อัจฉริยลักษณ์ของอานาปานสติ<-->เรื่องเล่า ธรรมะ แง่คิด ชีวิต สอนใจ ทำดี คติ บทเรียน
อัจฉริยลักษณ์ของอานาปานสติ

 ในคัมภีร์พระไตรปิฎกเล่าว่า พระโพธิสัตว์ก่อนแต่จะตรัสรู้ มีพระชนม์เพียง 7 พรรษาเท่านั้น ก็ได้เคยฝึกอานาปานสติสมาธิภาวนาด้วยพระองค์เองมาครั้งหนึ่งแล้ว

 และก็ด้วยประสบการณ์คราวนี้เองที่ทำให้พระองค์ทรงหวนระลึกถึงว่า “น่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทำให้บรรลุภาวะนิพพาน” หลังจากที่ทรงทดลองฝึกวิธีการต่างๆ มาแล้วจากครูบาอาจารย์แทบทุกสำนัก แต่กลับทรงค้นพบว่า ไม่ใช่วิถีทางที่ทรงแสวงหา ประสบการณ์ในวัยเยาว์คราวนั้นแท้ๆ ที่ทำให้พระองค์ทรงค้นพบอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ สำเร็จเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า 

ด้วยเหตุนี้ที่อานาปานสติสมาธิภาวนา เป็นภาวนาวิธีที่ทำให้พระองค์ประสบความสำเร็จอันใหญ่หลวง จึงทรงยกย่องสมาธิวิธีข้อนี้เป็นอย่างมาก ถึงท่านพุทธทาสภิกขุเอง เมื่อได้อ่านพบอานาปานสติสูตร ก็รู้สึกประทับใจเป็นอันมาก จึงได้อุทิศตนทุ่มเทศึกษาพระสูตรนี้อย่างจริงจัง กระทั่งนำมาเขียนเป็นหนังสือ จัดตั้งวางเป็นแบบแผนแห่งการปฏิบัติขึ้นที่สำนักสวนโมกขพลาราม ซึ่งยังคงมีการสอนกันอยู่มาถึงบัดนี้ ทั้งแก่ชาวไทยและชาวต่างชาติ

ท่านพุทธทาสภิกขุ กล่าวถึงอานาปานสติสมาธิว่า

“อานาปานสติภาวนา เป็นกรรมฐาน หรือเป็นสมาธิภาวนาแบบที่พระพุทธองค์ได้ปฏิบัติและตรัสรู้, มีคำตรัสยืนยันว่า ตรัสรู้ด้วยอานาปานสติภาวนาโดยเฉพาะ นี้ก็เป็นเรื่องพิเศษเรื่องหนึ่งว่า ทำไมจึงระบุอย่างนี้, กรรมฐานภาวนาตั้งมากมาย ทำไมตรัสระบุอานาปานสติภาวนา, ใช้คำว่าอานาปานสติภาวนา ไม่ใช้คำว่า สติปัฏฐาน; แม้ว่าเรื่องนี้ ก็เป็นเรื่องเดียวกัน จะมีความแตกต่างกันอยู่บ้างก็ไม่เท่าไร, พระองค์ก็ยังตรัสเรียกว่า ระบบอานาปานสติภาวนา เป็นระบบที่ทำให้พระองค์ได้ตรัสรู้, นี้ก็ควรจะสนใจ

มันมีของดีหลายอย่างหลายประการสำหรับแบบนี้, ตัวอย่างเช่นแบบนี้เมื่อทำแล้ว จะเป็นทั้งสมถะและวิปัสสนาพร้อมกันไปในตัว ไม่ต้องแยกทำคนละที และยังแถมกล่าวได้ว่า มีศีลพร้อมกันไปในตัว ไม่ต้องทำพิธีรับศีลก่อนแล้วจึงมาทำ, ขอให้ลงมือทำเถิดตามระบบนี้ ก็จะมีศีล สมาธิ ปัญญา พร้อมกันไปในตัว, แบบนี้จะสู้แบบที่เขากำลังเล่าลือกันในโลก คือแบบเซน อย่างแบบเซน ของจีน ของญี่ปุ่น ที่ไปมีชื่อเสียงโด่งดังในตะวันตก ในพวกฝรั่งนั้น ก็เพราะว่า มันเป็นแบบที่มีสมถะและวิปัสสนาตัดกันอยู่ด้วยพร้อมกันไปในตัว

เมื่อมาพิจารณาดูถึงแบบฝ่ายเถรวาท ก็เห็นว่า แบบอานาปานสตินี่แหละ มีสมถะและวิปัสสนาพร้อมกันไปในตัว แล้วก็อย่างรัดกุมที่สุด, เลยเป็นเหตุที่ต้องทำให้นึกถึงข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งว่า เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสถึงทางออกจากความทุกข์ คือ วิถีทางดับทุกข์นั้น โดยทั่วไปก็ตรัสเป็นอัฏฐังคิกมรรค หรือมัชิมาปฏิปทา แต่ก็มีมากแหล่งเหลือเกิน แทนที่จะตรัสว่า มัชิมาปฏิปทา ก็ตรัสแต่เพียงว่า สมโถ จ วิปัสสนา จ เท่านั้นก็มี คือ สมถะและวิปัสสนา เป็นนิโรธคามินีปฏิปทา คือ ตรัสแทนคำว่า มัชิมาปฏิปทา....

ทำไมมันแทนกันไม่ได้ เพราะว่ามรสมถะนั้น มีศีลรวมอยู่ด้วย, เมื่อพูดว่าสมถะและวิปัสสนา ก็มีทั้งศีล ทั้งสมาธิและทั้งปัญญา ในอริยมรรคมีองค์ 8 นั้น, ถ้าสงเคราะห์ย่นย่อแล้วก็มีเพียงศีล สมาธิ ปัญญา ดังนั้นมันจึงมีค่าเท่ากัน, พระองค์จึงนำมาตรัสแทนกันได้, ระหว่างคำว่า มัชิมาปฏิปทา กับคำว่า สมโถ จ วิปัสสนา จ, ขอให้เป็นที่เข้าใจกันในข้อนี้

ทำสมาธิภาวนาโดยวิธิอานาปานสติภาวนาแล้ว จะเป็นการปฏิบัติอย่างถึงที่สุดทั้งในศีล สมาธิ และทั้งในปัญญา เรียกว่ามันสมบูรณ์แบบในตัวถ้าจะพูดอย่างธรรมดาสามัญก็ได้ว่า เป็นวิธีที่ได้เปรียบที่สุด”

อานาปานสติสมาธิภาวนา เป็นทั้งสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐานอยู่ในตัวเองพร้อมบริบูรณ์ วิธีปฏิบัติก็ง่าย ไม่ต้องใช้องค์ประกอบมากมาย อาศัยเพียงแต่การตามระลึกรู้ลมหายใจ (กาย) เวทนา จิต ธรรม อย่างรู้ตัวทั่วพร้อมเท่านั้น หากผู้ใดปฏิบัติตามวิธีการดังกล่าวนี้อย่างถูกต้องก็จะได้รับผลตั้งแต่ขั้นต่ำ คือ ความอยู่เป็นสุขในปัจจุบันทันตาเห็น เกื้อกูลต่อสุขภาพกาย สุขภาพจิต ส่งเสริมให้ศักยภาพทางจิตและปัญญาเข้มแข็งเฉียบคม สุกสว่าง กระจ่างใส สดชื่น เบิกบาน ผ่อนคลาย สบายใจ ไร้ความตึงเครียด และประโยชน์ขั้นสูงสุด คือ ทำให้หยั่งลงสู่สัจธรรมระดับปรมัตถ์ กล่าวคือภาวะพระนิพพาน อันเป็นที่สิ้นสุดลงของความทุกข์บรรดามีทั้งมวล

อานาปานสติสมาธิภาวนา จึงเป็นสมาธิภาวนาที่ควรนำมาปฏิบัติในชีวิตประจำวันอย่างทั่วถึง ในที่ทุกสถาน ในกาลทุกเมื่อ ทั้งนี้เพื่อที่เราทั้งหลายจะได้ลิ้มชิมรสอมตธรรมในชีวิตนี้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องรอให้เนิ่นนานไกลออกไปนับแสนล้านชาติภพอย่างที่เคยเชื่อกันมาอย่างผิดๆ แต่โบราณอีกต่อไป ดังที่มีในพุทธพจน์ตรัสยืนยันอย่างชัดเจนว่า

“ภิกษุทั้งหลาย เมื่อเธอเจริญอานาปานสติแล้วอย่างนี้แล ทำให้มากอย่างนี้แล้ว เธอพึงหวังผล 7 ประการ ผล 7 ประการ คืออะไรบ้าง กล่าวคือ


บรรลุอรหันตผลในปัจจุบันทันที

หากไม่ได้บรรลุอรหันตตผลในปัจจุบัน ก็จะบรรลุในเวลาใกล้มรณะ

หากไม่ได้บรรลุอรหัตตผลในปัจจุบันและในเวลาใกล้มรณะ ก็จะได้เป็นพระอนาคามีผู้อันตราปรินิพพายี

หากไม่ได้บรรลุอรหัตตผลในปัจจุบันและในเวลาใกล้มรณะ ก็จะได้เป็นพระอนาคามีผู้อุปหัจจปรินิพพายี

หากไม่ได้บรรลุอรหัตตผลในปัจจุบันและในเวลาใกล้มรณะ ก็จะได้เป็นพระอนาคามีผู้อสังขารปรินิพพายี

หากไม่ได้บรรลุอรหัตตผลในปัจจุบันและในเวลาใกล้มรณะ ก็จะได้เป็นพระอนาคามีผู้สังขารปรินิพพายี

หากไม่ได้บรรลุอรหัตตผลในปัจจุบันและในเวลาใกล้มรณะ ก็จะได้เป็นพระอนาคามีผู้อุทธังโสโตอกนิฏฐคามี เพราะอุทธัมภาคิยสังโยชน์ 5 ประการหมดสิ้นไป


ภิกษุทั้งหลาย เมื่อเธอเจริญอานาปานสติแล้วอย่างนี้แล ทำให้มากอย่างนี้แล้ว เธอพึงหวังผล 7 ประการดังกล่าวมานี้”

รายงานโดย :ว.วชิรเมธี


Comment

ชื่อ

comment ที่ 4
tramadol [url= http://www.captainsquartersusvi.com/tramadol.htm ]tramadol[/url] http://www.captainsquartersusvi.com/tramadol.htm bje buy xanax [url= http://www.chrisgiddensrmt.com/xanax.html ]buy xanax[/url] http://www.chrisgiddensrmt.com/xanax.html fmd
  จากคุณ Aarup   วันที่ 2009-11-05 18:10:22

comment ที่ 3
levitra online [url= http://www.chrisgiddensrmt.com/levitra.html ]levitra online[/url] http://www.chrisgiddensrmt.com/levitra.html :OO acomplia [url= http://www.captainsquartersusvi.com/acomplia.htm ]acomplia[/url] http://www.captainsquartersusvi.com/acomplia.htm ztug
  จากคุณ flarakoo   วันที่ 2009-11-05 17:16:34

comment ที่ 2
levitra [url= http://www.chrisgiddensrmt.com/levitra.html ]levitra[/url] http://www.chrisgiddensrmt.com/levitra.html snf tramadol [url= http://www.captainsquartersusvi.com/tramadol.htm ]tramadol[/url] http://www.captainsquartersusvi.com/tramadol.htm 689
  จากคุณ Abbs   วันที่ 2009-11-05 08:32:29

comment ที่ 1
....สาธุ....
  จากคุณ วิรัติ   วันที่ 2009-10-29 11:46:20

1