ข้อมูลส่วนตัว
 
 
คำแนะนำตัว :


  หมวดของ BLog
 * ทุกกลุ่ม
 Home

  Link
 คอมพิวเตอร์
 wallpaper
 PangYa ปังย่า..
 หาเพื่อน Msn
 โดราเอมอน Doraemom
 Vedio Clip วีดีโอคลิป
 Dictionary online พจนานุกรม
 horoscope ดวง ดูดวง
 มาช่วยโลกร้อน..กัน
 emoticon ภาพเล็กๆสื่ออารมณ์
 university มหาวิทยาลัย
 รวมทุกเรื่อง..เมืองไทย
 กลอน กลอนรัก กลอนอกหัก บทกลอน
 แวดวงบันเทิงต่างแดน
 แฟชั่น
 ฟุตบอล ผลบอล
 เกมส์ออนไลน์
 ดวง
 อินเตอร์เน็ต
 ตลก
 หนัง
 mp3
 เพลงออนไลด์
 Notbook-computer
 นักร้อง
 กีฬา
 ท่องเที่ยว
 clip
 เว็บบอร์ด
 webcam
 รวมเว็บไซต์
 ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว
 รวมคำค้นหายอดนิยม
 เพลง online
 เที่ยวเมืองไทย..ไม่ไป..รู้..
  Game เกมส์
 หาเพื่อน
 เกมส์ออดิชัน Game Audition
  Naruto นินจานารุโตะ
 Mp3 ฟังเพลง
 Webcam เว็บแคม

 
ใครว่าการแต่งงาน หมายถึงความรัก<-->su
ใครว่าการแต่งงาน หมายถึงความรัก
 

ใครว่าการแต่งงาน หมายถึงความรัก



แต่งงาน


          หากคุณคิดว่าชายหญิงแดนกิมจิสมัยนี้แต่งงานกันเพราะความรักเป็นเรื่องใหญ่ ขอบอกว่าคุณกำลังเข้าใจผิด โลกแห่งความจริงไม่ได้เป็นอย่างที่คุณเห็นในหนังรักเกาหลีหรอก


          ข้อแรกที่ทำให้หนุ่มสาวเมืองโสมเข้าสู่ประตูวิวาห์ไม่ใช่ความรัก แต่ที่พวกเขาเป็นห่วงมากที่สุดคือ อุปนิสัยของคนที่เขาจะแต่งงานด้วยว่าเข้ากันได้ไหม หน้าที่การงานดีหรือเปล่า รายได้และฐานะเป็นอย่างไร นายชา ยุน-บิน เป็นตัวอย่างหนึ่งของชายเกาหลีที่พูดอย่างเปิดอกว่าเจ้าสาวของเขาต้องเป็นคนที่ใช้เงินเป็น รู้จักใช้ รู้จักออม ไม่เช่นนั้นอยู่กันไปอาจทะเลาะเบาะแว้งถึงขั้นหย่าขาดในที่สุด ส่วนเรื่องความรักนั้นเป็นเรื่องรอง


          สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีรายงานว่า ผู้ชายเมืองโสมกำลังคิดอย่างนี้กันมาขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่สถิติการหย่าร้างในประเทศก็สูงสุดเป็นอันดับสามของโลก การที่คนหนุ่มสาวคิดเช่นนี้ก็เพราะพวกเขารู้สึกว่า ไม่อยากเสียเวลาอยู่กินกับคนที่ "ไม่ใช่" ฉะนั้นก็ว่าจ้างคนอื่นให้มองหาคนที่ "ใช่" ให้ก็แล้วกัน เลยทำให้เมื่อปีที่แล้วเกิดบริษัทจัดหาคู่ในเกาหลีใต้มากถึงกว่า 1,100 แห่ง หน้าที่ของบริษัทเหล่านี้คือ รวมรวมข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับอุปนิสัยใจคอ บุคลิก และฐานะทางการเงินของว่าที่คู่สมรสของลูกค้าที่มาว่าจ้าง


          "ซูนู" เป็นบริษัทจัดหาคู่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ มีพนักงานทำหน้าที่ "พ่อสื่อ-แม่สื่อ" ประมาณ 100 คน เพื่อคอยดูแลลูกค้าถึง 100,000 ราย ที่ปรึกษาด้านการหาคู่คนหนึ่งบอกว่า มีหญิงและชายเกาหลีวัย 20-30 ปีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่คิดว่า หากจะแต่งงานก็ต้องการให้อยู่ด้วยกันได้ตลอดรอดฝั่ง เลยต้องรู้รายละเอียดทุกอย่างของอีกฝ่าย เช่น ภูมิหลังด้านครอบครัว ศาสนา ตลอดจนการวางแผนเรื่องการมีลูกด้วย


          บางคนอาจวิจารณ์ว่า การคิดแบบนี้ออกจะ "วัตถุนิยม" มากไปหน่อย แต่หนุ่มสาวแดนกิมจิจำนวนมากยืนยันว่า กันไว้ดีกว่าแก้ ยิ่งในสภาวะที่สถิติการหย่าร้างในประเทศสูงด้วยแล้ว สำนักสถิติเกาหลีรายงานว่า เมื่อปีที่แล้วมีคู่สมรสเกาหลีถึง 170,000 คู่ที่หย่ากัน คิดเป็น 230 คู่ต่อวันทีเดียว และสาเหตุหลักที่ระบุก็คือ อุปนิสัยต่างกัน 


          "พ่อสื่อ" ประจำบริษัทอีกแห่ง บอกว่า การให้ข้อมูลพื้นฐานแก่ลูกค้าก่อนที่ทั้งสองจะใช้ชีวิตร่วมกันก็เท่ากับเป็นการช่วยให้ลูกค้าสามารถข้ามขั้นตอนที่ไม่จำเป็น แต่การมี "ผู้ช่วย" แบบนี้ต้องใช้เงินไม่น้อยเหมือนกัน ทั้งนี้เพราะบริษัทจัดหาคู่มีขั้นตอนเยอะ รวมทั้งการตั้งคำถามถึง 150 ข้อ เพื่อที่จะหาข้อมูลของ "ว่าที่คู่สมรส" ตั้งแต่ การศึกษา จนถึง ฐานะ ทรัพย์สิน หุ้นในครอบครอง อสังหาริมทรัพย์ และรถยนต์ โดยลูกค้าจะได้รับข้อมูลของ "ว่าที่คู่สมรส" ถึง 8 คนเป็นอย่างน้อย เพื่อเอาไปศึกษาให้ถ่องแท้ก่อนตัดสินใจว่าจะเลือกจีบคนไหน 


          บริษัทซูนู เคยประสบความสำเร็จสูงสุดในการหาคู่ให้กับลูกสาวคนเดียวมหาเศรษฐีเกาหลี โดยใช้เวลาหนึ่งปีเต็มหลังผู้เป็นพ่อว่าจ้างบริษัทให้ทำหน้าที่พ่อสื่อ ทั้งนี้มหาเศรษฐีผู้พ่อระบุว่า ต้องการลูกเขยที่มีฐานะการเงินดี และจะต้องเข้ามาร่วมชายคาในบ้านหลังใหญ่และมีสมาชิกครอบครัวมากมายต้องเข้ากับเขาได้ด้วย


          "เรื่องแบบนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้เสียแล้ว คนรุ่นเก่าอาจรู้สึกว่าเป็นเรื่องของคนเห็นแก่ตัวและนิยมวัตถุเอามากๆ แต่อีกแง่หนึ่งก็ถือเป็นเรื่องฉลาดและจะช่วยป้องกันการหย่าร้างได้ด้วย" คิม ซุง-วอน แห่งสถาบันสุขภาพและสังคม ให้ความเห็น ท่ามกลางความห่วงใยของบางคนที่กลัวว่า ช่องว่างทางเศรษฐกิจสังคมของผู้คนจะกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ หากหนุ่มสาวเกาหลีจะเข้าประตูวิวาห์โดยใช้ฐานะทางสังคมเป็นตัวตัดสิน



ข้อมูลจาก

ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต


Comment

ชื่อ

comment ที่ 13
สำหรับดิฉันคิดว่าความรักจริงๆ..เป็นสิ่งที่ดีซึ่งช่วยเกื้อหนุนและเป็นกำลังใจให้กันในยามที่ลำบาก แต่สำหรับบางคนอาจจะเจอความรักลวงตาเข้าแล้วหล่ะ...จริงไม๊คะคุณอิสระ...
  จากคุณ คนข้างบ้าน....   วันที่ 2008-07-03 22:03:56

comment ที่ 12
คุณคิดผิดแล้วล่ะ ความรัก มันเหมือน สิ่งลวงตา ยามดีอยู่สุขสบายว่าเราดีไปหมด เวลาเราไม่มีประโยชน์ก็เหมือนหมาตัวหนึ่งเท่านั้นเอง55555555555555555555555555555555555
  จากคุณ อิสระ   วันที่ 2008-07-02 18:58:51

comment ที่ 11
ท่าทางจะงก
  จากคุณ nukk   วันที่ 2008-07-02 15:30:48

comment ที่ 10
การแต่งงานเป็นการยอมรับว่าเราพร้อมที่จะทนทุกข์ร่วมสุขกันและการให้อภัยได้เสมอเพราะเรารักกันหรือว่าเรารักเขามากกว่าเขารักเรา แต่ความน้อยใจมีเสมอเมื่อรู้ว่าเขาไม่รักเราเลย อยู่เพื่อรอความรักจากเขา
  จากคุณ แม่ลูกสอง   วันที่ 2008-06-30 11:59:03

comment ที่ 9
เรียกอีกอย่างว่าการคลุมถุงชนหรือเรียกว่าการเห็นแก่ได้กันแน่รู้สึกว่าสังคมสมัยนี้ไม่รวยไม่ยุ่งหรือมีอีกพวกหนึ่งที่ว่าการที่ว่ารักแท้กินไม่ได้.....ปวดหัวเหมือนกันนะคะ อิ อิ อิ
  จากคุณ คนที่คิดอะไรก็จรีงจัง   วันที่ 2008-06-28 16:33:33

comment ที่ 8
การเงินสำคัญมาก ดิฉันเป็นผู้หญิงทำงาน กินเงินเดือน มองเรื่องฐานะเหมือนกัน แต่ไม่มองที่ต่างกันมาก และต้องทำงานเหมือนกัน ประเภทสุภาพบุรุษ ให้เมียอยู่บ้าน พี่เลี้ยงได้ก็ไม่เอาเหมือนกัน เดือนเดียวก็คงจอดให้เลี้ยงตัวเอง เห็นมาเยอะ แต่คนไม่ทำงานเป็นหลักเป็นแหล่ง รักยังไง ก็ ไม่ยอมกินเกลือ นี่คือเรื่งจริง ให้ผู้ชายได้คิด ไม่มีใครทนได้กับความลำบาก มาก ๆ ไม่ต้องรวย แต่ให้มีเงินใช้ไม่ขัดสน ใช้ชีวิตให้มีความสุข ขอแค่นี้ และทั้งสอง ต้องมีงานทำ
  จากคุณ แม่ลูก 1   วันที่ 2008-06-27 10:51:16

comment ที่ 7

ก็จริงนะคะ
แต่ถ้ามีความรักและความผูกพันธ์อยู่บ้าง จะดีมากเลย
  จากคุณ IMoMay   วันที่ 2008-06-26 13:51:02

comment ที่ 6
ก็จริงนะ การที่จะตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกับใครสักคนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ความรักอย่างเดียว แต่ต้องมีองค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง ถ้าหากไม่มีเงินทอง หน้าทีการงานที่มั่นคง ถ้าใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันความลำบากก็จะตามมา ผลสุดท้ายอาจทำให้ต้องเลิกลากันไป แต่ถ้าทั้งสองคนมีทุกอย่างที่พร้อม ก็จะทำให้ชีวิตคู่มีความสุข.........ใครได้อ่านแล้วก็รองคิดดูว่าจริงหรือไม่.......
  จากคุณ แป๋วแหวว   วันที่ 2008-06-24 11:34:57

comment ที่ 5
หากฝ่ายชายเป็นฝ่ายลงทุน หากมองแล้วก็เกิดความภาคภูมิใจมิใช่น้อยเพราะคุณคือหัวหน้าและเป็นผู้นำของครอบครัว แต่หากเกิดมุมกลับกันแทนที่จะเป็นชายกลับเป็นหญิงแทนแล้วอย่างนี้ความเป็นผู้นำหรือความภาคภูมิใจจะยังเกืดแก่ฝ่ายชายอีกหรือไม่?
  จากคุณ ญ.ที่ประสบเอง   วันที่ 2008-06-23 11:40:09

comment ที่ 4
ใช่เพราะ บางคนมันแต่งงานเพราะมัน บิดบัง ว่ามันเป็นเกย์ เป็นตุดใช่มั้ยไอ้ เบิ้.....
  จากคุณ 125   วันที่ 2008-06-23 10:55:58

comment ที่ 3
เค้าก็ไม่แค่กรอกข้อมูลก่อนจีบ แต่จะลงเอยกันเปล่าก็อีกเรื่อง จะว่าไม่มีความรักเลยก็ไม่ถูกนะ
  จากคุณ ก๊อดจิล่า   วันที่ 2008-06-23 06:10:10

comment ที่ 2
ดีมากครับ เจอกับตัวเองมานานมาก อยู่ด้วยกันไม่ยอมลงทุนเลย
เอาแต่เงินฟ่ายสามีเป็นคนลงทุน เป็นระยะเวลาประมาณ 25 ปี จริงๆๆ
ท่านว่าจริงมั้ย คนที่ให้สามีลงทุนเพียงฟ่ายเดียว อนิจจา ผู้หญิง
  จากคุณ 9999   วันที่ 2008-06-21 11:42:51

comment ที่ 1
แล้วถ้าได้ฐานะดีจริงๆแล้วความรักล่ะไม่สำคัญหรือ ถ้าได้ตรงตามที่ตัวเองต้องการแล้ว อยู่กันไปจะรักกันหรือปล่าว
  จากคุณ ไม่เข้าใจ   วันที่ 2008-06-21 08:43:21

1