นับเป็นโอกาสดีที่เกิดงานเสวนา “สนทนาธรรมการพัฒนาสุขภาวะทางปัญญา” โดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน คือ พระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล บรรจง โซ๊ะมณี และ รศ.สิวลี ศิริไล
ซึ่งประเด็นที่กล่าวถึงเป็นการพัฒนาทางจิตวิญญาณจากมุมของแต่ละศาสนา คือ ศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม และศาสนาคริสต์
ความจริงที่โลกนี้มีอยู่
พระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล ประธานสงฆ์วัดนาป่าพง คลองห้า จ.ปทุมธานี ก่อนหน้านี้ท่านเป็นทหารมาก่อนและเป็นคนที่ฝักใฝ่ศาสนาพุทธมาตั้งแต่เด็ก เป็นนักเรียนเตรียมทหาร และเคยบวช 2 ครั้ง ก่อนที่จะมาบวชในลักษณะบวชไม่สึกในครั้งที่ 3 เป็นลูกศิษย์หลวงพ่อชา วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี ได้ให้ข้อคิดในมุมมองของพุทธศาสนาว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าบอกว่าสิ่งที่ต้องรู้อันดับแรกของการเกิดมาก็คือต้องรู้อริยสัจ 4 และอริยสัจ 4 คืออะไร หลายคนคงเข้าใจไปหลายแบบ ชาวต่างประเทศที่ไม่ได้ศึกษาพุทธวัจนะธรรมวินัยจากพุทธโอษฐ์ก็อาจจะเข้าใจไปหลากหลายแบบเหมือนกัน
บางทีเข้าใจว่าทำไมศาสนาพุทธพูดแต่เรื่องความทุกข์ แต่ความจริงศาสนาพุทธพูดเรื่อง “สัจจะ” หรือ Fact คือความจริงที่โลกนี้มีอยู่ ความจริงที่ธรรมชาตินี้มีอยู่ที่ตรวจสอบได้ด้วยตนเองไม่ต้องอาศัยการเชื่อ ศรัทธา หรือการฟังตามๆ กันมา ได้ยินได้ฟังแล้วตรวจได้ด้วยตนเองเดี๋ยวนี้เลย
ถ้าใครเข้าใจ ใครเห็นสัจจะความจริงตรงนี้ สามารถถอนอุปาทานความยึดมั่นถือมั่นออกจากธรรมชาตินี้ได้ ความทุกข์จะไม่มี พระพุทธเจ้าสอนวิธีแก้ความทุกข์ ทำอย่างไรความทุกข์จะไม่มีในชีวิต ยิ่งยึดอะไรมากยิ่งทุกข์มาก รักอะไรมากสิ่งนั้นแตกสลายเสื่อมสลายเราจะมีความทุกข์มาก และสิ่งใดในโลกที่ไม่แตกสลายมีไหม ดูอย่าง ภูเขา ต้นไม้ คน สัตว์ บ้าน รถ เงินทอง และยศถาบรรดาศักดิ์ มีแล้วเสื่อมหายไป นี่คือสัจจะความจริงที่พระพุทธเจ้าบอกว่ามันเป็นอริยสัจความจริงของโลก คือทุกอย่างในโลกมีสมุทัยคือเหตุเกิด นิโรธคือความดับ นี่คืออริยสัจ 4 ที่พระพุทธเจ้าเข้าไปตรัสรู้ความจริง
“Fact ที่พระพุทธเจ้ามองไม่เหมือนนักวิทยาศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์มองต้นไม้ก็มองเกสร ท่อน้ำเลี้ยง ราก ใบ ดอก แต่พระพุทธเจ้ามองต้นไม้ มองคนเกิด-ดับ เช่นเดียวกับสุขในใจ
ใครมีความสุข-ทุกข์แช่ตลอดทุกนาทีตลอดทั้งวันมีไหม ไม่มี ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกเหมือนกันคือ เกิดแล้วดับ นั่นคือสมุทัยคือเกิด และนิโรธคือความดับ นี่คืออริยสัจ 4 ที่พวกเราต้องเข้าไปรู้ และเราจะไม่มีความทุกข์ และสรรพสิ่งทั้งหมดที่เกิดขึ้นแล้วดับพระพุทธเจ้าเรียกว่า ทุกขสัจ ทุกอย่างในโลกเดินไปสู่ความดับทั้งหมด เพราะฉะนั้นถ้าเราฝึกฝนตนเองว่ามีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ชัดเจนภายในจิตใจ ความทุกข์ก็จะดับไป”
โลกนี้เป็นเพียงทางผ่าน
บรรจง โซ๊ะมณี นักสื่อสารมวลชน ทำรายการโทรทัศน์มุสลิม 24 ชั่วโมง ทางวิทยุชุมชน 106.25 เอฟเอ็ม และนิตยสารคุณธรรม ทั้งหมดเป็นของมูลนิธิเพื่อคุณธรรม และบรรจงเป็นประธานอยู่ ซึ่งท่านได้ให้คำ 2 คำ คำแรก คือ พระเจ้าของผู้นับถือศาสนาอิสลามมีนามว่า “อัลเลาะห์” คำที่สองที่เรียกว่า “ศาสดา” หรือ รอศูล หรือท่านนบีมูฮัมหมัด
“คัมภีร์อัลกุรอานเป็นทางนำสำหรับมนุษยชาติ โดยมีวิถีชีวิตการปฏิบัติของท่านศาสดามูฮัมหมัดเป็นแบบอย่างที่มนุษยชาติ โดยเฉพาะผู้นับถือศาสนาอิสลามต้องน้อมนำสู่การปฏิบัติเป็นวิถีชีวิต ผู้นับถือศาสนาอิสลาม ต้องดำรงชีวิตตามหลักการของศาสนา ไม่ว่าจะเดิน นั่ง นอน เข้า-ออกห้องน้ำ กินข้าว”
ฉะนั้นจะไม่มีคัมภีร์ จะไม่มีข้อคิด ไม่มีข้อเขียนของมนุษย์ หรือไม่มีวัฒนธรรมบรรพบุรุษเข้าไปหักล้างกับคัมภีร์อัลกุรอาน เข้าไปหักล้างกับท่านรอศูล ที่ถูกรายงานที่เป็นข้อเท็จจริงโดยเด็ดขาด
ศาสนาอิสลามให้มนุษย์ผู้ศรัทธาในอัลเลาะห์เชื่อว่าแบ่งเป็นช่วงอายุ 3 ช่วง ช่วงหนึ่งช่วงบนโลกใบนี้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาจนกระทั่งเสียชีวิต อีกช่วงหนึ่งหลังจากเสียชีวิตแล้วไปอยู่ในหลุมฝังศพ รอจนกว่าอีกช่วงคือช่วงสุดท้าย ช่วงแห่งวันฟื้นคืนชีพ
มนุษย์ที่ศรัทธาในอัลเลาะห์ มีความเชื่อว่าเป็นโลกชั่วคราว คนที่ปฏิบัติตามคำสอนของศาสนาอิสลาม ต้องระวังครองกาย ครองใจ ครองตน ให้อยู่ในคำสั่งสอนของอัลเลาะห์ และวิถีชีวิตของท่านศาสดานำมาสู่การปฏิบัติที่เป็นวิถีชีวิต เป็นการเก็บเกี่ยวผลในขณะที่มีชีวิต โลกนี้เป็นโลกทางผ่านนั้นเพื่อเก็บเกี่ยวไปรอในหลุมฝังศพ เมื่อผู้ใดนำคำสั่งมาปฏิบัติจริงจัง ไม่เห็นแก่เพื่อน พ่อแม่ ไม่เห็นแก่วัฒนธรรม ไม่เห็นแก่สิ่งแวดล้อม เขาเหล่านั้นจะอยู่แบบมีความสุขในหลุมฝังศพ
“มุสลิมต้องไม่มีข้อคลางแคลงสงสัยในอัลกุรอาน ฉะนั้นถ้าหากมีองค์กรมุสลิมไปของบประมาณสสส. จะเป็น สสม. อะไรก็แล้วแต่จะไปทำลานกีฬา รณรงค์อย่าติดยาเสพติดก็แล้วแต่ ผู้ที่มีอำนาจในสสส. ช่วยโปรดถามย้อนกลับไปนิดหนึ่ง ว่าเงินสสส.มันมาจากภาษีเหล้าและเบียร์นะ เธอมารับ เธอมั่นใจหรือว่าศาสนาของเธออนุญาต”
อย่าตัดสินแล้วจะไม่ถูกตัดสิน
ร.ศร.สิวลี ศิริไล อดีตเป็นประธานหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาจริยศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ปัจจุบันเป็นวิทยากรทางด้านจิตวิญญาณให้แก่นักศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ ได้ออกตัวก่อนว่า ไม่ใช่ผู้รู้ของศาสนาคริสต์
“ดิฉันนับถือคาทอลิก ไม่ใช่นักเทววิทยา แต่ตลอดเส้นทางชีวิตตั้งแต่เริ่มรู้เรื่องมาจนปัจจุบัน ดิฉันนบนอบต่อวิถีชีวิตของพระองค์มาตลอด ทั้งที่บางครั้งมันมีสิ่งล่อใจหลายอย่าง บางครั้งชีวิตต้องเผชิญความทุกข์ที่สาหัสสากรรจ์ แต่ความที่ฉันมีพระองค์แน่วแน่ก็ทำให้ฉันสามารถพ้นทุกอย่างมาได้
สำหรับความเชื่อสำหรับชาวคริสต์ทุกนิกาย ชีวิตของเราประกอบด้วย 2 ฝ่าย ชีวิตฝ่ายกายและชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณ คำว่าจิตวิญญาณที่ใช้ในวันนี้เป็นความหมายของศาสนาคริสต์ ไม่ใช่จิตวิญญาณที่องค์การอนามัยโลกใช้ โดยหลักของเราศาสนาคริสต์แล้วชีวิตทั้งสองฝ่ายต้องสมดุลกัน ในส่วนชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณเป็นฐานที่สำคัญมาก จิตวิญญาณจะเป็นฐาน เป็นสิ่งที่ทำให้เราดำเนินชีวิตไปได้อย่างมีหลักก็มีภูมิต้านทาน เพราะชีวิตคนเราไม่มีใครที่จะเรียบง่าย ไม่เจอปัญหาเลย เราไม่ทราบเลยว่าพรุ่งนี้เราจะเจออะไรบ้าง เวลาที่เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตอย่างนี้ ถ้าสภาวะทางจิตวิญญาณเรามีฐานมั่นคง มันเหมือนกับน้ำในแก้ว มันกระฉอกแต่ประเดี๋ยวมันก็กลับสู่สภาพเดิม
เพราะฉะนั้นการพัฒนาจิตไม่ได้หมายความว่าจิตจะไร้ความรู้สึกอย่างสิ้นเชิง บางครั้งฉันก็ยังน้ำตาร่วงริน พระองค์โดนยิ่งกว่าเรา หลักคำสอนจงแบกกางเขนและตามเรามา เพราะฉะนั้นพอเรานึกถึงคำสอนนี้ได้ รู้สึกว่าพระองค์โดนยิ่งกว่าเรา ถ้าชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณเรามั่นคง หนักแน่น สงบ มันจะแผ่ไปยังคนรอบข้าง พอทำอะไรก็ตามถ้ามันออกไปจากใจเรา มันก็สามารถเผชิญกับทุกสิ่งนี้ได้
การที่จะพัฒนาจิตทางคริสต์มีหลักอยู่ 4 ประการ ตัวดิฉันเองได้เรียนถามคุณพ่อก่อน คุณพ่อคือบาทหลวง ชาวคริสต์มี 4 ประการ 1.ความเชื่อ 2.เหตุผล 3.ความรู้ 4.ความรัก ความเชื่อเป็นฐานเราเชื่ออย่างไม่มีข้อสงสัย และเราก็นบนอบตามความเชื่อ ยกตัวอย่างเช่น ดิฉันเชื่อหลักคำสอนที่ว่าจงเกลียดบาป แต่อย่าเกลียดคนบาป เป็นความเชื่อที่ฝังใจอย่างนี้ตลอด เราเห็นการกระทำของเพื่อนมนุษย์เห็นอะไรหลายอย่างที่ไม่ดี เรารู้ว่าการกระทำอย่างนั้นมันไม่ถูกต้อง แต่เราไม่เคยประณามคนที่ทำ แม้ว่าคนนั้นเขาเข้าสู่หลักประหาร ใช่ว่าเขาทำความผิดแต่เขาก็คือเพื่อนมนุษย์
จงอย่าตัดสินคนแล้วตัวเองจะไม่ถูกตัดสิน เหตุผลคือถ้าเราขืนไปตัดสินคนอื่น เราบอกว่าคนนี้เป็นคนไม่ดี มันเหมือนยกตัวเองทันทีว่าเราเป็นคนดี และใครบ้างที่ไม่เคยทำผิด มันเคยมีเรื่องหนึ่งที่พระคัมภีร์พูดถึง ว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งที่ประพฤติผิดประเวณี ชาวบ้านก็จับมา โดยประเพณีของชาวยิวจะใช้ก้อนหินทุ่มให้เสียชีวิต เสร็จแล้วเขาก็เอามาอยู่ตรงหน้าพระเยซู ท่านก็รับสั่งบอกว่าในหมู่พวกท่านมีใครบ้างที่ไม่เคยทำผิด จงเป็นคนแรกที่หยิบก้อนหินแล้วทุ่มผู้หญิงคนนี้ ก็ปรากฏว่ากองเชียร์หนีหมดเลย เหลือแต่พระองค์ท่านกับผู้หญิงคนนี้ พระองค์ท่านก็รับสั่งว่าอย่าทำอีก จงไปเสีย
ถามว่ามีอะไรบ้างไหมที่อภัยไม่ได้ในชีวิต ไม่มี อภัยได้ทุกเรื่อง แต่กว่าจะให้อภัยได้ ดิฉันก็เคยโกรธจนกำมือแน่น คุณแม่บอกว่าถ้าให้อภัยไม่ได้ ก็เลิกสวดบทที่ว่าโปรดให้อภัยแก่ข้าพเจ้าเหมือนข้าพเจ้าให้อภัยกับคนอื่น มันทำยาก แต่การพัฒนาจิตมันต้องทำอยู่เสมอ มันเหมือนการตักน้ำ บางทีมันหก มันระเหยบ้าง
ความรู้หมายถึงว่าการดูแลสุขภาพผู้ที่ดูแลผู้ป่วยจะเห็นว่าเราต้องเรียนความรู้ ตัวดิฉันเองอยู่มหาวิทยาลัยมหิดล เราต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับบริการสุขภาพ ต้องหาความรู้ ตามคอนเซปต์ให้ทัน แต่ชาวคริสต์ความรู้ของเราจะสองด้าน รู้ทั้งเรื่องทางโลกและเราก็หาความรู้ทางศาสนาของเราเติมศึกษาอยู่ตลอดเวลา ประการสุดท้ายคือ ความรัก ความรักเป็นหัวใจของศาสนาคริสต์เลย เรารักพระเป็นเจ้า และเราก็แสดงออกด้วยการรักเพื่อนมนุษย์ ใครที่บอกว่ารักพระเป็นเจ้าไปโบสถ์ทุกอาทิตย์ นินทาคนอื่นไฟแลบ มันก็ไม่ใช่ ถ้าเรารักพระเป็นเจ้า เราจะไม่ตวาดเพื่อนมนุษย์
เป้าหมายของการกระทำไม่ใช่ความสมบูรณ์ ไม่ใช่ตัวเลข แต่มันก็คือการได้ทำในสิ่งที่ออกมาจากความรัก ออกมาจากใจเพื่อเพื่อนมนุษย์ ประการสุดท้ายเราต้องมีวิธีคิดทั้งความเชื่อ ทั้งเหตุผล ต้องไปด้วยกัน อย่าไปคิดว่าเราแค่ตัวเล็กๆ จะไปทำอะไรได้ เกลือนิดเดียวมันก็เค็ม เพราะฉะนั้นจงเป็นเกลือดองโลก นิดเดียวมันก็เค็ม มันก็มีประโยชน์ ไม้ขีดก้านเดียวมันก็ให้แสงสว่างที่มองเห็นทางออกจากลิฟต์ได้เมื่อเวลาติดลิฟต์ หรือทำให้ความกลัวลดลงเพราะมีแสงสว่าง
อะไรที่เป็นความดีไม่ต้องไปนึกถึงความดีใหญ่ๆ ยิ้มให้คนข้างๆ สักนิดเวลาเข้าลิฟต์ เราช่วยกดรอคนอื่นสักหน่อยมันก็เป็นสิ่งที่ทำให้จิตวิญญาณของเราไม่หม่นหมอง ไม่กระฉอก ลองถามใจเราเองว่าเราเผลอโกรธไปได้นานไหม เราหม่นหมองไป เราคืนกลับมาได้หรือเปล่า และที่สำคัญที่สุดต้องเข้มแข็ง สำหรับชาวคริสต์แล้วต้องเป็นพยานยืนยันในสิ่งที่ถูกต้องมีประโยชน์ อะไรที่คนให้เงินเราสักหมื่นล้าน แต่เราต้องเสียความเชื่อทางฝ่ายจิตวิญญาณ ฉันไม่รับ”
ที่มา โพสต์ทูเดย์