ปลาหนุ่มมัวแต่คอยเกี้ยวพาราสีนางปลา โดยไม่ได้ระวังภัยที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตัว
ขณะที่กำลังว่ายน้ำเคียงกันอยู่นั้น นางปลาได้กลิ่นแหที่ชาวประมงนำมาดักไว้ จึงว่ายหลบฉากออกไปทันที ฝ่ายปลาตัวผู้นั้นคิดแต่จะไล่ต้อนนางปลา ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นจึงได้ ว่ายเลยเข้าไปติดแห
ชาวประมงรีบยกแหขึ้นจับเอาปลาใหญ่นั้นไปเมื่อจับได้แล้ว ชาวประมงจึงโยนมันทิ้งไว้ริมฝั่งรวมกับปลาอื่นๆ ที่ถูกจับมาก่อนหน้านั้น แล้วเตรียมก่อไฟ ตั้งใจจะย่างกินให้อร่อย
...... ขณะนั้น พราหมณ์ปุโรหิตผู้หนึ่งของพระเจ้าพรหมทัต กำลังเดินออกมาอาบน้ำพร้อมด้วยข้าทาสบริวารได้เห็นปลาใหญ่กำลังดิ้นทุรนทุรายคร่ำครวญอยู่ ก็คิดสงสารคิดว่า
เมื่อได้ปลามาแล้ว พราหมณ์ปุโรหิตก็นำปลาไปปล่อยที่ท่าน้ำ
เมื่อกล่าวเสร็จ จึงปล่อย ปลานั้นลงน้ำ ณ ท่าน้ำนั้นเอง
.....เมื่อชายผู้นี้บวชเป็นพระภิกษุแล้ว นางผู้เป็นภรรยาก็มักนำอาหารที่ท่านเคยชอบมาถวายอยู่เสมอ ยิ่งกว่านั้นทุกครั้งที่ไปหาพระภิกษุอดีตสามี นางจะแต่งตัวงดงาม ทั้งยังนำเรื่องครอบครัวมาพูดให้ท่านฟังเป็นประจำ ทำให้ภิกษุนั้นกระวนกระวายใจ ห่วงหาอาลัยใคร่จะสึกกลับไปครองเรือนตามเดิม
.....เมื่อพระบรมศาสดาทรงทราบถึงความรู้สึกของพระภิกษุรูปนี้ จึงตรัสถาม ท่านก็ยอมรับแต่โดยดี พระพุทธองค์ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระกรุณาธิคุณ ปรารถนาจะเตือนสติพระภิกษุนั้นให้เลิกล้มความตั้งใจที่จะหวนกลับไปเวียนว่ายอยู่ในกองทุกข์อีก จึงทรงระลึกชาติแต่หนหลังของพระภิกษุรูปนี้ด้วยบุพเพนิวาสานุสติญาณพระพุทธองค์จึงตรัส มัจฉาชาดก ดังนี้
.....๑. ผู้ตกอยู่ในอำนาจของความรัก มักใช้เวลาส่วนใหญ่หมกหมุ่นครุ่นคิดถึงแต่ความรักจนจิตใจฟุ้งซ่านไม่เป็นสมาธิ หากเกิดแก่ผู้ที่อยู่ในวัยเรียน การเรียนจะตกต่ำลง เพราะสมาธิในการเรียนเสียไป
.....๒. คนที่กำลังจะตาย หากยังมีใจเร่าร้อนและหมกมุ่นอยู่กับความโลภ โกรธ และหลง เมื่อละโลกไปแล้ว อำนาจบาปนั้นจะชักนำให้ไปสู่นรก
......เมื่อการเกิดเป็นคนนี้แสนยาก ดังนั้น ก่อนจะตายพึงรู้จักทำใจให้ดีเพื่อเตรียมตัวตาย ไม่ควรทำจิตใจให้ขุ่นมัวเศร้าหมองเป็นอันขาด มิฉะนั้น จะตกนรกหรือไปเกิดเป็นสัตว์เดียรัจฉานอย่างน่าเสียดาย วิธีเตรียมตัวตายที่ดีที่สุด ได้แก่ การฝึกสมาธิให้มากๆ ใจจะได้ผ่องใส ตายเมื่อไรก็ไปดีเมื่อนั้น ......
Home | นิทานชาดก