาน้ำ อมฤต มากิน งานนี้พระนารายณ์ ทรงเจ้าเล่ห์มากครับ บอกว่า กวนเกษียรสมุทรคราวนี้งานใหญ่ครับ ต้องให้พวกอสูรร่วมมือด้วย แล้วก็มีการไปเจรจากัน ให้อสูรกับเทพ หยุดทำสงครามกันชั่วคราว มาช่วยกัน กวนเกษียรสมุทรก่อน ว่าแล้ว ก็ไปเอายอดเขาพระสุเมรุมา แล้วก็ใช้พระยาอนันตนาคราช (ผู้น่าสงสารที่สุด รองจากเหล่าอสูร) มาพันกับยอดเขาพระสุเมรุแล้วก็ให้ เหล่าเทพ ดึงฝ่ายหนึ่ง อสูรดึงอีกข้างหนึ่ง

คราวนี้พวกเทพก็ฉลาดแกมโกงตามเคย คือ ตัวเองไปดึงทางหางนาค แล้วให้อสูรไปดึงทางหัวนาค  เพราะว่า พอดึง ๆ ไปแล้วนี่พญาอนันตนาคราชก็จะเจ็บปวด ก็จะคายพิษออกมา ซึ่งพวกอสูรก็จะโดนพิษ โดยความร้อนที่พ่นจากปากของพญานาค พวกอสูรก็ต้องทนไป ทีนี้พอกวนเกษียรสมุทร ไป เค้าว่าความสั่นสะเทือนมันไปถึงสามโลก แล้วอาจจะทำให้โลกมนุษย์พังทลายได้อีก พระนารายณ์ท่านจึงต้องแบ่งภาค อวตารไปเป็นเต่ายักษ์ เอากระดองไปรองรับยอดเขาพระสุเมรุไว้  ไม่ให้เจาะลงไปกระทบก้นเกษียรสมุทรโดยตรง


เขาว่างานนี้กวนกันนานมากครับ เป็น พัน  ๆ ปี พญาอนันตนาคราชผู้น่าสงสาร ก็ต้องทนเจ็บปวด มานานในที่สุดก็ทนไม่ไหว จะต้องสำรอก พิษร้ายออกมาเต็มที่ งานนี้แตกฮือ กันครับ ทั้งเทพทั้งอสูรเผ่นกันก่อน แล้วพิษร้ายนั้น ถ้าตกลงสู่โลก ก็จะทำให้เหล่ามนุษย์และสัตว์ต้องตายหมดแน่นอนครับ คราวนี้ พระอิศวร ด้วยความรักและเมตตาอันสูงสุดต่อมนุษย์และสัตว์ พระองค์จึงปรากฎกาย ขึ้น ดูกเอาพิษร้าย ไปไว้ในตัวพระองค์ทั้งหมด และพิษร้ายนั้น ได้เผาผลาญทำให้คอของพระองค์ เป็นสีดำสนิท จึงทำให้มีคนชื่อว่า สีดำเป็นสีแห่งความรักของการเสียสละอันยิ่งใหญ่  เอาล่ะครับ พวกเทพ กับอสูรก็กลับมากวนเกษียรสมุทรกันต่อไป คงแทบจะหมดแรงกันเต็มทนล่ะครับ แล้วก่อนที่จะเลิกราแยกย้ายกลับบ้านนอนกันนั่นแหละ ก็เกิดเหคุการณ์ประหลาด มหัศจรรย์ครับ คือมีปฎิกริยาจากเกษียรสมุทร แล้วก็มีของวิเศษต่าง ๆ เกิดจาก เกษียรสมุทรขึ้นมา
เช่น โคอุสุภทราชซึ่ง พระอิศวรเอาไป เป็นพาหนะ ม้า (จำชื่อไม่ได้) พระอาทิตย์ เอาไปประดับรถทรง


นอกจากนี้มาถึงทีเด็ดครับ นางงาม นางอัปสรสวรรค์ ก็ออกมาด้วย เหล่าอสูร (ไม่แตะสุรา) แต่บ้าผู้หญิง ก็เพลินสิครับ หันไปสนใจนางงามเหล่านั้นไล่จับกันพัลวัน ยกเว้น ราหู อสูรตัวเดียวที่ไม่สนใจนางงามเหล่านั้น (จะเป็นเกย์หรือเปล่า) ยังรอคอยของวิเศษสุดที่หวังกันมานาน ในที่สุด ก็ออกมาครับ มีเทพองค์หนึ่ง ทูนคณโฑไว้เหนือศรีษะซึ่งนั่นก็คือ น้ำอมฤกตนั่นเอง แล้วด้วยความที่กลัวพวกอสูรจะรู้สึกตัว พระนารายณ์ก็ทรงเล่นทริค แบ่งภาคไปเป็นนางงาม ที่งามหาใดเสมอเหมือนได้ หลอกล่อพวกอสูรออกไปอีก (พระนารายณ์นี่ท่านมักจะชอบแปลงเป็นนางงามนะครับ หลายตอนไม่รู้เพราะอะไร)  พวกเทพ ได้โอกาสที่เหล่าอสูรมัวแต่บ้าผู้หญิง

เหล่าเทพ ผู้บ้าน้ำเมาก็เข้าแถว กินน้ำอมฤกตทันที จะมีก็แต่ ราหู อสูรตนเดียวที่ไม่สนใจนางงาม แปลงร่างเป็นเเทพปลอม ๆ คนหนึ่งไปต่อแถว รอรับน้ำอมฤกต อยู่ด้วย แต่ว่า พอดี พระจันทร์ (มาอีก) กับพระอาทิตย์ แอบไปเห็นเข้า รีบไปฟ้ององค์พระนารายณ์ ว่าราหูมาแอบปลอมเป็นเทพ องค์นารายณ์จึง ปล่อยจักร ไปตัดร่างกายราหูออกเป็นสองท่อน ทันที แต่ช้าไปครับ ราหูกินน้ำอมฤกตไปแล้ว จึงกลายเป็นอมตะ แต่ก็ร่างกายเหลือเพียงครึ่งท่อน เท่านั้น ตัดกลับมา เหล่าอสูรพอรู้สึกตัว ก็หันกลับมาจะขอแบ่งน้ำอมฤกตจากเหล่าเทพ

แต่ว่าน่าสงสารเหล่าอสูร ครับ ช่วยกันชักลาก นาคกวนเกษียรสมุทร มาก็นาน แล้วยังไปเสียแรงไล่ปล้ำนางอัปสรอีก กับฝ่ายเทพ ที่แม้จะเหนื่อย เหมือนกัน แต่ตอนนี้ กินน้ำอมฤกตเป็นอมร (ไม่ตาย) กันแล้ว หายเหนื่อย ฝ่ายเทพ จึงโกงกันหน้าด้าน ท้าสู้กับอสูรครับ อสูรก็แพ้สิครับ ต้องแตกพ่ายกลับไปด้วยความเจ็บใจที่เสียรู้พวกเทพ ที่มีพระนารายณ์ คอยช่วย จึงทำให้มีราหู อสูรตนเดียวที่เป็นอมตะ แต่ก็มีกายเพียงครึ่งเดียวจึงทำอะไรไม่ได้  นี่แหละครับ พวกเทพจึงเป็น อมตะ ตั้งแต่นั้นมา แล้วก็พอจะสู้กับเหล่าอสูรได้บ้าง

แต่ไม่ใช่ไม่แพ้นะครับ ยังแพ้อยู่บ่อย ๆ ให้พระนารายณ์ท่านต้องเหนื่อยเสมอมา แต่น้อยลงนิดหนึ่ง ฝ่ายราหูด้วยความแค้น พระจันทร์ และพระอาทิตย์ ก็คอย ดักจับพระจันทร์กับพระอาทิตย์ กินอยู่เรื่อย ๆ แต่ว่า ก็มีร่างกายครึ่งเดียว กลืนพระจันทร์ไปได้หน่อย ก็หลุดออกมา ราหูนั้นจับพระจันทร์ได้บ่อยกว่า เพราะว่า อยู่ใกล้มากกว่า ส่วนพระอาทิตย์โคจรอยู่สูง จึงไม่ค่อยถูกจับเท่าไหร่ นี่แหละครับ ตำนานอีกเรื่องนึง ของเหล่าเทพเจ้าเล่ห์ กับอสูรที่น่าสงสาร และคำอธิบาย เหตุการณ์ราหูอมจันทร์ ตามความเชื่อ เก่า ๆ


Comment

ชื่อ

comment ที่ 3
สนุกมากๆมีอีกไหมคะอยากอ่านจังชอบอ่านเรื่องพวกนี้ที่สุดเลย
  จากคุณ ม   วันที่ 2008-05-05 11:48:47

comment ที่ 2
เล่าดีครับ ผมชอบ เรื่องพวกนี้
แต่ผมชอบอ่านรามเกียรติ์ ครับ
สนุกมากเรย ขอบคุณมากครับที่นำมาเล่าให้ฟัง
  จากคุณ บอล   วันที่ 2008-05-05 01:11:34

comment ที่ 1
เล่าได้สนุกมากค่ะ ชอบมาก ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆค่ะ
  จากคุณ คะโอ   วันที่ 2008-05-03 12:36:39

1