พิษรัก....สาหัสนักเชียว!!!<-->เรื่องใกล้ตัว พัวพันชีวิตเรา เช่น พญานาค เรื่องมหัศจรรย์ ลึกลับ ผี กุมารทอง กฎแห่งกรรม นรก สวรรค์ ภาพสวย เรื่องสยอง ขนลุก มีเพียบ ดู ฟัง อ่าน ตามเสบย...ไม่ดูไม่ได้..อตร.อย่างยิ่ง!!!!
พิษรัก....สาหัสนักเชียว!!!
 
... กาลครั้งหนึ่ง ณ คุ้งน้ำหน้าเมือง
พาราณสี มีปลาหนุ่มใหญ่ตัวหนึ่ง
อาศัยอยู่ในคุ้งน้ำนั้น

ปลาหนุ่มมัวแต่คอยเกี้ยวพาราสี
นางปลา โดยไม่ได้ระวังภัย
ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตัว

ขณะที่กำลังว่ายน้ำเคียงกันอยู่นั้น
นางปลาได้กลิ่นแหที่ชาวประมงนำมาดักไว้
จึงว่ายหลบฉากออกไปทันที ฝ่ายปลาตัวผู้นั้น
คิดแต่จะไล่ต้อนนางปลา ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
จึงได้ ว่ายเลยเข้าไปติดแห

ชาวประมงรีบยกแหขึ้นจับเอาปลาใหญ่นั้นไป
เมื่อจับได้แล้ว ชาวประมงจึงโยนมันทิ้งไว้ริมฝั่ง
รวมกับปลาอื่นๆ ที่ถูกจับมาก่อนหน้านั้น
แล้วเตรียมก่อไฟ ตั้งใจจะย่างกินให้อร่อย


ก่อนตายแทนที่ปลาหนุ่ม
จะกลัวตาย กลับมัวแต่
คิดถึงนางปลา

...... ขณะนั้น พราหมณ์ปุโรหิตผู้หนึ่งของพระเจ้าพรหมทัต กำลังเดินออกมาอาบน้ำ
พร้อมด้วยข้าทาสบริวารได้เห็นปลาใหญ่กำลังดิ้นทุรนทุรายคร่ำครวญอยู่ ก็คิดสงสารคิดว่า

ท่านปุโรหิตจึงเดินเข้าไป
หาชาวประมงซึ่งคุ้นเคยกันดี
กล่าวทักทายกันพอสมควร
แล้วท่านจึงได้ขอปลา
กับชาวประมง

เมื่อได้ปลามาแล้ว
พราหมณ์ปุโรหิต
ก็นำปลาไปปล่อยที่ท่าน้ำ

ก่อนปล่อยปลา
ท่านพราหมณ์ปุโรหิต
ได้กล่าวสั่งสอนว่า

เมื่อกล่าวเสร็จ
จึงปล่อย ปลานั้นลงน้ำ
ณ ท่าน้ำนั้นเอง

Copyright © Dhammakaya Foundation. All rights reserved. 
จบ 
ที่มา : หนังสือนิทานชาดก โดย พระภาวนาวิริยคุณ  

 
 มัจฉชาดก  
:: สาเหตุที่ตรัสชาดก ::
.....ชายผู้หนึ่งได้ฟังธรรมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว บังเกิดความศรัทธาเลื่อมใส
จึงขออนุญาตภรรยาบวชในพระพุทธศาสนา ฝ่ายภรรยาก็อนุญาตแม้จะไม่เต็มใจนักก็ตาม

.....เมื่อชายผู้นี้บวชเป็นพระภิกษุแล้ว นางผู้เป็นภรรยาก็มักนำอาหารที่ท่านเคยชอบ
มาถวายอยู่เสมอ ยิ่งกว่านั้นทุกครั้งที่ไปหาพระภิกษุอดีตสามี นางจะแต่งตัวงดงาม
ทั้งยังนำเรื่องครอบครัวมาพูดให้ท่านฟังเป็นประจำ ทำให้ภิกษุนั้นกระวนกระวายใจ
ห่วงหาอาลัยใคร่จะสึกกลับไปครองเรือนตามเดิม

.....เมื่อพระบรมศาสดาทรงทราบถึงความรู้สึกของพระภิกษุรูปนี้ จึงตรัสถาม
ท่านก็ยอมรับแต่โดยดี พระพุทธองค์ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระกรุณาธิคุณ
ปรารถนาจะเตือนสติพระภิกษุนั้นให้เลิกล้มความตั้งใจที่จะหวนกลับไปเวียนว่าย
อยู่ในกองทุกข์อีก จึงทรงระลึกชาติแต่หนหลังของพระภิกษุรูปนี้ด้วยบุพเพนิวาสานุสติญาณ
พระพุทธองค์จึงตรัส มัจฉาชาดก ดังนี้


 :: ข้อคิดจากชาดก ::  

.....๑. ผู้ตกอยู่ในอำนาจของความรัก มักใช้เวลาส่วนใหญ่หมกหมุ่นครุ่นคิดถึงแต่ความรัก
จนจิตใจฟุ้งซ่านไม่เป็นสมาธิ หากเกิดแก่ผู้ที่อยู่ในวัยเรียน การเรียนจะตกต่ำลง
เพราะสมาธิในการเรียนเสียไป

.....๒. คนที่กำลังจะตาย หากยังมีใจเร่าร้อนและหมกมุ่นอยู่กับความโลภ โกรธ และหลง เมื่อละโลกไปแล้ว อำนาจบาปนั้นจะชักนำให้ไปสู่นรก

......เมื่อการเกิดเป็นคนนี้แสนยาก ดังนั้น ก่อนจะตายพึงรู้จักทำใจให้ดี
เพื่อเตรียมตัวตาย ไม่ควรทำจิตใจให้ขุ่นมัวเศร้าหมองเป็นอันขาด
มิฉะนั้น จะตกนรกหรือไปเกิดเป็นสัตว์เดียรัจฉานอย่างน่าเสียดาย
วิธีเตรียมตัวตายที่ดีที่สุด ได้แก่ การฝึกสมาธิให้มากๆ ใจจะได้ผ่องใส
ตายเมื่อไรก็ไปดีเมื่อนั้น ......

 
 


Home  | นิทานชาดก


Comment

ชื่อ

comment ที่ 19
ขอบคุณสำหรับสิ่งดีดีที่มอบให้ วิทยาทานนี้
  จากคุณ boonin   วันที่ 2008-05-13 17:33:07

comment ที่ 14
เห็นด้วยกับความคิดเห็นที่ 11 ค่ะ มีความรักที่เป็นไปไม่ได้เลย บางครั้งดูเหมือนจะมีใจให้ บอกว่าผูกพัน แต่สุดท้ายก็รู้ว่าไม่เคยห่วงเราสักนิด
ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์จริง ๆ ต้องตัดใจให้ได้ แล้วทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง
  จากคุณ ...   วันที่ 2008-05-06 02:41:51

comment ที่ 12
สาธุ สาธุ
  จากคุณ โมโม่   วันที่ 2008-05-04 17:49:31

comment ที่ 11
ความรักที่อึมครึมไม่แน่นอนนี้ซิมันทุก ทำอย่างไรดี ถึงจะโล่ง เพราะมัวคิดแต่ฝ่ายเดียวว่าเขามีใจแต่จริง ๆ แล้วใช่หรือเปล่าก็ไม่รู้ การที่เขาแสดงออกมาให้เห็นบางครั้งก็เหมือนจะใช่แต่บางครั้งก็ไม่สนใจเลยเมินเฉยต่อเรา ก็เลยตัดสินใจไม่ได้ว่าเขารักเราไหม
  จากคุณ คนน้อยใจ   วันที่ 2008-05-04 12:33:38

comment ที่ 10
ความรัก...สำหรับบางคน อาจจะทำให้เขารู้คุณค่าของตัวเองมากขึ้น
แต่..สำหรับบางคน อาจจะทำให้เขาไม่มีความเป็นคนหลงเหลืออยู่เลย
  จากคุณ อืม...   วันที่ 2008-05-03 21:26:36

1 | 2 | 3