ลำบากไม่เคยลืม ลึกลับมิลืมเลือน ผิดหวังมิลืมสิ้น ประทับจิตลืมไม่ลง ภาพสี่อารมณ์เหล่านี้ ฝังติดตรึงใจลูกตลอดมา จึงตัดสินใจเขียน Case Study ส่งให้คุณครูไม่ใหญ่เมตตาฝันในฝัน แต้มสีเติมสันบางภาพที่ดีงาม ให้ยิ่งคมชัดในใจลูกและผู้คน แล้วลบเลือนภาพที่หมองหม่น ด้วยหลักเหตุและผลของกฎแห่งกรรมด้วยเทอญ
ตัวลูกนั้น สังคมเขายกย่องให้เป็นแม่พิมพ์ของชาติ เป็นครูผู้ใฝ่ธรรม ทุกช่วงปิดเทอมจะไปบวชเนกขัมมะหรือชีพราหมณ์ นุ่งขาวห่มขาว มุ่งสู่เส้นทางสีขาวทั่วไทย วัดต่างๆที่เขาว่าดีไปมาหมด ครั้งหนึ่งลูกธุดงค์ไปลำปางกับพระอาจารย์ ท่านมีจิตศรัทธาจะทำกลดถวายพระทั้งวัด โดยใช้ไม้ที่ดีที่สุด คือ ก้านลาน ซึ่งมีอยู่ที่โคราช ท่านจึงใช้ลูกเดินทางจากลำปางไปซื้อที่นั่น ลูกตกใจมาก ถามว่า "ท่านจะให้ลูกไปได้อย่างไร ลูกเป็นผู้หญิงนะ" ท่านถามว่า "แล้วจะไปไหม" ลูกก็ตอบว่า "ท่านกล้าใช้ ลูกก็กล้าไป" แล้วลูกก็มุ่งหน้าลุยเดี่ยวไปตามทุ่งนา ถามทางชาวบ้านไปเรื่อยๆ ลำบากมากๆ ระหว่างทางยังท้องเสียทรมานสุดๆ ต้องขอเข้าห้องน้ำตามโรงเรียนข้างทาง ลูกไม่เคยลืมเลย
นอกจากเรื่องลำบากไม่เคยลืมแล้ว เรื่องลึกลับมิลืมเลือนก็เกิดขึ้นในช่วงบวชชีพราหมณ์นี้เช่นกัน ลูกมักเจอกับมนุษย์ในอดีต ที่ปัจจุบันเรียกว่า "อดีตมนุษย์" เป็นระยะๆ ครั้งหนึ่ง ลูกหาประสบการณ์ ด้วยการไปนอนในป่าช้าพร้อมกลุ่มลูกศิษย์ ขณะนอนอยู่ รู้สึกว่า มีคนร่างใหญ่ ชะโงกหน้าเข้ามามองในมุ้ง แต่ก็แปลกลูกกลับไม่กลัวเลย รุ่งขึ้นเล่าให้พระอาจารย์ฟัง ท่านบอกว่า เขาเป็นลุงที่ตายไปแล้วของศิษย์คนหนึ่งที่ลูกสอนอยู่ อีกครั้งหนึ่ง ลูกไปเยือน วัดหินหมากเป้ง จังหวัดหนองคาย เช้าตรู่วันใหม่ สายตาลูกมองชมวิวไปตามลำน้ำโขง พลันถูกสะกดไว้ที่โขดหินใหญ่กลางแม่น้ำ ภาพแม่ชีในชุดขาวนั่งสมาธิสงบสำรวมอยู่บนนั้น เห็นอยู่นาน 2 วันติดกัน แม้ไม่ใช่ภาพปริศนา แต่ใจลูกบังเกิดปริศนาว่าท่านเป็นใคร เช้าวันที่สาม ลูกจึงไปสำรวจดู เห็นแต่ผืนน้ำเวิ้งว้าง ไม่เห็นร่องรอยของแผ่นดินให้ใช้เหยียบย่ำจ้ำเดินไปยังโขดหินนั้นได้เลย สอบถามหัวหน้าแม่ชี จึงทราบว่า แม่ชีท่านนี้ตายไปนานแล้ว แต่จิตผูกพันยังอยู่ที่นี่ เรื่องลึกลับเรื่องต่อมา เกิดขึ้นตอนไปอบรมที่วิทยาลัยครูสวนสุนันทา ลูกไปนอนกับเพื่อนครูที่ดูแลหอพักซึ่งเป็นตึกเก่าสมัยรัชกาลที่ 5 ใกล้ๆตึกนี้มีศาลของพระนางสุนันทาเทวีตั้งอยู่ ตอนนั้นยังไม่หลับ พลันเห็นภาพดั่งในนิยายเวทมนตร์ เตียงของครูที่นอนด้วยนั้นลอยได้ ลูกเปิดมุ้งครอบออกมาถามว่า "พี่...เตียงพี่ลอยหรือเปล่า..." ขณะเดียวกันเพื่อนก็เปิดมุ้งออกมาถามลูกเหมือนกันว่า "แล้วเตียงเธอล่ะ...ลอยหรือเปล่า..." เตียงเราลอยทั้งคู่เลย ลูกจึงมองไปที่ศาลฯ แล้วก็บอกว่า "ขอบคุณที่มาเยี่ยมเยียน แต่ว่าแค่นี้ก็พอแล้วนะ" ใจคิดว่าท่านคงแค่มาทักทาย ลูกมาทราบภายหลังว่า มักมีคนเห็นผู้หญิงแต่งตัวชุดไทย เดินเล่นแถวนี้เสมอๆ ทำเอาขนแขน stand up เลยค่ะ
ลูกปฏิบัติธรรมทั่วไทยหลายปี จนมาอ่านพบในหนังสือโลกทิพย์ ถึงเรื่องราวของ แม่ชีถนอม อาสน์ไว ศิษย์พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ จึงดั้นด้นไปพบท่านที่วัดแห่งหนึ่งในอ่างทอง ท่านอายุมากแล้วถึง 80 ปี ทุกเช้าท่านจะนำบูชาข้าวพระแล้วสอนว่า "ศักดิ์สิทธิ์นะบูชาข้าวพระน่ะ แม่ทองสุกกับแม่จันทร์เขาเป็นผู้พบทำกันประจำ" จนวันจะกลับบ้านลูกนึกถึงประวัติของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ตอนที่สอนวิชชาธรรมกายให้แขกอินเดียเห็นในวันเดียว ลูกขอให้คุณยายแม่ชีถนอมท่านสอนแบบนั้นบ้าง คุณยายตอบว่า "ได้สิ ถ้ายายยังไม่บอกให้เลิก ห้ามลืมตาหรือขยับตัวนะ"
คุณยาย ให้ลูกนั่งสมาธิประจันหน้ากับท่าน ลูกก็สู้เป็นไม่สู้ตายภาวนา "สัมมาอะระหัง" ไปเรื่อยๆ นานเท่าใดจำไม่ได้ รู้แต่ว่านานมากเป็นชั่วโมง ปวดเมื่อยก็ยังพอทน แต่กลับเกิดอาการครั่นเนื้อครั่นตัว เหงื่อไหลเป็นทาง เวียนศีรษะเหมือนถ่ายท้องและอาเจียน แต่ด้วยความอยากได้ แม้สุดทนก็ขอทนให้ถึงที่สุด นั่งต่อไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็หงายหลังล้มตึงไปเลย คุณยายแม่ชีถนอมบอกว่า "แพ้ไอ้ดำแล้ว" แพ้ในวันสุดท้ายไร้โอกาสแก้ตัว ลูกพกความผิดหวังกลับบ้าน ผิดหวังมิลืมสิ้นไปนานทีเดียว แต่ชีวิตก็คล้ายดั่งบทละคร มีผิดหวังสมหวังปะปนกันไป ปี พ.ศ.2526 พี่สาวเพื่อน แนะนำให้รู้จักวัดพระธรรมกาย ก้าวแรกที่เหยียบเข้าวัดรู้สึกทันทีว่า "ใช่เลย ประมาณนี้เลย นี่บ้านเราวัดเรานี่นา มาครั้งแรกก็เหมือนเคยมานับไม่ถ้วน" จากนั้นลูกก็มาวัดทุกอาทิตย์ วันเสาร์ก็ออก Knock door แนะนำวัด ลูกมาอยู่ธุดงค์เป็นประจำ ประทับใจพี่เลี้ยงรุ่นก่อนๆ โดยเฉพาะการปฏิบัติธรรมบนดอยสุเทพ-ปุย ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อเป็นผู้นำนั่งสมาธิ และถามประสบการณ์เองเกือบทุกวัน ก่อนกลับพระเดชพระคุณหลวงพ่อจะไปส่งขึ้นรถทัวร์ ภาพเหล่านั้นช่างเป็นภาพประทับจิตไม่รู้ลืม
จากนั้น ลูกก็ทวีบทบาท จากครูผู้ใฝ่ธรรมเป็นครูผู้ขยายธรรม จากมุ่งสู่เส้นทางสีขาวเป็นมุ่งเชื่อมต่อเครือข่ายสีขาวสู่ใจคน ครั้นถึงสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระชนมายุครบ 60 พรรษา พระเดชพระคุณหลวงพ่อให้บุญจัดธุดงค์ทุกจังหวัด บุญอยู่ตรงหน้าลูกจะรอช้าอยู่ใย จัดธุดงค์ไปหลายอำเภอ มีผู้มาธุดงค์เกือบ 400 คน ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมาเป็นประธานเปิดงานทุกอำเภอที่ลูกจัด หลังจากนั้น ไอเดียก็แตกเป็นสาย ลูกคิดชักนำกลุ่มวัยรุ่นเข้าวัดบวชธรรมทายาท จึงขอโอนการสอนจากประถมไปสอนกรมอาชีวะ คำสั่งออกมาให้ไปอยู่จังหวัดเลย ซึ่งขณะนั้นยังไร้เปลวเทียนให้แสง ไร้ผู้นำบุญให้ทาง (แก่ผู้หลงทาง) ลูกใช้โอกาสนี้สร้างผู้นำบุญใหม่ และพานักศึกษาไปปฏิบัติธรรมที่ศูนย์ของวัดที่ภูเรือ ขณะอยู่ จังหวัดเลย บุญก็ยิ่งติดตามคุ้มครองลูกเสมอ ครั้งหนึ่งเห็นพวกครูกำลังเล่นไพ่กันที่โรงครัว ลูกไม่ชอบจึงเดินหนีไปยังสวนใกล้ๆ พบบ่อน้ำก็นึกอยากเล่นน้ำ เพราะคิดว่าคงตื้นๆ แต่พอกระโจนลงไป น้ำในบ่อนั้นกลับลึกมาก เกินคาด ลูกว่ายน้ำไม่เก่งจมดิ่งลงก้นสระทันที ไม่มีอะไรให้จับยึดได้เลย ลูกกำพระมหาสิริราชธาตุที่ห้อยคอไว้แน่น ใจคิดว่า ลูกยังไม่อยากตาย พร้อมกับโบกมือร้องให้คนช่วย แต่ก็ไม่มีใครมาช่วย ก่อนที่จะขาดใจ ทันใดนั้นลูกก็รู้สึกว่าอะไรบางอย่างดันตัวลูกขึ้นมา แล้วลูกก็คว้าชายตลิ่งไว้ได้ แต่แล้วลมหายใจเฮือกสุดท้ายก็แผ่วเบา พร้อมกับแรงฮึดสู้ของลูก พอพ่นลมสุดท้ายออกมาด้วยอาการคอพับคออ่อนแล้ว ก็สลบไปหลายชั่วโมง รอดตายมาได้ราวปาฏิหาริย์
เมื่อผู้นำบุญเกิดขึ้นที่จังหวัดเลย ได้ผ่านเลยไปแล้ว ลูกก็ขอย้ายไปสร้างต่อที่จันทบุรี ย้ายไปครั้งนี้สาหัสนัก เมื่อสิ่งดีๆของวัดถูกบดบังด้วยเมฆหมอกแห่งความไม่เข้าใจ มีผู้นำข่าวโจมตีวัดติดทั่ววิทยาลัย นักศึกษาจะดึงออก ลูกบอก "ไม่ต้อง ความจริงก็คือความจริง เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์" ขณะนั้นลูกเตรียมนำนักศึกษามาร่วมงานฉลองมหาธรรมกายเจดีย์ แต่ผอ.ไม่เซ็นใบขออนุญาตผู้ปกครองให้ ลูกก็เซ็นเอง ผอ.สั่งห้องเอกสารการพิมพ์ไม่ให้พิมพ์ให้ ลูกก็ไปจ้างพิมพ์ข้างนอก ผอ.ขึ้นพูดหน้าเสาธงว่า "ไม่อนุญาตให้นักศึกษาทุกคนไปวัดพระธรรมกาย" ลูกก็ขึ้นชี้แจ้งนักศึกษาว่า "เราจะไม่ไปในนามของวิทยาลัย จะไปในนามของชาวบ้าน" ผอ.โกรธมาก ครั้งนั้น อุปสรรคมากเหลือเกิน จนน้ำตาลูกทะลักพรั่งพรูออกมา แต่เมื่อนึกถึงพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ที่โดนหนักกว่าหลายพันเท่า ท่านยังทนได้ ลูกจึงอดทนทำต่อไป ลูกนำนักศึกษามาได้ถึง 6 คันรถบัส แต่ลูกก็กลายเป็นแกะขาว ถูกครูท่านอื่นถากถางต่างๆนานาด้วยถ้อยคำที่เชือดเฉือนสะเทือนใจ แต่ละก้าวย่างในการสร้างบารมีของลูกนั้น ต้องอดทนอดกลั้นต่อการถูกเหยียดหยามหยันตอกย้ำทุกวี่ทุกวัน ซึ่งทุกครั้งที่มีงานบุญใหญ่ กว่าลูกและนักศึกษาจะกลับถึงวิทยาลัยก็ตี 5 แทนที่จะได้พักผ่อนกลับมาต้องเจอผู้ปกครองที่มารอต่อว่า ว่าเอาลูกเขาไปใช้เป็นคนโบกรถ ลูกต้องยิ้มแย้มอดทนอธิบายให้ทุกคนเข้าใจ ลูกคิดว่าการฝ่าฟันอุปสรรคแต่ละครั้งก็เปรียบเสมือนการวางอิฐงามแต่ละก้อน ลงบนรากฐานแห่งชีวิตการสร้างบารมีของเรา ในส่วนของครอบครัว ลูกก็ติดดาวธรรมหวังให้ คุณพ่อกับพี่สาวได้ดู แต่ คุณพ่อ ไม่ค่อยเข้าใจแถมยังวิจารณ์ฝันในฝันในทางลบอีก ครั้งหนึ่งคุณพ่อป่วย พี่สาว จึงห้ามตัวลูกมาวัด คืนหนึ่ง คุณพ่อกำลังนอนหลับ ลูกนอนเฝ้าอยู่ข้างๆ พี่สาวก็วิ่งมาต่อว่าลูกว่า "อะไรกันนอนอยู่ข้างพ่อ ไม่ได้ยินเสียงพ่อร้องครางเลยหรือ" ปรากฏว่า คุณพ่อขาดใจตายแล้ว พี่สาววิ่งไปตามคนอื่น ลูกคิดว่าคุณพ่อยังวนเวียนอยู่แถวนี้ จึงตะโกนบอกว่า "พ่อไม่ต้องห่วงลูกๆนะ รีบไปดูองค์พระจารึกชื่อพ่อบนยอดโดมธรรมกายเจดีย์ เวียนประทักษิณ 3 รอบ แล้วขึ้นไปวิมานเลยนะคะ" คุณพ่อเสียเมื่ออายุได้ 87 ปี ส่วน คุณแม่ของลูก ได้ป่วยเป็นความดัน เสียชีวิตที่โรงพยาบาล เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ.2531 อายุได้ 71 ปี
พี่ชายของลูก มีอาชีพเป็นตำรวจ ชอบดื่มเหล้า และสูบบุหรี่ ต่อมาได้ป่วยเป็นโรคเชื้อราขึ้นสมอง ป่วยอยู่ประมาณ 1 อาทิตย์ ก็เสียชีวิตเมื่ออายุได้ 47 ปี
คำถาม
1.คนร่างใหญ่ที่ชะโงกหน้าเข้ามาในมุ้งของลูก ครั้งที่นอนในป่าช้า เป็นใครคะ เขามาทำไม แม่ชีที่ลูกเห็นนั่งอยู่บนโขดหินกลางน้ำโขงนั้น ลูกเห็นจริงหรือไม่คะ ท่านคือใคร และมานั่งทำไม ตอนนอนอยู่หอพักวิทยาลัยครูสวนสุนันทา เตียงของลูกและเตียงของเพื่อนที่นอนด้วยกันลอยจริงหรือไม่ ผู้หญิงแต่งชุดไทยมาเดินบ่อยๆ ที่วิทยาลัย มีจริงหรือไม่อย่างไรคะ
2.พวกอดีตมนุษย์ ภูต ผี ปีศาจ เหล่านี้ทั้งที่มีบุญมากและบุญน้อยมีกิจวัตรกิจกรรมประจำวันอย่างไรคะ
3.ครั้งที่ลูกไปขอให้คุณยายแม่ชีถนอมสอนสมาธิให้ กรรมใดลูกจึงทรมานมาก จนหงายท้องไปเลย คุณยายแม่ชีบอกว่า "แพ้ไอ้ดำแล้ว" หมายความว่าอย่างไรคะ
4.บุญใด ทำให้ลูกขยายเครือข่ายสีขาวไปได้มากมาย และกรรมใดจึงพบอุปสรรคมากมายเช่นกันคะ
5.ลูกเกือบจมน้ำตาย เป็นเพราะบุพกรรมอะไร และลูกรอดชีวิตมาได้เพราะอานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ ใช่หรือไม่คะ
6.คุณพ่อของลูกตายด้วยวิบากกรรมใด ทำไมลูกจึงไม่ได้ยินเสียงร้องทั้งๆที่อยู่ใกล้ๆ คุณพ่อทำตามหลักวิชาที่ลูกตะโกนบอกหรือไม่คะ ตายแล้วไปอยู่ภพภูมิใด การที่คุณพ่อวิจารณ์ฝันในฝันจะมีบาปกรรมอย่างไร ลูกจะช่วยท่านแก้ไขได้อย่างไรคะ
7.คุณแม่ตายด้วยวิบากกรรมใด ตายแล้วไปอยู่ภพภูมิไหน คุณพ่อและคุณแม่ได้รับบุญที่ลูกสร้างองค์พระให้หรือไม่คะ
8.พี่ชายขณะนี้อยู่ภพภูมิใด ลำบากมากไหม มีบุญใดที่พอจะช่วยเขาให้พ้นทุกข์
9.การผิดศีลจะทำให้ศีลบารมีที่เคยบำเพ็ญมาในอดีตลดลงหรือไม่ ถ้าเริ่มกลับมาตั้งใจรักษาศีลใหม่ จะต้องบำเพ็ญศีลบารมีชดเชยส่วนที่เคยทำผิดศีลไปหรือไม่อย่างไรคะ
10.ลูกทำกรรมอะไรมา จึงอยู่ในครอบครัวที่ไม่อบอุ่นไม่ค่อยเกื้อกูลกัน โดยเฉพาะกับพี่สาวคนที่ 2 เธอเป็นคนเจ้าอารมณ์ โมโหง่าย ลูกมีกรรมอะไรกับพี่คนนี้หรือไม่คะ ทำไม ลูกชวนคนอื่นเข้าวัดได้มากมาย แต่ไม่สามารถชวนพี่น้องเข้าวัดได้เลยคะ
11.ก่อนเข้าวัด ทำไม ลูกชอบบวชชีพราหมณ์ ชอบเดินธุดงค์ทั้งที่เป็นผู้หญิง เหตุใดมักพบกับความลำบาก และเรื่องประหลาดๆ พวก ผี ปีศาจ ชาติต่อไปลูกจะได้เกิดเป็นชายได้บวชสมปรารถนาหรือไม่คะ 12.ลูกเคยสร้างบุญกับหมู่คณะอย่างไร มีหน้าที่อะไร พุทธันดรที่แล้วได้มาสร้างบารมีกี่รอบ ชาตินี้ลูกมีบุญพอที่จะได้เข้าถึงธรรมกาย และได้ทำวิชชาหรือไม่คะ
กราบขอบพระคุณพระเดชพระคุณหลวงพ่อ เจ้าค่ะ
คำตอบ กฎแห่งการกระทำ(Law of Kamma)
1.คนร่างใหญ่ที่ชะโงกหน้าเข้ามาดูในมุ้ง ครั้งที่นอนป่าช้านั้น คือ ภุมมเทวาสายยักษ์ ที่อยู่ตรงนั้น เขามาเยี่ยมดูลูกที่มีดวงบุญสว่างอยู่ในตัว